----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------
มหาเศรษฐีเท็กซัสสร้างทุ่งกังหันลม
เพิ่มกระแสไฟฟ้า 4,000 เมกกะวัตต์
ที.บูน พิคเกอนส์(T.
Boone Pickens) วัย 79 ปีมหาเศรษฐีน้ำมันจากเท็กซัสประกาศจะใช้เงิน 10 พันล้านดอลลาร์ผ่านบริษัท
Mesa
Power เพื่อสร้างทุ่งกังหันลม (wind farm)ใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวกันว่าทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่นี้จะเปรียบเสมือนทุ่งหญ้าแพรี่ของเท็กซัส
แนวความคิดของพิคเกนส์คือการสร้างพลังงานทดแทนเช่นโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์,โรงงานไฟฟ้าพลังแก๊สธรรมชาติและนี่คือที่มาของโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยกังหันลม
ในปี 1997 เขาก่อตั้งบริษัท Pickens Fuel Corp. จากนั้นสนับสนุนให้รถยนต์หันมาใช้แก๊สธรรมชาติเรียกว่าNatural
Gas Vehicles หรือ NGVs ทำให้สภาพแวดล้อมเน่าเสียกว่ารถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลถึง
95 % ทุกวันนี้เราจะเห็นรถยนต์หันมาใช้แก๊สธรรมชาติมากขึ้น
เช่นรถประจำทางเป็นต้น
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2007 เขาให้สัมภาษณ์ CNBC ว่าน้ำมันดิบจะต้องเพิ่มขึ้นถึง 100 ดอลลลาร์ต่อบาเรลแน่นอนเพราะความต้องการสูงขึ้น
แต่ปริมาณซัพพลายคงที่ จำเป็นต้องหาพลังงานอื่นมาทดแทน (ทุกวันนี้น้ำมันดิบถีบตัวขึ้น
115-117 ดอลลาร์ต่อแกลลอน)
โครงการทุ่งกังหันลมของเขาจะแล้วเสร็จในปี
2011 ใช้พื้นที่ 200,000 เอเคอร์ใน Roberts เคาน์ตี้และเคาน์ตี้ใกล้เคียงอื่นๆในเขต
the Texas Panhandle เขายังประเมินอีกว่าในอนาคตทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่จะได้รับการสร้างขึ้นอีกในเขตชายแดนสหรัฐ-แคนาดา
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2008 บริษัท
Mesa Power เริ่มซื้อที่ดินจากนั้นสั่งกังหันลม 2,700 ตัวเพื่อติดตั้งในทุ่ง
คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 4,000 เมกกะวัตต์ หรือเทียบเท่ากับโรงงานนิวเคลียร์ที่ผลิตไฟฟ้าถึง
2 โรง สามารถแจกจ่ายไฟฟ้าแก่ประชาชนได้ 1 ล้านครัวเรือน
พิคเกนส์เป็นเจ้าของกองทุนรวม the BP Capital ที่บริหารกองทุน 4 พันล้านดอลลาร์และเมื่อปี 2006 เรายังทำเงินได้ 1 พันล้านดอลลาร์หลังจากเก็งกำไรพืชผลและอื่นๆ
พิคเกนส์เป็นมหาเศรษฐีน้ำมันที่รู้จักกันมานาน ตั้งแต่ยุคที่พ่อของเขาค้าน้ำมันในเขตโอคลาโฮมา
เขายอมรับว่าเขาเป็นนักพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
ตอนนี้กำลังทดลอง และต้องการทำเงินจากการทดลองนี้ เขาคาดว่าโครงการนี้จะทำรายได้กลับมาให้เขาไม่น้อยกว่า
25 %
เมื่อผมเข้ามาตลาดด้านนี้ ผมหวังที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ผมไม่คิดว่าจะขาดทุนเขากล่าว
ประมาณการว่าภายใน 10 ปีข้างหน้าสหรัฐจะพบกับวิกฤติพลังงานมากขึ้น
โดยเฉพาะด้านไฟฟ้าต้องการเพิ่มอีก 15 %
ขณะเดียวกันสหรัฐเองก็ปฏิเสธการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังถ่านหินเพราะเกี่ยวเนื่องกับสภาพแวดล้อม
ทุกคนจึงหันไปสร้างพลังงานทดแทนด้านอื่นๆ
การใช้ทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่สร้างพลังงานไฟฟ้านั้นเพื่อนำมาสมทบกับการสร้างโรงงานไฟฟ้าด้วยพลังแก๊สธรรมชาติและพลังจากแสงอาทิตย์ เป้าหมายยังจะส่งไฟฟ้ามาจำหน่ายในแคลิฟอร์เนียโดยเฉพาะแอล.เอ.อีกด้วย
ทุกวันนี้ผู้คนหันกลับไปหาธรรมชาติมากขึ้นอาทิเช่นการใช้แก๊สธรรมชาติเพื่อทดแทนน้ำมัน
รถยนต์ต่างๆก็เริ่มใช้ประเภท
Hybrid
มากขึ้นเพื่อลดการใช้น้ำมันลง
การลงทุนเรื่องน้ำมันดิบถือว่าแพงทีเดียวนอกจากจะสร้างท่อลำเลียงน้ำมัน
การตั้งโรงกลั่นเพื่อกลั่นเป็นแก๊สโซลีนนำออกมาใช้ ในขณะที่ใช้แก๊สธรรมชาติและพลังงานอื่นๆเข้ามาทดแทนจะทำให้สหรัฐลดการสั่งน้ำมันดิบเข้าประเทศได้ถึง
40 % ต่อปี
กล่าวทางด้านความหมายของคำว่า wind farm คือกลุ่มกังหันลม(wind
turbines)ที่กระจุกตัวอยู่ในที่เดียวกันเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า กังหันลมแต่ละตัวจะต่อเชื่อมกันเข้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดปานกลาง
ปกติประมาณ 34.5 กิโลวัตต์ จากนั้นจะมีหม้อแปลงเพื่อเพิ่มกระแสไฟเป็นไฟแรงสูง(high voltage)
ทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่นับเอากังหันลมตั้งแต่ 100 ตัวขึ้นไป
สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้
ประมาณ 100 ตารางไมล์
ขณะเดียวกันที่ดินด้านล่างของกังหันลมอาจนำมาใช้เพื่อการเกษตรอย่างอื่นได้
ทุ่งกังหันลมอาจสร้างชายฝั่งทะเลหรือทะเลสาบขนาดใหญ่ได้เช่นกันเพื่อรับลมได้แรงขึ้น
การสร้างทุ่งกังหันลมนอกฝั่งมักจะพิจารณาให้ห่างชายฝั่งประมาณ
10 กิโลเมตรหรือไกลกว่า
เพื่อรับลมได้ดีกว่าบนพื้นดินหรือริมชายทะเล อีกทั้งเสียงกังหันลมก็จะไม่รบกวนประชาชน
ปัจจุบันทั่วโลกมีการติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้ารวม
74,223 เมกกะวัตต์ แบ่งเป็นที่ออสเตรเลีย 817 เมกกะวัตต์(กำลังก่อสร้างเพื่อผลิตอีก 521
เมกกะวัตต์),แคนาดา 1,492 เมกกะวัตต์ ยุโรป 48,000 เมกกะวัตต์ อินเดีย 7,113.6 เมกกะวัตต์ ,นิวซีแลนด์
320 เมกกะวัตต์(กำลังก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อให้ผลิตได้อีก 151
เมกกะวัตต์ )
สหรัฐ 16,818 เมกกะวัตต์และกำลังก่อสร้างเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้ได้อีก
3,626 เมกกะวัตต์ (ไม่นับรวมโครงการของเศรษฐีเท็กซัสที่เพิ่งประกาศออกมาจะผลิตอีก
4,000 เมกกะวัตต์)....อ่านต่อ
|