ที.บูน พิคเกนส์ ภาพนี้เมื่อ 24 เมษายน 2007 ที่เบฟเวอร์ลี่ย์ ฮิลส์  (Fred Prouser/Reuters)
กังหันลมที่ปักในทะเลนอกฝั่งกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์คเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
 
 
 
 
 
แคลิฟอร์เนียภาคกลางก็จะมีทุ่งกังหันลมเรียงรายเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
 
 
 

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------

มหาเศรษฐีเท็กซัสสร้างทุ่งกังหันลม
เพิ่มกระแสไฟฟ้า 4,000 เมกกะวัตต์

                ที.บูน พิคเกอนส์(T. Boone Pickens) วัย 79 ปีมหาเศรษฐีน้ำมันจากเท็กซัสประกาศจะใช้เงิน 10 พันล้านดอลลาร์ผ่านบริษัท Mesa Power เพื่อสร้างทุ่งกังหันลม (wind farm)ใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวกันว่าทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่นี้จะเปรียบเสมือนทุ่งหญ้าแพรี่ของเท็กซัส

แนวความคิดของพิคเกนส์คือการสร้างพลังงานทดแทนเช่นโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์,โรงงานไฟฟ้าพลังแก๊สธรรมชาติและนี่คือที่มาของโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยกังหันลม ในปี 1997 เขาก่อตั้งบริษัท Pickens Fuel Corp. จากนั้นสนับสนุนให้รถยนต์หันมาใช้แก๊สธรรมชาติเรียกว่าNatural Gas Vehicles หรือ NGVs ทำให้สภาพแวดล้อมเน่าเสียกว่ารถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลถึง 95 %  ทุกวันนี้เราจะเห็นรถยนต์หันมาใช้แก๊สธรรมชาติมากขึ้น เช่นรถประจำทางเป็นต้น

                เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2007 เขาให้สัมภาษณ์ CNBC ว่าน้ำมันดิบจะต้องเพิ่มขึ้นถึง 100 ดอลลลาร์ต่อบาเรลแน่นอนเพราะความต้องการสูงขึ้น แต่ปริมาณซัพพลายคงที่ จำเป็นต้องหาพลังงานอื่นมาทดแทน (ทุกวันนี้น้ำมันดิบถีบตัวขึ้น 115-117 ดอลลาร์ต่อแกลลอน)

โครงการทุ่งกังหันลมของเขาจะแล้วเสร็จในปี 2011 ใช้พื้นที่ 200,000 เอเคอร์ใน Roberts เคาน์ตี้และเคาน์ตี้ใกล้เคียงอื่นๆในเขต the Texas Panhandle เขายังประเมินอีกว่าในอนาคตทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่จะได้รับการสร้างขึ้นอีกในเขตชายแดนสหรัฐ-แคนาดา

                เมื่อเดือนพฤษภาคม 2008 บริษัท Mesa Power เริ่มซื้อที่ดินจากนั้นสั่งกังหันลม 2,700 ตัวเพื่อติดตั้งในทุ่ง คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 4,000 เมกกะวัตต์ หรือเทียบเท่ากับโรงงานนิวเคลียร์ที่ผลิตไฟฟ้าถึง 2 โรง สามารถแจกจ่ายไฟฟ้าแก่ประชาชนได้ 1 ล้านครัวเรือน

                พิคเกนส์เป็นเจ้าของกองทุนรวม the BP Capital ที่บริหารกองทุน 4 พันล้านดอลลาร์และเมื่อปี 2006 เรายังทำเงินได้ 1 พันล้านดอลลาร์หลังจากเก็งกำไรพืชผลและอื่นๆ

                พิคเกนส์เป็นมหาเศรษฐีน้ำมันที่รู้จักกันมานาน ตั้งแต่ยุคที่พ่อของเขาค้าน้ำมันในเขตโอคลาโฮมา  เขายอมรับว่าเขาเป็นนักพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ตอนนี้กำลังทดลอง และต้องการทำเงินจากการทดลองนี้  เขาคาดว่าโครงการนี้จะทำรายได้กลับมาให้เขาไม่น้อยกว่า 25 %

                “เมื่อผมเข้ามาตลาดด้านนี้ ผมหวังที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ผมไม่คิดว่าจะขาดทุน”เขากล่าว

                ประมาณการว่าภายใน 10 ปีข้างหน้าสหรัฐจะพบกับวิกฤติพลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะด้านไฟฟ้าต้องการเพิ่มอีก 15 %  ขณะเดียวกันสหรัฐเองก็ปฏิเสธการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังถ่านหินเพราะเกี่ยวเนื่องกับสภาพแวดล้อม ทุกคนจึงหันไปสร้างพลังงานทดแทนด้านอื่นๆ

                การใช้ทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่สร้างพลังงานไฟฟ้านั้นเพื่อนำมาสมทบกับการสร้างโรงงานไฟฟ้าด้วยพลังแก๊สธรรมชาติและพลังจากแสงอาทิตย์   เป้าหมายยังจะส่งไฟฟ้ามาจำหน่ายในแคลิฟอร์เนียโดยเฉพาะแอล.เอ.อีกด้วย

                ทุกวันนี้ผู้คนหันกลับไปหาธรรมชาติมากขึ้นอาทิเช่นการใช้แก๊สธรรมชาติเพื่อทดแทนน้ำมัน  รถยนต์ต่างๆก็เริ่มใช้ประเภท Hybrid มากขึ้นเพื่อลดการใช้น้ำมันลง

                การลงทุนเรื่องน้ำมันดิบถือว่าแพงทีเดียวนอกจากจะสร้างท่อลำเลียงน้ำมัน การตั้งโรงกลั่นเพื่อกลั่นเป็นแก๊สโซลีนนำออกมาใช้  ในขณะที่ใช้แก๊สธรรมชาติและพลังงานอื่นๆเข้ามาทดแทนจะทำให้สหรัฐลดการสั่งน้ำมันดิบเข้าประเทศได้ถึง 40 % ต่อปี

                 กล่าวทางด้านความหมายของคำว่า wind farm คือกลุ่มกังหันลม(wind turbines)ที่กระจุกตัวอยู่ในที่เดียวกันเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า กังหันลมแต่ละตัวจะต่อเชื่อมกันเข้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดปานกลาง ปกติประมาณ 34.5 กิโลวัตต์ จากนั้นจะมีหม้อแปลงเพื่อเพิ่มกระแสไฟเป็นไฟแรงสูง(high voltage)

                ทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่นับเอากังหันลมตั้งแต่ 100 ตัวขึ้นไป สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้

ประมาณ 100 ตารางไมล์  ขณะเดียวกันที่ดินด้านล่างของกังหันลมอาจนำมาใช้เพื่อการเกษตรอย่างอื่นได้

ทุ่งกังหันลมอาจสร้างชายฝั่งทะเลหรือทะเลสาบขนาดใหญ่ได้เช่นกันเพื่อรับลมได้แรงขึ้น การสร้างทุ่งกังหันลมนอกฝั่งมักจะพิจารณาให้ห่างชายฝั่งประมาณ 10  กิโลเมตรหรือไกลกว่า

เพื่อรับลมได้ดีกว่าบนพื้นดินหรือริมชายทะเล อีกทั้งเสียงกังหันลมก็จะไม่รบกวนประชาชน

 ปัจจุบันทั่วโลกมีการติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้ารวม 74,223 เมกกะวัตต์ แบ่งเป็นที่ออสเตรเลีย 817  เมกกะวัตต์(กำลังก่อสร้างเพื่อผลิตอีก 521 เมกกะวัตต์),แคนาดา 1,492 เมกกะวัตต์ ยุโรป 48,000 เมกกะวัตต์  อินเดีย 7,113.6 เมกกะวัตต์ ,นิวซีแลนด์ 320 เมกกะวัตต์(กำลังก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อให้ผลิตได้อีก 151 เมกกะวัตต์ )

สหรัฐ 16,818 เมกกะวัตต์และกำลังก่อสร้างเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้ได้อีก 3,626 เมกกะวัตต์ (ไม่นับรวมโครงการของเศรษฐีเท็กซัสที่เพิ่งประกาศออกมาจะผลิตอีก 4,000 เมกกะวัตต์)....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping