นิตยสาร Money ยกให้เมือง Moorestown
NJ ดีที่สุด

รูปปั้นNipper 30 ตัววางเรียงรายในตัวเมืองแห่งนี้
(AP Photo/Mel Evans)
เมื่อวันที่
11 กรกฎาคม 2005 นิตยสาร Money magazine ได้จัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในสหรัฐปรากฎว่าเมือง
Moorestown รัฐนิวเจอร์ซี่ถือว่าดีที่สุดในสหรัฐที่น่าอยู่อาศัย
การจัดอันดับครั้งนี้ใช้ประชาการของเมืองประมาณ
14,000 คนเป็นหลัก
รวมทั้งค่าทรัพย์สิน
คุณภาพของโรงเรียน
สถานพักผ่อนหย่อนใจ(recreation area) ความปลอดภัยและองค์ประกอบอื่นๆ
ภายหลังจากนั้นก็จะมีเมืองอื่นเป็นอันดับรองลงไปประกอบด้วย
Bainbridge Island รัฐวอชิงตัน,เมือง Naperville รัฐอิลลินอยส์, เมือง Vienna รัฐเวอร์จิเนีย, เมือง Louisville รัฐโคโลราโด้ ส่วนเมืองในรัฐนิวเจอร์ซี่ที่ติดอันดับ
100 เมืองแรกยังมีอีก
3 เมืองน่าอยู่ประกอบด้วยเมือง
Chatham อันดับ
9, เมืองPrincetonอันดับ 15 และเมือง
Hackettstown อันดับ
72
การจัดอันดับนี้ไม่ได้มุ่งหวังที่จะให้ราคาบ้านพุ่ง
แต่เป็นการจัดประจำปีของนิตยสารที่มุ่งไปยังเมืองเล็กๆตามชายฝั่งมหาสมุทรของประเทศ
ตามประวัติแล้วเมือง
Moorestown มีประชากรน้อยกว่า
20,000 คน เริ่มก่อตั้งในปี
1682 จนกระทั่งปี
1920 เป็นที่รู้กันว่าเป็นเมืองกัปตันด้านอุตสาหกรรมที่มีชื่อของ
Camden และ Philadelphia เข้าไปเกี่ยวข้อง เมืองนี้ไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงมากนัก
จะเปลี่ยนอยู่อย่างเดียวคือซิปโค้ดคือ
08057 เมืองนี้มีคนดังๆอยู่กันมากโดยเฉพาะทีม
NFL ฟิลาเดลเฟียรวมทั้งควอเตอร์แบคของทีมคือ
Donovan McNabb
เมืองนี้มีเนื้อที่
15 ตารางไมล์ประกอบด้วยตึกรามที่มีอายุนับศตวรรษ
นอกจากนี้ยังมีบ้านใหม่ๆเกิดขึ้นแต่ก็เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่
2 เรียกว่า McMansions ปัจจุบันราคาบ้านเฉลี่ยหลังละ
375,000 ดอลลาร์
( a single-family
home median price) ในดาวน์ทาวน์มีตำรวจมาก
ร้านสินค้าพวกของเก่า
ร้านขนมปังและอื่นๆ
ส่วนมอลขนาดใหญ่จะไปตั้งอยู่ชายแดนของเมือง
เป็นเมืองง่ายๆ พ่อแม่สามารถปล่อยลูกออกไปเดินซื้อไอศกรีมด้วยตัวเอง
โดยไม่เกรงว่าลูกจะได้รับอันตราย
ข้อมูลของเมือง
ปีก่อตั้ง
: 1682
ประชากรปี
2000: 19,017 พื้นที่
: 15.1 ตารางไมล์ ห่างจากฟิลาเดลเฟีย
12 ไมล์ ห่างจากแมนฮัตตัน
85 ไมล์ ราคาปานกลางของบ้านเดี่ยวปี
2003- 363,000 ดอลลาร์ รายได้ของประชากรปี
2000 เฉลี่ย 78,826
ดอลลาร์ต่อปี
ประชากรที่อายุมากกว่า
25 ปีและได้รับปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย
52 % นักเรียนปี
2003-2004 คะแนน SAT
เฉลี่ย 1,151
ส่วนรัฐนิวเจอร์ซี่คะแนน SAT ปี 2003-2004
เฉลี่ย 1,016

โปรดสังเกตเครื่องหมายบริเวณช้อปปิ้งเซ็นเตอร์
ใกล้ประตูทางเข้าค่ายทหาร
Fort Leonard Wood เท็กซัสรวมทั้งคำว่า a 'military
loan' ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่
22 มิถุนายน 2005
ธุรกิจส่วนใหญ่จะใช้คำว่า
quick cash บ้าง payday
loans และ checks cashed
(AP Photo/Kelley McCall)
ทหารอเมริกันกับดอกเบี้ยเงินกู้ปีละ
540 %
กระทรวงกลาโหมสหรัฐทราบว่าทหารชั้นผู้น้อยหลายคนประสบปัญหาทางการเงิน
จึงได้ศึกษาและออกคำเตือนเรื่องการกู้เงินด่วนที่ต้องเสียดอกเบี้ยมหาโหด
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หลายคนไม่คาดคิดและบางรายไม่มีทางเลือกตัวอย่างเช่นนายสิบธอมัส
เบอร์เดน วัย
35 ปีแห่งฟอร์ด
ฮู้ด รัฐเท็กซัส
ปัญหาของเขาคือการหย่าร้างกับภรรยา
ส่งผลให้เครดิตเสีย
ขาดคุณสมบัติที่จะได้รับเงินกู้ตามปกติ
ดังนั้นวิธีการก็คือไปกู้เงินประเภท
payday lender กล่าวคือไปรับเงินสดมาก่อนยอมเสียดอกเบี้ยแพง
กลายเป็นวัฎจักรที่แก้ปัญหาไม่ได้
ครั้งแรกเขาไปกู้ยืมมา
300 ดอลลาร์เสียดอกเบี้ยทุก
2 สัปดาห์ 60 ดอลลาร์ หากไม่มีเงินไปจ่ายดอกเบี้ยก็จะทบขึ้นกลายเป็นหนี้ถึง
1,400 ดอลลาร์หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยตกปีละ
520 %
เรื่องนี้กระทรวงกลาโหมสหรัฐก็ทราบดีและออกคำเตือนให้ระมัดระวังการกู้ยืมประเภท
payday loans โดยจอห์น
โมลิโน่ รองปลัดกระทรวงกลาโหมเสนอโครงการให้ความรู้แก่ทหารและครอบครัวทุกคนเพื่อจะได้รับทราบว่าวงจรหนี้เหล่านี้จะไม่มีวันสิ้นสุด
จากการสำรวจของอาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริด้าและมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียสเตทพบว่าเป้าหมายของบริษัทเงินกู้เหล่านี้ตรงเข้าสู่ทหารในกองทัพสหรัฐโดยตรง
จากการศึกษาพบว่า
12 ใน 19 รัฐจะพบว่าบริษัทเหล่านี้ไปตั้งอยู่ทางเข้าค่ายทหารโดยตรง
รัฐเหล่านี้ประกอบด้วย
Arizona, California, Colorado, Delaware,
Florida, Kentucky, North Carolina, South Carolina, South Dakota, Texas, Virginia และ Washington.
Christopher Peterson อาจารย์สอนกฎหมายมหาวิทยาลัยฟลอริด้า
1 ในผู้ร่วมศึกษาพบว่าทหารที่ตกเป็นเป้าเงินกู้มักจะยังหนุ่ม
มีปัญหาทางด้านการเงินรวมทั้งได้รับการศึกษาน้อย
ในขณะที่บริษัทเงินกู้เหล่านี้ปฏิเสธว่าไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ทหารแต่มีจุดประสงค์เข้าหาชนชั้นกลางที่อาศัยอยู่ตัวเมืองรอบนอกมากกว่า
Steven Schlein โฆษกของสมาคมบริการการเงินแก่ชุมชน
(Community Financial Services Association)ซึ่งดำเนินการด้านบริษัท payday ถึง 2 ใน 3
เปิดเผยว่าบรรดาทหารมีบัญชีกับกิจการนี้เพียง
1 %
ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนมากเข้าบริษัทก็วางนโยบายใหม่เรื่องการทวงหนี้โดยกำหนดห้ามไม่ให้ทวงหนี้ผ่านไปยังผู้บังคับบัญชาของทหารเหล่านี้
รวมทั้งหยุดการเก็บหนี้ในระหว่างที่ทหารถูกเรียกตัวไปรบหรือสมาชิก
National Guard ถูกเรียกตัวเข้าประจำการ
ในช่วงปี
1992 บริษัท payday loan มีประมาณ
300 แห่ง ปัจจุบันมีเพิ่มเป็น
20,000 แห่ง กลุ่มผู้บริโภคก็รณรงค์และร้องเรียนว่าบริษัทเหล่านี้มีเป้าหมายที่จะทำนาบนหลังคนจนและชนกลุ่มน้อย
อาทิเช่นยอมที่จะให้ลูกหนี้
roll over หนี้หรือนำไปทบต้นหาก
2 สัปดาห์ไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยจะส่งผลให้เงินต้นเพิ่มขึ้นไปอีกและดอกเบี้ยก็เพิ่มตามไปอีก
กระทรวงกลาโหมสหรัฐเองก็ไม่ทราบแน่นอนว่าบุคคลาในกองทัพมีทั้งหมดเท่าใดที่ใช้บริการเงินกู้ประเภทนี้
แต่ประเมินว่าน่าจะอยู่ระหว่าง
9-12 % อีกทางหนึ่งที่กระทรวงกลาโหมกำลังจัดทำก็คือหาเงินกู้ให้กับทหารเพื่อนำไปจ่ายหนี้บริษัทจากนั้นให้หันมาติดเงินกองทัพแทนในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงมากๆเพื่อที่จะให้ยืนอยู่ได้
อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้คิดถึงเมืองไทยที่ทหารตำรวจชั้นผู้น้อย รวมทั้งบรรดาข้าราชการครู
มักจะไปใช้บริการสินเชื่อกู้ยืมเงินจากภายนอกในอัตราดอกเบี้ย
5-10 % ต่อเดือน
ทางด้านนายแซม
เกรเวส ส.ส.รีพับลิกัน
รัฐมิสซูรี่กำลังเสนอร่างกฎหมายเพื่อจำกัดการคิดดอกเบี้ยของบริษัทเหล่านี้ไม่เกิน
36 % ต่อปี โดยเฉพาะกับทหารและครอบครัว
รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่
Community Financial Services Association:
http://www.cfsa.net....อ่านต่อ
|