รัฐบาลอเมริกันช่วยโรบินฮู้ดในสหรัฐ
นับเป็นเรื่องแปลกทีเดียว
นโยบายรัฐบาลอเมริกันพยายามผลักดันบุคคลที่อยู่อย่างผิดกฎหมายให้พ้นไปจากสหรัฐ
แต่เมื่อวันที่
6 มิถุนายน 2005
ที่ซาน ฟรานซิสโก
กลับมีเรื่องที่สวนทางนโยบายกล่าวคือเจ้าหน้าที่รัฐบาลอเมริกันได้เสนอโครงการบริการและสิทธิประโยชน์ต่างๆให้กับคนแม็กซิกัน
ตลอดจนคนที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย
ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการปกป้องสิทธิของคนงาน
(workers' rights)รวมทั้งการช่วยเหลือด้านสุขภาพอื่นๆเป็นต้น
เจ้าหน้าที่สหรัฐเหล่านี้มาจากกระทรวงแรงงานและกระทรวงเกษตรโดยไปร่วมสัมมนากับเจ้าหน้าที่สถานกงสุลเม็กซิโกที่อยู่ในเขตภาคพื้นตะวันตกของสหรัฐเพื่อให้ทราบถึงสิทธิของคนงาน
ไม่ว่าจะเป็นคนงานอยู่ถูกหรือไม่ถูกกฎหมายก็ตาม
Allen Ng
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของกระทรวงเกษตรสหรัฐฝ่ายโครงการอาหารและโภชนาการซึ่งรับผิดชอบโครงการอาหารแก่เด็กในโรงเรียนกล่าวว่าการนำโครงการออกสู่ข้างนอกก็เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าโครงการนี้ถึงมือทุกคน
โดยใช้สถานกงสุลเม็กซิโกเป็นจุดให้ความร่วมมือ
ทางด้าน George
Friday ฝ่ายบริหารภาคพื้นจากกระทรวงแรงงานก็ต้องการให้นายจ้างปฏิบัติแก่คนงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายแรงงานสหรัฐ
เพราะเมื่อปีที่แล้ว
Wage and Hour Division กระทรวงแรงงานตรวจพบว่ามีนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วยการว่าจ้างส่งผลให้กระทรวงต้องเรียกค่าแรงย้อนหลังให้คนงานกว่า
17,000 คนคิดเป็นเงินกว่า
3 ล้านดอลลาร์
โครงการของรัฐบาลอเมริกันครั้งนี้ก็ได้รับการต่อต้านจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า
Diversity Alliance for a Sustainable America ซึ่งตั้งอยู่โอ๊คแลนด์
โดย Yeh
Ling-Ling ผู้อำนวยการให้ความเห็นว่ารัฐบาลอเมริกันไม่ได้มีนโยบายแท้จริงที่จะลดจำนวนคนที่อยู่อย่างผิดกฎหมายลง
เพราะอย่างน้อยคนที่อยู่แบบไม่มีเอกสารใดหรืออยู่อย่างผิดกฎหมายก็ได้รับการปกป้องสิทธิ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่ใช้เอกสารปลอมเข้าสมัครทำงาน
จากการสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวพบว่าผู้แทนรัฐบาลอเมริกันจะพยายามไม่ชี้ช่องใดๆเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่โรบินฮู้ดจะต้องได้รับจากรัฐบาลกลาง
แต่ผู้แทนจากสถานกงสุลรวมทั้งผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโกที่เข้าร่วมสัมมนาด้วยพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า
บุคคลผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายเหล่านี้ไม่มีการร้องทุกข์กรณีที่นายจ้างเอารัดเอาเปรียบเพราะพวกเขากลัวว่าจะถูกเนรเทศกลับ
นายบอสโก้
มาร์ติ อธิบดีกรมอเมริกาเหนือกระทรวงต่างประเทศเม็กซิโกกล่าวว่า
จำเป็นที่จะต้องแจ้งให้คนงานทุกคนทราบว่า
ไม่ว่าเขาจะอยู่แบบโรบินฮู้ดก็ตาม
พวกเขาได้รับการปกป้องจากกฎหมายแรงงาน
การทำงานจะต้องไม่ตกอยู่ในสภาพของทาสแรงงานแก่นายจ้าง ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนรับทราบว่าคนงานทุกคนได้รับการปกป้องจากกฎหมายแรงงานสหรัฐ
นายบอสโก้
มาร์ติ กล่าวว่าปัจจุบันคนเม็กซิกันอาศัยอยู่ในสหรัฐประมาณ
10 ล้านคน
จำนวนนี้ครึ่งหนึ่งอยู่อย่างผิดกฎหมาย(โดยรัฐบาลเม็กซิโกมีสถิติของตัวเอง) นอกจากนี้แต่ละปีจะมีแรงงานอพยพจากเม็กซิโกเข้าสู่สหรัฐตก
3 แสนคนเพื่อหางานทำในตลาดงานสหรัฐ
จอร์จ
ไฟร์เดย์ ผู้แทนจากกระทรวงแรงงานยอมรับว่านายจ้างทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยค่าจ้าง
นั่นคือจะไม่มีใครได้รับการว่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงงานขั้นต่ำที่รัฐบาลกลางกำหนด นอจากนี้กระทรวงแรงงานยังจัดพิมพ์โปสเตอร์เป็นภาษาสแปนิชเช่นเรื่องฟู้ดแสตมป์,บุคคลที่เป็นโรคเบาหวานรวมทั้งโครงการ the WIC (Women, Infants
and Children) ที่บริการด้านโภชนาการแก่แม่,เด็กอ่อนและเด็กๆทั่วไป
อย่างไรก็ตามโครงการเหล่านี้ไม่ได้เสนอบริการแก่ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายทั้งหมดทุกโครงการ
มีบทสรุปว่าการให้ประชาชนพลเมืองไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดมีสุขภาพดีถือว่าเป็นการลงทุนประการหนึ่ง
เพราะจะได้ไม่ไปเป็นธุระหนักตอนที่ต้องเข้ารักษาพยาบาลจากแพทย์และโรงพยาบาล
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจจากหน่วย
the US Border Patrol โดยหัวหน้าหน่วยคือ
Chief Daniel Aguilar เสนอรายงานต่อคณะกรรมาธิการสภาคองเกรสว่าปัจจุบันคนที่ลักลอบเข้าเมืองทางด้านใต้ตามชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกนั้นไม่ใช่คนเม็กซิกันเพียงชาติเดียว
แต่ยังมีชาติอื่นๆมากมายที่ลักลอบเข้าตามชายแดนด้านนี้ อย่างไรก็ตามไม่ได้มีการเปิดเผยว่าเป็นคนชาติใดบ้าง
เท่าที่ประเมินน่าจะเป็นคนจากอเมริกาใต้และอเมริกากลางมากที่สุด
ในปีงบประมาณ
2004 เจ้าหน้าที่จับกุมได้
1.6 แสนคน และในปีงบประมาณ
2005 ณวันที่
30 เมษายนจับกุมได้อีก
75,510 คน เมื่อตรวจสอบบุคคลที่ถูกจับได้ทั้งปีงบประมาณที่แล้วและปีนี้ทราบว่าในจำนวนนี้
45,000 รายมีประวัติอาชญากรรม
ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวแจ้งว่าวุฒิสมาชิกสหรัฐจะเสนอออกกฎหมายเพิ่มเติมในเดือนกรกฎาคมนี้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับthe US Border Patrol รวมทั้งแก้ไขกฎหมายอิมมิเกรชั่นบางจุด
....อ่านต่อ
|