การตระเตรียมสถานที่บริเวณสนามแข่งม้าซานตา แอนนิต้าเพื่อรับประกาศนียบัตร


ผู้เขียนพร้อมด้วยภรรยา-วรรณวิภา ถุงสุวรรณ ถ่ายภาพกับ วรินดา(ปุย)เพชรัตน์


ปุย วรินดา ถ่ายภาพกับเพื่อนๆที่ไปร่วมแสดงความยินดีในการจบหลักสูตร

 

 

เล่าเรื่องโรงเรียนโภชนาการ
โดย  ชวพจน์ ถุงสุวรรณ

สัปดาห์นี้ขอพาท่านไปพบกับกิจการด้านอาหารหรือเรียกให้เพราะว่ากิจการด้านโภชนาการ "โภชนาการดีชีวีมีสุข” นี่คือบทสรุปว่า การแนะนำให้คนกินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการเพื่อให้มีภาวะโภชนาการที่ดีนั้นคือ การกินอาหารที่ครบ 5 หมู่ ประกอบด้วย

               หมู่ที่ 1 คืออาหารประเภทเนื้อสัตว์และอาหารทะเล ถั่วเมล็ดต่างๆ นม อาหารประเภทนี้จะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกาย

               หมู่ที่ 2 คือข้าวต่างๆ อาหารที่ทำจากแป้ง หัวเผือก มัน ซึ่งอาหารหมู่นี้จะให้กำลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกายทำให้มีแรงเคลื่อนไหวได้

              หมู่ที่ 3 คือผักใบเขียวและผักที่เป็นหัวต่างๆ เช่นตำลึง ฟักทอง คะน้า กะหล่ำปลี มะเขือ ซึ่งจะช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงและบำรุงผิวหนัง นัยน์ตา เหงือกและฟัน สร้างและบำรุงเลือด มีเส้นใยเป็นกากช่วยให้การขับถ่ายสะดวก

             หมู่ที่ 4 คือผลไม้สดต่างๆ ประโยชน์เพื่อช่วยบำรุงสุขภาพผิวหนัง นัยน์ตา เหงือกและฟันและป้องกันโรคต่างๆช่วยร่างกายให้สดชื่น

            หมู่ที่ 5 คือไขมันจากสัตว์และพืช อาหารหมู่นี้จะให้กำลังงานสูง ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทำให้มีกำลังเคลื่อนไหวทำงานได้

           ความจริงแล้วอาหารก็คือตัวเรา เนื่องจากสิ่งที่ประกอบในตัวเราล้วนมาจากอาหารที่เรากินเข้าไป นับตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เราได้อาหารจากแม่ที่กินเข้าไปเพื่อสร้างโครงร่างเลือดเนื้อของเราจนกระทั่งคลอดออกมาจนเติบใหญ่ เราต้องกินอาหารทุกวันเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างดีมีความสุข ดังนั้นการที่มีชีวิตที่ดีต้องมีการโภชนาการที่ดีเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่สมบูรณ์ โดยการกินอาหารที่มีครบ 5 หมู่ที่กล่าวมา

                 เมื่อวันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2005 ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมแสดงความยินดีกับหลานสาว วรินดา(คริสตอล) เพชรัตน์ ชื่อเล่น”ปุย” ที่ได้รับประกาศนียบัตรการศึกษาจาก California School of Culinary Arts, Pasadena, California ซึ่งเป็นโรงเรียนโภชนาการสาขาของ Le Cordon Blue, Paris, France สอนด้านบริหาร Hospitality & Restaurant Management และการทำอาหารสากล Patisserie & Baking

                พิธีมอบประกาศนียบัตรได้กระทำขึ้นในสนามม้า Santa Anita Turf Club, Arcadia, California ซึ่งเป็นการรับประกาศนียบัตรใบที่สองหลังจากที่ได้จบชั้นปริญญาตรี จาก UC Riverside เมื่อปี 2002 ปุยจบปริญญาตรีทาง Psychology แต่อยากจะทำงานด้านอาหารเลยไปเรียนต่อที่โรงเรียนนี้

                โรงเรียนโภชนาการแห่งนี้เป็นโรงเรียนเอกชนมีศิษย์ที่เรียนจบแล้วไปทำงานเป็นคุ๊ก(Cook) เป็นหัวหน้าคุ๊ก (Chef) ตามภัตตาคารที่มีชื่อเสียง และโรงแรมต่างๆทั่วโลก โรงเรียนนี้จะสอนวิธีการทำงาน การปฏิบัติตนในฐานะผู้จัดการภัตตาคารและหัวหน้าแผนกอาหารและเครื่องดื่ม การตระเตรียมและทำอาหารจากทุกประเทศโดยเฉพาะอาหารฝรั่งเศส วิธีการเสิร์ฟ การต้อนรับแขกเป็นส่วนหนึ่งในบทเรียนด้วย

                 ที่พาสดีน่าโรงเรียนนี้เปิดขึ้นเมื่อปี 1994 มีครูและอาจารย์ที่มีความรู้ทางด้านโภชนาการเป็นChefs มาจากภัตตาคารที่มีชื่อเสียง นักศึกษาที่เรียนจบจะได้รับประกาศนียบัตร Le Cordon Bleu ตามสาขาที่เรียนมา ซึ่งแบ่งเป็น 1. A 15-month Culinary Arts Associates of Occupational Studies Degree. 2. A 12- month Hospitality and Restaurant Management Diploma. 3. A 30- week Patisserie & Baking Diploma.

               วิชาโภชนาการนี้เป็นวิชาชีพที่เปิดโอกาสให้ทุกคนและมีการเปิดรับสมัครอยู่ตลอดเวลา ภัตตาคารและโรงแรมได้เปิดขึ้นใหม่เป็นเนืองนิจ แรงงานด้านโภชนาการเป็นแรงงานที่มีมากเป็นอันดับที่สองของแรงงานทั้งหลายในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการทำงานเป็นคุ๊กและหัวหน้าคุ๊กจึงเป็นงานที่หาได้ง่ายกว่างานด้านอื่นๆ โดย

               เฉพาะนักเรียนที่จบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงก็จะเป็นแนวทางให้ได้รับการรับรองให้ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะเจ้าของหรือผู้จัดการคงไม่ต้องกังวลถึงคุณภาพของผู้สมัครหากผ่านสถาบันที่สั่งสอนที่มีชื่อเสียงมาก่อน

               ในวันนั้นมีนักศึกษาคนไทยจบการศึกษารับประกาศนียบัตรอีกหลายคน เป็นที่น่าภูมใจในความสำเร็จของทุกคน มีลูกหลานชาวไทยอีกหลายคนที่จบการศึกษาจากที่นี่มีโอกาสเป็นหัวหน้าคุ๊ก( Chef)อยู่ตามโรงแรมใหญ่ๆเช่น Ritz Carlton Hotel, Sheraton Hotel etc.

                อาหารไทยเป็นอาหารถือได้ว่ามีลักษณะโดดเด่นเป็นพิเศษ เนื่องจากประเทศไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มีอาหารตามธรรมชาติที่มีลักษณะพิเศษตามภูมิอากาศและภูมิประเทศที่หลากหลายตลอดปี รวมทั้งคนไทยมีศิลปะอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว จึงแสดงออกซึ่งศิลปวิทยาการของตนในรูปการปรุงแต่งและการกินที่มีลักษณะเฉพาะ ตั้งแต่เรื่องการผสมกลมกลืนในการปรุงแต่งกลิ่น รส ให้กลมกล่อมอร่อยและรสจัดอย่างโดดเด่นเป็นพิเศษ

               พร้อมทั้งจัดรูปแบบและแกะสลักตบแต่งสีสันสวยงามวิจิตรบรรจง อีกทั้งผสมผสานทางคุณค่าและสรรพคุณทางยาให้เกิดผลดีต่อสุขภาพสูงสุดในแง่การป้องกัน การบำรุงรักษาโดยใช้สมุนไพรในการปรุงอาหารเช่น กระเพรา กระชาย กระเทียม ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ ตลอดจนการใช้อาหารเป็นเครื่องแสดงความผูกพันในหมู่ญาติมิตรและเป็นเครื่องแสดงฐานะทางสังคมรวมทั้งการใช้อาหารเป็นสื่อทางความเชื่อและพิธีกรรม ของภาคต่างๆด้วย

                ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลกรายหนึ่ง อาหารไทยจึงควรมีบทบาทสูงในสังคมโลก ดังนั้นเราคงไม่เพียงแต่จะขายอาหารในด้านคุณค่าโภชนาการ แต่ควรนำคุณค่าทางยาและด้านภูมิปัญญามาเป็นจุดขายเพื่อเพิ่มมูลค่าและความนิยมให้กับอาหารไทยด้วย

               ปัจจุบันพ่อครัวแม่ครัวของไทยที่ทำงานอยู่ตามร้านอาหาร ภัตตาคารและโรงแรมต่างๆ ส่วนมากจะเรียนรู้ด้วยตนเอง จะมีบ้างที่เรียนจบจากสถาบันชั้นสูง ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าการนับหน้าถือตาหรือการยกย่องในวิชาชีพไม่เหมือนกับอาชีพอื่นๆ ผู้เขียนจึงอยากจะขอยกย่องบรรดาพ่อครัวแม่ครัวทั้งหลายที่ส่งเสริมความอิ่มหนำให้ชาวโลกเหมือนปิดทองหลังพระมาตลอดได้ทราบว่า วิชาชีพของพวกท่านขณะนี้ได้มีความสำคัญมากกว่าที่ทุกคนให้เครดิต ได้มีผู้อยากเป็นพ่อครัวแม่ครัวได้เข้าเรียนเป็นกิจลักษณะแล้ว

               ในสหรัฐฯยังไม่มีโรงเรียนสอนการทำอาหารไทยที่เป็นทางการ หากมีการเปิดสอนโดยทำหลักสูตรที่เชื่อถือได้ก็อาจจะเป็นสิ่งที่จะทำให้อาหารไทยก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง ทั้งนี้ผู้เขียนคิดว่าชาวต่างชาติก็อาจจะสมัครเข้าเรียนด้วย การจัดหลักสูตรก็นำเอาขนบธรรมเนียมประเพณี มารยาทเข้าเป็นหลักสูตรประยุกต์รวมกับการทำอาหารไทยด้วย

                บางท่านอาจจะคิดว่าการตั้งโรงเรียนโภชนาการอาจจะไม่ประสบผลสำร็จเพราะพวกเราคิดว่าเราทำอาหารได้กันทุกคน แต่อย่าลืมว่า อาหารสากลก็มีคนทำได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าใครจะทำถูกหลักเกณฑ์  และได้มีผู้เปิดสถาบันโรงเรียนมาสอนดังที่กล่าวมาแต่ต้น ซึ่งค่าเรียนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบรับประกาศนียบัตรประมาณ 18,000 ดอลลาร์ ซึ่งนับว่าแพงมากแต่ได้ผลคุ้มค่า

               ในวันรับประกาศนียบัตรนั้นมีผู้จบการศึกษาประมาณ 300 คน ทุกคนจะแต่งเครื่องแบบคุ๊ก เดินรับประกาศนียบัตรพร้อมกับหมวกทรงสูงสีขาว ซึ่งประธานกรรมการโรงเรียนเป็นผู้มอบให้ หลังจากนั้นมีการถ่ายรูปหมู่กับเพื่อนๆและญาติมิตร จากนั้นก็อำลาจากกันซึ่งผู้เขียนเองมีความภูมิใจที่หลานปุยได้เรียนจบในครั้งนี้

               หากท่านต้องการจะส่งลูกหลานเข้าเรียนการโภชนาการในโรงเรียนแห่งนี้ จะติดต่อได้ที่ California School of Culinary Arts, 521 E Green Street, Pasadena, CA 91101 Tel 626-403-8494 และมีเว็บไซท์ให้เข้าไปดูที่ www.csca.edu/about.asp.....อ่านต่อ

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy