¨Ò¡ã¨ËÁÍÊØÇѲ¹ì
บทความนี้ก็เป็นบทสุดท้ายของผม
เพราะเหนื่อยทั้งกายและใจ
คิดว่าท่านผู้อ่านหนังสือ
พิมพ์เอเชี่ยนแปซิฟิคฉบับสุดท้ายก็คงจะผ่านหูผ่านตาบทความที่บรรณาธิการลงเกี่ยวกับการลาออกจากการเป็นนายกสมาคมสื่อมวลชนของผม
มีข้อความหนึ่งที่ทำให้ผมต้องขอแก้ตัว
คือมีคุณศุภชัย
ตรีบำรุงซึ่งเขียนลงในหนังสือพิมพ์สยามโครนิเกิล
ฉบับปลายเดือนสิงหาคม
ลงเรื่องสัมภาษณ์ของผม
แล้วได้บอกในบทความนั้นว่า
ผมไปเรียกหมู่กรรมการทั้งหลายว่าเป็น
อันธพาล ผมก็แปลกใจและเสียใจมากที่คุณศุภชัยใช้คำนี้กับสมาชิกและกรรมการ
ทั้งๆ ที่คุณศุภชัยก็เป็นสมาชิกของสมาคมสื่อมวลชนอยู่ด้วยคนหนึ่ง
เหตุมันเกิดขึ้นหลังจากที่ผมส่งจดหมายขอลาออกจากตำแหน่งแก่สมาชิกทุกคน
ที่โทรมาคุยกับผมระหว่างเวลาที่ผมดูคนไข้อยู่
ทั้ง ๆ ที่บอกว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่ง
และขอถามหน่อยอันเกี่ยวกับสาเหตุของการลาออก
บทความที่คุณศุภชัยเขียนนั้นผิดจากความจริงที่ผมพูดหลายอย่าง
แต่จะมีประโยชน์อะไรที่จะไปเถียงกันว่า
ผมพูดหรือไม่พูด
แต่ที่เลวร้ายที่สุดก็คือใช้คำว่า
อันธพาล
กันสมาชิกและกรรมการทั้งหลาย
โดยเฉพาะรูปถ่ายของป้าจรวยพรที่ผมเคารพรักก็ไม่วายถูกพาดหัวโดยหนังสือพิมพ์ว่าเป็นอันธพาลไปด้วย
คำถามของนักอ่านมากมายของผมที่ถามและปลอบใจตอนเจอกันในงาน
ในคลีนิคและทั้งทางโทรศัพท์
ผมต้องขอขอบพระคุณอย่างมาก
แล้วแถมบังคับและขอร้องว่าอย่าได้หยุดเขียนบทความเด็ดขาด
ผมก็ต้องขอขอบพระคุณมาอย่างสูง
วันที่ 2 กันยายนนี้
เวลา 8 pm.มีคุณบรรลือ
บอกว่าเป็นบรรณาธิการโทรศัพท์มาที่บ้านขอสัมภาษณ์
ผมก็เลยบอกปฏิเสธไปทันที
และก็ฝากไปบอกให้คุณศุภชัยช่วยแก้คำที่หาว่าที่ผมเรียนพรรคพวกว่า
อันธพาล
ผมแน่ใจเลยว่าเขาจะไปแก้ให้
เดี๋ยวนี้ใครเขาถามถึงเรื่องนายกฯ
ลาออก ผมก็เลยต้องตอบเขาว่าคุณจำผิดคนแล้ว
ผมเป็นหมอนะครับ
ต้องจำภาษาอังกฤษว่า
Damned if you talk, damned if you don’t talk ใส่หัวผมไปตลอดชาติ
(ฉบับที่ 240 ประจำวันที่
8-14 กันยายน 2548 ).....ÍëÒ¹µèÍ
|