่----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่--------------------------------------------
การซื้อที่ดินผ่านวิธีการประมูล
เขาว่าดีกว่าถือเงินสดหรือเล่นหุ้น ?
วันที่ 10 มีนาคม 2007
มีโอกาสไปร่วมงานประมูลที่ดินในเขตแคลิฟอร์เนียภาคใต้ งานนี้จัดโดยบริษัท
Ashwill Associates และบริษัททำหน้าที่ประมูลคือ
Hansen Auction & Realty สถานที่คือ
The
Embassy Suites เลขที่ 11767 Harbor Blvd.,Garden
Grove, CA 92840
ครั้นไปถึงก็ลงทะเบียนเพื่อรับเอกสารเป็นสมุดรายละเอียดของที่ดินซึ่งนำออกประมูลเช่นที่ตั้ง,ขนาดเนื้อที่,ราคาและอื่นๆนับตั้งแต่รายการแรกจนถึงรายการสุดท้าย
เมื่อได้เวลาคุณ William Hugron ประธานบริษัท Ashwill ก็ขึ้นมากล่าวถึงรายละเอียดว่าทำไมการลงทุนที่ดินจึงดีกว่าการเล่นหุ้นหรือฝากเงินไว้ในธนาคาร
เพราะหุ้นมีขึ้นมีลง
ส่วนเงินสดในธนาคารก็จะมีอัตราเงินเฟ้อเข้ามาเกี่ยวข้อง
เช่นปีหนึ่งหากเงินเฟ้อ 3 % เงินของเราถืออยู่ 100 ก็จะเหลือ
97 ดอลลาร์เป็นต้น หรือหากลงทุนพันธบัตรต้องใช้เวลานาน
แต่ทว่าที่ดินนั้นมีแต่ราคาจะขึ้นเพราะที่ดินในแคลิฟอร์เนียภาคใต้ไม่ว่าจะเป็นแอล.เอ.
เคาน์ตี้,ออเรนจ์, ริเวอร์ไซด์ เริ่มหมดแล้วเพราะอัตราการเพิ่มของประชากร
ดังนั้นก็ต้องขยับขยายออกไปอีก
ทาง ซานเบิร์นนาดิโน เคาน์ตี้เช่นทางด้านBarstow, Edward AFB ยังพอเหลืออยู่
ประโยชน์ที่จะตามมาก็คือสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เมื่อผ่อนที่ดิน และยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตให้กับลูกหลานที่จะไปเข้าเรียนคอลเลจ
บางคนซื้อที่ดินในเขตห่างไกลหรือชนบท เขาอาจจะนำไปทำรีสอร์ตส่วนตัวเพื่อเดินป่า,ล่าสัตว์หรือพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์ก็ได้เช่นกัน
ที่ดินที่นำมาประมูลกว่า 70 รายการนั้นแตกต่างกันไปทั้งขนาด,ราคา
บางแห่งเนื้อที่ 320 เอเคอร์ อยู่เมือง Baker
, San
Bernardino County ราคาเริ่มประมูลที่ 190,000 ดอลลาร์ (จากที่เคยเสนอขาย 310,000 ดอลลาร์) หรือที่ดิน 8,250 ตางรางฟุตที่ Hollywood
Hills, L.A. ราคาประมูลเริ่มที่ 70,000 ดอลลาร์(จากราคาที่เคยเสนอขาย 1 แสนดอลลาร์)
บริษัทยังได้แนะนำให้ไปศึกษาที่ดินที่จะเสนอประมูลด้วยตาตัวเอง
รวมทั้งศึกษาจากสำนักงานประเมินทรัพย์สิน (County Assessors office ) City Planning, Engineering & Building Dept., Utility
Co. และอีกมากมายเพื่อว่าซื้อไปแล้วบางแห่งจะมีถนนเข้าไปเมื่อใด
หรือจะมีการก่อสร้างใหญ่ๆในบริเวณรอบๆหรือไม่
การประมูลเริ่มขึ้นคุณ Maurice
N.Hansen นักประมูลมืออาชีพก็จะนำสินค้าเล็กๆน้อยๆ
3 ชิ้นมาเป็นตัวอย่างการประมูลเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยต่อคนที่ไม่เคยประมูลมาก่อนเพื่อให้เห็นว่ามีการ
Bid กันอย่างไร คนพูดจะพูดเร็วเหมือนเราเห็นในหนังหรือทางทีวี.
โดยจะมีผู้ช่วยอยู่ฟลอร์ด้านล่าง คอยดูว่าใครจะเสนอราคาเท่าใด
เรียกว่าเกทับกันไปเรื่อยจนสิ้นสุด คนที่เสนอราคาสูงสุดไม่มีใครเสนอต่อก็ได้ไปครอง
เป็นต้น
ท่านต้องซื้อแคชเชียร์เช็คไปด้วย 5,000 ดอลลาร์สั่งจ่ายในนามเราเองเพราะหากประมูลไม่ได้ก็ไม่ต้องจ่ายให้ใครเอากลับเข้าบัญชีของเรา หากประมูลได้ทางบริษัทผู้ประมูลก็จะมีบริษัทเงินกู้มารอ
อาทิเช่นวันนั้นมี Washington Mutual ,First Equitable Financial มารอให้กู้
บางท่านอาจจะจ่ายเงินสดเลยก็ได้ในกรณีที่ประมูลได้ 15,000-20,000
ดอลลาร์ แล้วแต่สะดวก
หากประมูลได้ต้องใช้เงินเป็นหลายหมื่นหรือแสนดอลลาร์ขึ้นไป
เราก็คงต้องกู้จากสถาบันการเงิน เขาก็พร้อมจะเช็คเครดิต เงื่อนไขก็คือต้องวางดาวน์
30 % ขแองที่ดินที่ประมูลได้ ดอกเบี้ย 8 % ผ่อนหมดภายใน 5 ปี
หรือหากจะจ่ายก่อนอายุเงินกู้ได้ไม่ต้องเสียค่าปรับ โดยจะมีบริษัท Title
และบริษัท Escrow มาคอยบริการ ซึ่งเอสโครว์จะปิดภายใน 30 วัน
การซื้อขายก็เหมือนกับเราซื้อบ้าน จะนำ Broker ของเราไปช่วยดูให้ก็ได้ เพียงแต่ว่าบางทีเราไม่ได้ไปศึกษาที่ดินที่จะซื้อจึงศึกษาได้ไม่ละเอียดหรือทั่วถึง แต่รายละเอียดในสมุดก็จะบอกไว้ว่าเป็นที่ดินประเภทไหนอย่างไร
เป็นความรู้อีกด้านหนึ่งแก่ผู้ต้องการไปประมูล ทราบว่าบริษัทจะนำที่ดินจากแคลิฟอร์เนียภาคใต้มาเปิดประมูลทุก
3 เดือน ซึ่งเราก็ติดตามข่าวคราวเพื่อให้ผู้สนใจลงทุนทางด้านนี้รับทราบ
ท่านอาจจะติดต่อบริษัท Ashwill Associates
ได้ที่เบอร์โทร.ฟรี 1-888-886-9059 หรือเข้าไปดูเว็บไซท์ที่
www.AshwillOC.com บริษัทตั้งอยู่เมือง Newport Beach โทร.949-751-3131 หรือมี E-mail: LandAuction@AshwillOC.com
ในวันนั้นยังมีโอกาสได้พบกับคุณนิต้า พิเชษฐวณิชย์โชค
ปัจจุบันคุณนิต้าเป็นประะานบริษัท NP International เป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน ตั้งอยู่เมือง Cerritos โทร.562-865-1136
ตอนนี้ก็ให้คำแนะนำด้านต่างๆเป็นการให้องค์ความรู้แก่ผู้ต้องการลงทุน
คุณนิต้าได้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่าการซื้อที่ดินต้องดูกันหลายแบบเช่นที่บอกว่า
Land Lock หรือที่ดินตาบอด,ที่บริเวณนั้นต้องใช้ร่วมกันหรือไม่กับคนอื่นๆ พวกโบรคเกอร์ที่ขายที่ดินจะรู้ดีเพราะมีความชำนาญมากกว่าโบรคเกอร์ขายบ้าน
เราจะมีการประชุมกันทุกวันพฤหัสบดีเพื่อจัดหาที่ดินมาเตรียมการประมูล เวลาประมูลเราก็รับทั้งประชาชนทั่วไปและโบรคเกอร์ที่จะเข้ามาซื้อเพื่อนำไปพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือนำไปขายต่อคุณนิต้าเล่าให้ฟัง
พร้อมกับยกตัวอย่างว่าบางคนไปประมูลที่ดินมาราคา 5,000
ดอลลาร์ แต่เป็นที่ดินเนินเขา หน้าผา ทำอะไรไม่ได้ หรืออย่างเช่นเจ้าของที่ดินรับมรดกมาแถว
Lake Elsinor แม้ว่าจะเป็นที่ดินดีสวยงาม แต่จะต้องถมที่อีก 15 ฟุต แล้วมันก็ไม่คุ้ม และบางแห่งที่ดินนั้นเคยใช้เป็นที่ทิ้งขยะซื้อมาได้
2 ล้าน แต่ซิตี้ไม่ยอมเพราะต้องใช้เงินในการ Clean up
ถึง 5 ล้านดอลลาร์ยังงี้
ต้องดูให้ดี
คุณนิต้ายังเล่าว่าเรื่องการซื้อที่ดินยังจะต้องไปศึกษากับซิตี้เพราะเทศบัญญัติของแต่ละซิตี้แตกต่างกัน
บ่อยครั้งที่ออกมาใหม่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นบริเวณ Napa Valley แต่ก่อนกฎบอกว่าที่ดิน 20 เอเคอร์สร้างบ้านได้ 1 หลัง แต่กฎใหม่ 40 เอเคอร์สร้างบ้านได้หนึ่งหลังเพราะเขาต้องการอนุรักษ์ไม่ให้สภาพแวดล้อมแออัด
เมืองนี้เป็นเมืองทำไวน์
บางแห่งเช่นที่ Lancaster มีการเปลี่ยนโซนใหม่ที่ดิน 2 เอเคอร์สร้างบ้านได้ 1 หลัง เพราะมีปัญหาเรื่องน้ำ หากคนเข้าไปมากๆน้ำไม่พอใช้เป็นต้นจึงต้องจำกัด
(เรื่องนี้เห็นทีจะจริงเพราะชาวบ้านหลายแห่งในเขตเมืองแฟลกสต๊าฟ
รัฐอริโซน่าก็กำลังรณรงค์ต่อต้านไม่ให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปปลูกบ้านเพิ่มขึ้นเพราะปัญหาแหล่งน้ำ
เรื่องยังอยู่ในระหว่างการต่อสู้กัน)
คุณนิต้าบอกว่าการจะลงทุนที่ดินต้องศึกษาด้วยตัวเองให้ดีและปรึกษาโบรคเกอร์ที่ขายที่ดินโดยเฉพาะ
พวกนี้จะมีความชำนาญมากกว่าโบครเกอร์ซื้อขายบ้านธรรมดา
การลงทุนเป็นของดีแน่นอน แต่ปัญหาตามมานั้นที่ดินดังกล่าวจะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นในระยะสั้นหรือไม่
ถ้าหากถูกปล่อยทิ้งไปเรื่อยๆไปซื้อไว้ทำอะไรไม่ได้ก็ไม่เกิดประโยชน์เพราะเงินไปจม
เรื่องนี้ต้องศึกษาเกี่ยวกับ Infrastructure ของบริเวณนั้นด้วย บางแห่งซื้อไปแล้วไม่มีถนนเข้าถึง
นี่คือปัญหาใหญ่
แต่อย่างไรก็ตามหากมีทรัพย์สินไว้ในครอบครองจะทำให้ทุกคนอุ่นใจ
ขาดเหลือนำออกขายเมื่อยามจำเป็นได้เช่นกัน
|