แก้กฎหมายภาษีให้บริษัทอเมริกัน นำเงินจากกำไรเข้าประเทศได้ถูกลง

           เคยมีการพูดกันเสมอถึงระบบเมืองขึ้นหรือการยกทัพไปยึดครองประเทศอื่น ในสมัยโบราณมักนิยมทำกันโดยเกรฑ์ไพร่พลเข้าไปโจมตีจากนั้นกวาดต้อนผู้คนมาเป็นเชลย เพื่อที่จะได้บังคับเชลยทำงานให้กับประเทศตน จึงได้เห็นคนเชื้อชาติต่างๆปะปนกันมาก ในประเทศไทยเองก็จะพบว่ามีชนกลุ่มน้อยอย่างชาวมอญอยู่กันเป็นหย่อมๆ ชาวลาวโซ่งอยู่แถบเพชรบุรีและราชบุรี ชาวญวนอพยพอยู่ในเขตภาคอีสาน เป็นต้น

           สมัยต่อมามีการส่งกองทัพเรือที่ทรงแสนยานุภาพเข้าครอบครองประเทศต่างๆนับตั้งแต่ประเทศสเปนและปอร์ตุเกส ทำให้ภาษาสแปนิชแผ่กระจายไปยังละตินอเมริกา,อเมริกาเหนือและเอเชียบางประเทศ ยุคต่อมาประเทศอังกฤษถือว่าสุดยอดแห่งการล่าอาณานิคม อันเป็นยุคเดียวกับที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองอินโดจีน 3 ประเทศ ระบบนี้เรียกกันว่าระบบจักรวรรดินิยมบ้าง จักรพรรดินิยมบ้าง รวมความก็คือการยึดเอาเป็นเมืองขึ้น

            เมืองขึ้นจะถูกรีดนาทาเร้นโดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติถูกส่งเข้าสู่เมืองแม่ ปัจจุบันประเทศต่างๆได้กอบกู้และเรียกร้องอิสรภาพจนได้รับเอกราชไปหมดสิ้นแล้ว แต่อิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมและภาษายังคงฝังรากลึกอยู่กับประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นมาก่อน

             ยุคสมัยใหม่มีการส่งบริษัทข้ามชาติไปลงทุนเพื่อนำผลกำไรกลับประเทศของตน ลักษณะนี้ก็น่าจะถือเป็นอาณานิคมยุคใหม่เพียงแต่แปลงโฉมให้ดูดี มีกฎเกณฑ์มากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ในที่สุดแล้วก็ยังทำกำไรอยู่ดี โดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี่ที่เจริญก้าวหน้า สามารถส่งออกไปยังประเทศที่ด้อยกว่า เป็นต้น

            บริษัทอเมริกันที่ไปลงทุนในต่างประเทศมีข้อดีหลายประการ กล่าวคือประการแรกไม่ต้องประกอบการตามข้อกำหนดของกฎหมายสหรัฐตัวอย่างเช่น ในสหรัฐบริษัทจะต้องซื้อประกันแก่พนักงานหรือ Workers’ Compensation และจะต้องเสียภาษีประกันสังคม (Social Security Tax)ในอัตรา 6.2 % หรือคนละครึ่งกับพนักงาน นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของท้องถิ่นด้านสภาพแวดล้อมและอื่นๆ

          บริษัทเหล่านี้มีกำไรมหาศาล แต่เมื่อจะนำเงินกำไรกลับเข้าสหรัฐจะต้องเสียภาษีในอัตรา 35 % สมมติว่ากำไร 100 ดอลลาร์ต้องเสียภาษี 35 ดอลลาร์ เป็นต้น ต่อมาสภาคองเกรสได้ออกกฎหมายมหาชนขึ้นมาฉบับหนึ่ง ( Public Law, the American Jobs Creation Act of 2004 หาดูได้ที่ http://www.access.gpo.gov/nara/publaw/108publ.html ) โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

              กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาเมื่อเดือนตุลาคม 2004 มีกำหนด 1 ปีว่า หากบริษัทอเมริกันจะนำเงินกำไรที่ไปประกอบกิจการในต่างประเทศกลับเข้าประเทศจะเสียภาษี 5.25 % หากไม่นำกลับเข้ามาภายในระยะเวลากำหนดต้องเสียภาษี 35 %

           นอกจากนี้เงินที่นำกลับเข้ามาจะต้องใช้เพื่อการจ้างงาน,เป็นเงินบำนาญของพนักงาน,การเพิ่มทุนของบริษัทและใช้ไปเพื่อการวิจัย แต่ก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าเงินที่นำกลับเข้ามาจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายหรือไม่ แต่เงินเหล่านี้จะต้องผ่านการพิจารณาของผู้บริหารบริษัทรวมทั้งคณะกรรมการอำนวยการบริษัท( board of directors)

            กระทรวงการคลังสหรัฐได้วางมาตรการว่าเงินที่นำกลับเข้ามานี้จะต้องใช้ในการจ้างงานและฝึกงานแก่พนักงาน,นำกลับไปลงทุนเป็นเงินทุน,นำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาสินค้า,นำไปโฆษณาและทำด้านการตลาดแก่ผลิตภัณฑ์หรือนำไปสร้างเสถียรภาพทางการเงินแก่บริษัท แต่จะต้องไม่นำไปเป็นเงินบำนาญผู้บริหาร,เป็นเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น,ไม่นำไปซื้อหุ้นกลับมาและต้องไม่นำมาเสียภาษีของบริษัท

           นาย Allen Sinai ประธานและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่ม Decision Economics คาดว่าเงินประมาณ 320 พันล้านจะถูกนำกลับเข้ามาในสหรัฐ เฉพาะไตรมาสแรกของปี 2005 (มกราคม-มีนาคม)จะมีกลับเข้ามา 100 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเงินจำนวนนี้กลับเข้ามาจะช่วยสร้างงานให้กับคนอเมริกันระหว่าง 4-6 แสนคนใน 2-3 ปีข้างหน้ารวมทั้งทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐเป็นไปด้วยดีในปีนี้

              บริษัทต่างๆที่มีแผนการนำเงินกลับเข้าประเทศประกอบด้วย Johnson & Johnson ประมาณ 11 พันล้านดอลลาร์ Dell computer ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ Kellogg ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งฝ่ายบริหารของเคลลอคแจ้งแก่ผู้ลงทุนว่าบริษัทจะนำเงินกลับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่,ลงโฆษณาและซื้อกิจการบริษัทผลิตอาหารบางบริษัท ส่วน Dell ระบุว่าจะนำเงินมาวิจัยและพัฒนาคอมพิวเตอร์ตลอดจนสร้างโรงงานใหม่....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy