|
ธนาคารออมสินชวนคนไทยกลับไปลงทุนให้ผลตอบแทนดีกว่าในสหรัฐ
ธนาคารออมสินร่วมกับเอ็มเอฟซี
ชวนไปลงทุนในไทย
สร้างความเชื่อมั่นให้ผลตอบแทนสูงกว่าในสหรัฐอเมริกา
เผยมาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อร่วมสัมมนากับสมาคมแพทย์ไทยฝั่งตะวันออก
ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักในต่างแดน
เมื่อวันที่
23
พฤษภาคม ที่ศูนย์อาหารไทยแลนด์พลาซ่า
นายยงยุทธ
ตะริโย รองผู้อำนวยการ
สายกิจการสาขา
1 ธนาคารออมสิน
และนางนิภาพรรณ
รี้พลกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ
บลจ.เอ็มเอฟซี
จำกัด (มหาชน)
จัดแถลงข่าวให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย
โดยมีสื่อมวลชน
นักธุรกิจและบุคคลทั่วไปให้ความสนใจจำนวนหนึ่ง
นายยงยุทธ
กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักของการเดินทางมายังสหรัฐอเมริกาว่า
สืบเนื่องจากมีการสัมมนาประจำปีของของสมาคมแพทย์ไทยทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ
จึงต้องการเชิญให้เอ็มเอฟซีเข้าไปอธิบายถึงการลงทุนในประเทศไทย
อีกทั้งเป็นการแนะนำให้กลุ่มแพทย์มีความเข้าใจถึงบทบาทของบริษัทฯ
“ผมในฐานะกรรมการบอร์ดของเอ็มเอฟซี
และรองผู้อำนวยการ
ธนาคารออมสิน
ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
ได้นำคณะมาเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่เมืองไทย” นายยงยุทธกล่าวและว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของเอเชียจะมีอัตราการเติบโตมากกว่าในอเมริกาถึงสามเท่า
ดังนั้น การลงทุนในเอเชียจึงได้ผลตอบแทนมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองศักยภาพคนไทยในสหรัฐฯอย่างไร
นอกเหนือจากกลุ่มแพทย์
รองผู้อำนวยการ
ธนาคารออมสินกล่าวว่า
ได้มองถึงกลุ่มอื่นด้วย
เช่น นักธุรกิจ
และคนทำงานด้านอื่นๆ
ซึ่งนำเงินที่เหลือไปซื้อหุ้น
เมื่อมองดูประวัติศาสตร์พบว่า
คนไทยมาอยู่ในสหรัฐฯไม่น้อยกว่า
30
ปี ดังนั้น จะมีการเก็บเงินไว้สองส่วนคือที่นี่และที่เมืองไทย
โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการไปใช้ชีวิตหลังเกษียณในไทย
จะหันไปลงทุนที่เมืองไทยมากขึ้น
นางนิภาพรรณ
รี้พลกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ
บลจ.เอ็มเอฟซี
จำกัด (มหาชน)
กล่าวถึงเหตุผลที่คนไทยควรไปลงทุนที่ประเทศไทยว่า
จะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าในสหรัฐฯ
“ครั้งนี้ถือเป็นการมาแนะนำกองทุนให้ชาวไทยที่นี่ได้รับรู้เป็นครั้งแรก
แต่ที่ผ่านมาได้ผลตอบรับที่เกินคาด
คิดว่าครั้งต่อไปคงได้มีโอกาสมาอีก
และเป็นคณะที่ใหญ่กว่านี้
จริงๆแล้วเรามีลูกค้ากลุ่มใหญ่อยู่ทางฝั่งตะวันออก” นางนิภาพรรณกล่าว
พร้อมกันนี้
นางนิภาพรรณยังได้กล่าวแนะนำถึงหลักการทุนโดยทั่วไปว่า
ควรลงทุนในรูปแบบของ
1. เงินฝากหรือพันธบัตร 2. ประกันชีวิต
3. อสังหาริมทรัพย์
4. การลงทุนโดยทั่วไป
เช่น การเล่นหุ้น
ส่วนการลงทุนในรูปแบบของกองทุนรวมมีข้อแตกต่างจากการฝากเงินในธนาคาร
กล่าวคือ ได้รับผลประโยชน์สูงกว่าการการฝากเงินในธนาคาร
โดยไม่ต้องจ่ายภาษี
ดังนั้นจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของประชาชน
ทั้งนี้ การลงทุนแบบกองทุนมีหลายประเภท
ผู้ลงทุนควรเลือกลงทุนในระดับความเสี่ยงที่รับได้
โดยกองทุนที่มาแนะนำในครั้งนี้
อาทิ กองทุนเอ็มเอฟซีสินทรัพย์มั่นคง
(MRF:
MFC Limited Risk Fund) เป็นกองทุนที่มีนโยบายมุ่งหวังคุ้มครองเงินต้น
แต่เพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวมตระกูลสปอท
(SPOT)
มีลักษณะพิเศษ
คือ การกำหนดเป้าหมายผลตอบแทน
25% โดยกองทุนจะปิดโครงการเมื่อมูลค่าสินทรัพย์สุทธิถึงเป้าหมายที่กำหนด
หรือเมื่อครบอายุโครงการ
กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี
โกลบอล อิควิตี้
ฟันด์( MFC Global Equity Fund) หรือ MGE เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศที่เน้นการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก
ตามกรอบการลงทุนของ
Morgan Stanley Capital International World Index(MSCI World
Index) เป็นหลักซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถือเงินบาทเพียงสกุลเดียว
เปิดโอกาสให้ลงทุนในหลักทรัพย์ของอุตสาหกรรมที่ไม่มีในประเทศไทยและในหลักทรัพย์ของบริษัทชั้นนำของโลกที่มีปัจจัยพื้นฐานและอนาคตดีจึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนเพราะสามารถกระจายการลงทุนไปยังแต่ละภูมิภาคได้ทั่วโลก
ผู้ที่สนใจที่จะลงทุนกับบลจ.เอ็มเอฟซี
จำกัด (มหาชน)
สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอเปิดบัญชีได้ในเว็บไซท์
www.mfcfund.com
พร้อมแนบสำเนาพาสพอร์ตหรือสำเนาบัตรประชาชนส่งไปที่บริษัทฯ
แล้วโอนเงินไปที่กรุงเทพฯ
ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
E-mail: nipapan@mfcfund.com
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
เอ็มเอฟซี
จำกัด (มหาชน)
ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่
14 มีนาคม
2518 ภายใต้ชื่อเมื่อจดทะเบียนแรกเริ่มว่า
"บริษัท กองทุนรวม
จำกัด" โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งให้เป็นสถาบันการเงินที่มีส่วนร่วมในการระดมเงินออมจากประชาชนทั่วไป
เพื่อพัฒนาตลาดทุนของประเทศไทย
ทั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ
(International Finance Corporation - IFC) ปัจจุบันผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทประกอบด้วยกระทรวงการคลัง
ธนาคารออมสิน
และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ถือหุ้นรวมกันกว่า
54% .....ÍèÒ¹µèÍ
|