20 อาชีพทำรายได้สูงสุดในสหรัฐ
นิตยสารธุรกิจ(Bizjournals)แอล.เอ.ตรวจสอบเรื่องรายได้ของงานในสหรัฐอเมริกา โดยมีระเบียบวิธีว่าตรวจสอบงานด้านเอกชน-อุตสาหกรรม วัดจาก 323 อาชีพเป็นกลุ่มแรกของกรมสถิติ
กระทรวงแรงานสหรัฐ จากนั้นนำอีก
386 อาชีพถือเป็นกลุ่มที่สอง
สถิตินี้จัดเก็บระหว่างเดือนธันวาคม 2005-มกราคม 2007
อันเป็นส่วนหนึ่งของ National Compensation Survey หรือเป็นโพลจากนายจ้างทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ
นิตยสารฉบับนี้ได้นำเอาเฉพาะอาชีพภาคเอกชนเต็มเวลามาจัดอันดับ
โดยตัดงานพาร์ตไทม์และงานรัฐทิ้งไป โดยอาชีพต่างๆที่ติดอันดับการจ่ายค่าแรงงานสูงดังนี้
CEO (Chief executive officers)ของบริษัทได้รับค่าจ้างสูงสุดเฉลี่ยปีละ $240,903 หรือสัปดาห์ละ $4,633 หรือชั่วโมงละ $103.76 โดยไม่มีอาชีพอะไรที่ตามติดแม้กระทั่งอันดับสองเป็นแพทย์ผ่าตัดยังได้ปีละ $139,849 โดยเฉลี่ยต่ำกว่า CEO ประมาณ
$101,000 ต่อปี
กล่าวได้ว่ามี 10 อาชีพเท่านั้นที่ทำรายได้ปีละ 1 แสนดอลลาร์ขึ้นไป
ในขณะที่อีก 88 อาชีพรายได้จะอยู่ระหว่างปีละ $50,000 ถึง $99,999
เมื่อแยกย่อยออกมาจะพบเป็นกลุ่มอาชีพดังนี้ 4 อาชีพที่อยู่ในภาคการแพทย์และกฎหมายที่ทำรายได้
6 หลักประกอบด้วยแพทย์ผ่าตัดโดยเฉลี่ยปีละ $139,849 ทันตแพทย์ปีละ $133,777 ทนายความปีละ $126,530 และจักษุแพทย์(optometrists) ปีละ$100,419
กลุ่มที่สองเป็นทางด้านเทคนิคประกอบด้วยนักบินสายการบินพาณิชย์เฉลี่ยปีละ
$120,505
ผู้จัดการด้านวิศวกรรมปีละ $113,388 ผู้จัดการด้าน
information
systems ปีละ$106,087
กลุ่มที่สามเป็นกลุ่มด้านการเงินหรือพวกนายหน้าค้าหุ้นและพันธบัตรจะถูกระบุว่าเป็นพวก
securities, commodities and financial
services sales agents ทำรายได้ปีละ
$111,338 โดยเฉลี่ยและผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดปีละ $100,491
กลุ่มที่มีรายได้ต่ำสุดประกอบด้วยเว็ตเตอร์และเว็ตเตรสเฉลี่ย
5.44 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง
ดีลเลอร์และพนักงาตามบ่อนคาสิโนชั่วโมงละ 6.43 ดอลลาร์ แต่หากจัดอยู่ในพวกรายได้ต่อปีจะเห็นได้ว่ากลุ่มที่ทำงานด้าน
food serviceรวมถึงบาร์เทนเดอร์ตกปีละ 10,353 ดอลลาร์(ไม่รวมทิป)
รายละเอียดของกลุ่มที่ทำเงินได้สูงสุดแยกได้ดังนี้
1.ซีอีโอ (Chief executives) ทำงานเต็มเวลาปีละ $240,903 โดยเฉลี่ย ทำงานประมาณ 2,322 ชั่วโมงต่อปี หน้าที่คือการกำหนดนโยบาย,ตั้งเป้าหมายบริษัท,ดูแลและจัดการเรื่องการดำเนินการของบริษัท การศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีหรือมักจะเรียนจบMBA มีประสบการณ์การทำงานมานาน
ดังนั้นการแข่งขันในตำแหน่งจึงสูง และไม่นับรวมกับงานของฝ่ายบริหารภาครัฐ
2.แพทย์ผ่าตัด(Physicians and surgeons)รายได้เฉลี่ยปีละ $139,849 ทำงานปีละประมาณ
2,100 ชั่วโมง หากคิดเป็นรายได้ต่อชั่วโมง 66.59 ดอลลาร์ หน้าที่คือการตรวจรักษาโรคและรักษาคนบาดเจ็บ
วิจัยหาสาเหตุของการติดเชื้อ
การศึกษา จบปริญญาจากโรงเรียนแพทย์
จากนั้นเป้นแพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจำบ้าน 3-8 ปี ต้องสอบรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์
3.ทันตแพทย์(Dentists)รายได้เฉลี่ยปีละ $133,777 ทำงานปีละประมาณ 2,032 ชั่วโมง คิดเป็นรายได้ชั่วโมงละ 65.82 ดอลลาร์ หน้าที่รักษาโรคฟัน,ปาก,เหงือก,ผ่าตัดในปาก
การศึกษาจะเรียนจบด้านวิทยาศาสตร์ก่อนไปต่อโรงเรียนทันตแพทย์และสอบเอาใบอนุญาต กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่าขณะนี้อาชีพนี้เป็นที่ต้องการมากเพราะไม่นานนักจะมีทันตแพทย์จำนวนมากเกษียณจากงาน
4.ทนายความ (Lawyers)รายได้เฉลี่ยปีละ$126,530 ทำงานประมาณ 2,179 ชั่วโมงต่อปี หรือตกชั่วโมงละ 58.07ดอลลาร์ หน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย,สิทธิแก่ลูกความ เตรียมข้อมูลในคดีเพื่อต่อสู้คดีในศาลหรือเป็นผู้แทนเจรจาให้ลูกความ
เรียนจบปริญญาตรีจากนั้นศึกษาต่อโรงเรียนกฎหมายประมาณ
3 ปี และต้องสอบผ่านเพื่อรับใบอนุญาตจากรัฐ(state bar examination)
5.นักบินและวิศวกรประจำเครื่อง (Aircraft pilots and flight
engineers) รายได้เฉลี่ยปีละ$120,505 ทำงานปีละประมาณ 1,264 ชั่วโมง
รายได้เฉลี่ย 95.31 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง หน้าที่คือขับเครื่องบินโดยสารหรือเฮลิคอปเตอร์รับส่งผู้โดยสาร
การศึกษาต้องเรียนอย่างน้อยในคอลเลจ 2 ปี จากนั้นเข้าโรงเรียนฝึกบิน ชั่วโมงบินต้องได้ 250-1,500 ชั่วโมง
ต้องสอบใบอนุญาตพร้อมด้วยเรตติ้งการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานประมาณ 2,120 ชั่วโมงต่อปีหรือชั่วโมละ
53.48 ดอลลาร์
6.วิศวกรระดับผู้จัดการ(Engineering
managers)รายได้เฉลี่ยปีละ $113,388 หน้าที่คือกำกับดูแลให้คำปรึกษาด้านการทำงานแก่วิศวกรและช่างเทคนิคฝ่ายต่างๆ
ศึกษาวิจัย,ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
จบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์หรือสูงกว่า มีประสบการณ์ด้านวิศวกรรมสาขาที่ตัวเองรับผิดชอบ
งานวิศวกรรมนั้นปัจจุบันวิศวกรสภาพแวดล้อมและวิศวกรชีวภาพการแพทย์(environmental and biomedical
engineering)ได้รับความนิยมสูงและก้าวหน้ามากกว่าวิศวกรนิวเคลียร์หรือวิศวกรอากาศยาน
7.นายหน้าค้าหุ้น(Securities & commodities sales agents) รายได้เฉลี่ยปีละ $111,338
ทำงานปีละ 2,079 ชั่วโมง หรือตกชั่วโมงละ 53.54 ดอลลาร์
หน้าที่คือการให้คำแนะนำลูกคต้าลงทุนในตลาดหุ้น การศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีด้านบริหาร,เศรษฐศาสตร์หรือพาณิชย์ศาสตร์
ต้องสอบรับใบอนุญาต
8.ผู้จัดการด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ (Computer
& information systems managers) รายได้เฉลี่ยปีละ $106,087 ทำงานปีละประมาณ 2,099 ชั่วโมง ๆละ 50.53 ดอลลาร์ หน้าที่คือการดูแลจัดการคอมพิวเตอร์ของบริษัท,ระบบอินเตอร์เน็ตและความมั่นคงของเน็ตเวิร์ค
ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่นักวิเคราะห์ระบบและโปรแกรมเมอร์ได้
การศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์,ด้านธุรกิจและเทคโนโลยี่ มีความรู้ด้านเทคนิคต่างๆเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
9.ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย (Marketing & sales managers)รายได้เฉลี่ยปีละ $100,491
ทำงานเฉลี่ย 2,137 ชั่วโมงต่อปีหรือชัวโมงละ 47.03 ดอลลาร์
เป็นผู้ประสานงานด้านวิจัยตลาด,วางยุทธวิธีการทำตลาด,ยุทธวิธีขาย,การโฆษณาและส่งเสริมสินค้าของบริษัท
การศึกษาปริญญาตรีและอาจได้รับปริญญาในแขนงที่บริษัทต้องการ ตำแหน่งนี้จะเกิดการแข่งขันกันมากเมื่อถึงปี
2014 เพราะต้องเข้าสู่กระแสการค้าโลกที่ขยายตัว
10.จักษุแพทย์ (Optometrists)รายได้เฉลี่ยปีละ $100,419 ทำงานปีละประมาณ
1,957 ชั่วโมงหรือชั่วโมงละ 51.30 ดอลลาร์ ทำหน้าที่ตรวจแก้ไขและรักษาโรคเกี่ยวกับนัยน์ตา
ตรวจวัดและประกอบแว่นหรือเครื่องช่วยให้นัยน์ตามองต่างๆ ทำหน้าที่รักษาโรคนัยน์ตาทั้งมวล การศึกษาปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์และเข้าศึกษาต่อโรงเรียนจักษุแพทย์(optometry school) 4 ปี สอบผ่านเพื่อรับใบอนุญาต
11.เภสัชกร (Pharmacists) รายได้เฉลี่ยปีละ $97,334 ทำงานปีละ 2,067 ชั่วโมงหรือชั่วโมงละ 47.09 ดอลลาร์ หน้าที่จ่ายยาตามคำสั่งแพทย์ แนะนำคนไข้เกี่ยวกับการใช้ยาและผลกระทบข้างเคียงที่จะได้รับ เรียนจบอย่างน้อยอนุปริญญาและเข้าเรียนต่อโรงเรียนเภสัชกรอีก
4 ปี สอบผ่านใบอนุญาตเป็นเภสัชกร งานด้านนี้ตลาดต้องการเพิ่มขึ้นเพราะประชากรอายุปานกลางและอายุสูงต้องการยาตามใบสั่งแพทย์( prescription drugs)มากขึ้น
12.ผู้จัดการทั่วไป (General & operations managers)รายได้ปีละ $96,777 โดยเฉลี่ย ทำงานปีละ 2,200 ชั่วโมงหรือชั่วโมงละ 44.00 ดอลลาร์ บริหารบริษัทหรือองค์กรไม่แสวงหากำไรแบบวันต่อวัน
ทำงานตามนโยบายที่ CEO ของบริษัทวางไว้ การศึกษาเรียนจบปริญญาตรีหรือสูงกว่า ส่วนใหย่จะจบด้านบริหารธุรกิจหรือศิลปศาสตร์
มีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อหาประสบการณ์แต่ละแขนงที่รับผิดชอบ
ตำแหน่งเหล่านี้จะมีว่างในแต่ละปีเพราะบางบริษัทผู้จัดการยาออก
ย้ายหน้าที่,ไปเปิดบริษัทของตัวเองและส่วนหนึ่งเกษียณอายุทำงาน
13ผู้จัดการด้านวิทยาศาสตร์(Natural sciences managers) รายได้ปีละ 94,225 ดอลลาร์ ทำงานเฉลี่ย 2,079 ชั่วโมงต่อปี หรือตกชั่วโมงละ
45.32 ดอลลาร์
หน้าที่กำกับดูแลนักวิทยาศาสตร์และนักเทคนิค ดูแลด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
ทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ของบริษัท การศึกษาต้อวเรียนจบปริญญาโทหรือปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์
เป็นนักวิชาชีพเคมี,ชีวภาพหรือนักวิทยาศาสตร์ธรรมชาติอื่นๆ
14.นักวิทยาการสื่อสารและคอมพิวเตอร์ศาสตร์(Computer & information
scientists) รายได้ปีละ 93,256 ดอลลาร์ทำงานปีละ 2,080 หรือตกชั่วโมงละ
44.83 ดอลลาร์ หน้าที่วิจัยงานด้านคอมพิวเตอร์ศาสตร์
ออกแบบคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ แก้ปัญหาด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ การศึกษาปริญญาโทหรือปริญญาเอกมีประสบการณ์ด้านคอมพิวเตอร์ศาสตร์และรู้งานด้านเทคนิค
15.ผู้จัดการด้านการเงิน-การคลัง
(Financial
managers)รายได้ปีละ 86,794 ดอลลาร?ำงาน 2,101 ชั่วโมงหรือชั่วโมงละ 41.30 ดอลลาร์ ทำหน้าที่ตระเตรียมรายงานด้านการเงินและงบประมาณ,ดูแลกิจการลงทุนในต่างประเทศ,วางนโยบายการเงินแก่บริษัทหรือสถาบันการเงินต่างๆ
การศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทด้านการเงินการคลัง,บัญชี,เศรษฐศาสตร์หรือบริหารธุรกิจ
มีประสบการณ์ด้านบริหารธุรกิจ
งานด้านนี้ประสบการณ์จะสำคัญมากกว่าปริญญาด้านการเงินเพราะต้องมียุทธวิธีการใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท
16.ผู้จัดการซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์(Computer software engineers)รายได้เฉลี่ยปีละ
$86,668 ทำงานปีละ 2,103 ชั่วโมงหรือตกชั่วโมงละ 41.22 ดอลลาร์ ทำหน้าที่ออกแบบซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์เพื่อการบริหารระบบและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การศึกษาปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ศาสตร์เป็นอย่างน้อย
รวมทั้งมีประสบการณ์และความรู้ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีต่างๆ
17.ผู้จัดการด้านประชาสัมพันธ์ (Public relations managers) รายได้ปีละ $85,548 ทำงานปีละ 2,061 ชั่วโมงหรือชั่วโมงละ 41.51 ดอลลาร์ หน้าที่พัฒนาโครงการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนรับทราบและรักษาภาพพจน์ที่ดีของบริษัทในด้านการบริหารต่อสังคม
การศึกษาปริญญาตรีเป็นอย่างน้อยในด้านศิลปศาสตร์และปริญญาที่สูงขึ้นไปอีกในบางบริษัทที่นายจ้างต้องการ
18.โฆษกหรือผู้ประกาศข่าว (Announcers)รายได้เฉลี่ยปีละ 84,919
ดอลลาร์ ทำงานปีละประมาณ 2,078 ชั่วโมงตกชั่วโมงละ 40.87 ดอลลาร์ เป็นโฆษกทีวีรายการข่าวหรือรายการอื่นๆตามสถานีทีวีหรือสถานวิทยุ
สัมภาษณ์ออกอากาศและอื่นๆ จบปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย บุคคลเหล่านี้จะต้องมีประสบการณ์อาทิเช่นเป็นโฆษกสถานีวิทยุในมหาวิทยาลัยมาก่อนที่จะออกสู่อาชีพจริง บุคคลิกและสไตล์การพูดสำคัญที่สุดในการปรากฎต่อสาธารณะ
ควบคุมสถานการณ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ดี
19.ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing managers)รายได้เฉลี่ยปีละ $84,626 ทำงานปีละ
2,094 ชั่วโมงหรือชั่วโมงละ 40.42 ดอลลาร์ ทำหน้าที่ดูแลการจัดซื้อวัตถุดิบและการบริษัทแก่บริษัทเพื่อนำมาผลิต
รวมทั้งดูแลเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ,บริษัทที่เสนอราคาขายสินค้ามายังบริษัท
การศึกษาปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย มีประสบการณ์ซึ่งจะเริ่มจากการเป็นผู้แทนจัดซื้อก่อน
20.ผู้จัดการฝ่ายผลิตอุตสาหกรรม (Industrial
production managers) รายได้ปีละ $82,513 ทำงานปีละ
2,136 ชั่วโมงๆละ 38.62 ดอลลลาร์โดยเฉลี่ย หน้าที่ควบคุมดูแลการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมของบริษัท
มีการศึกษาปริญญาตรีอย่างน้อยในสาขาที่นายจ้างต้องการ ประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวเนื่องกับโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตต้องมี
งานรายได้ต่ำกว่าปีละ 20,000 ดอลลาร์
สำหรับงานรายได้ต่ำกว่าปีละ
20,000 ดอลลาร์ ทำงานเต็มเวลาวันละ 8 ชั่วโมงมี 18 อาชีพดังนี้
1.งานด้านFood service และรับทิปปีละ
$10,353
2.พนักงานบริการในธุรกิจสนามแข่งขัน(Gaming)ปีละ$13,267
3.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่พกอาวุธปีละ $13,929
4.ไกด์ทัวร์และท่องเที่ยวปีละ $14,905
5.พนักงานจอดรถ(Parking lot attendants)ปีละ
$15,713
6.คนงานด้านเกษตรกรรมปีละ $16,304
7.พนักงานเคาน์เตอร์Fast food ปีละ $16,398
8.คนล้างจานปีละ $16,523
9.พนักงานตามสถาบันเทิงทั่วไปปีละ $16,549
10.โฮส,โอสเตรสตามภัตตาคาร,คอฟฟี่ช้อป,เลาจน์ปีละ$16,567
11.ที่ปรึกษาด้านข้อมูลที่อยู่อาศัยปีละ $16,850
12.พนักงาน Food servers ที่ไม่ใช่ภัตตาคารปีละ $17,026
13.คนดูแลเด็กปีละ $17,797
14.คนงานตามโรงงานทอผ้าปีละ $18,394
15.พวกบรรจุพืชผักของไร่(Graders and sorters)ปีละ
$18,709
16.พนักงานตระเตรียมอาหารปีละ $18,767
17.เสมียนตามโรงแรมและรีสอร์ตประเภท Front desk ปีละ $19,208
18.ผู้ช่วยครู(Teacher assistants)ปีละ
$19,409
(SOURCE:
Bizjournals.com)
อาชีพต่างๆเหล่านี้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถที่จะนำไปคำนวณและเป็นไกด์ไลน์ให้กับลูกหลานของตนเองได้ว่าแต่ละคนมีความสนใจงานด้านใดบ้าง
เป็นการตระเตรียมอนาคตให้กับเยาวชนของท่านเอง....อ่านต่อ
|