อสังหาริมทรัพย์ : แนวโน้ม
ตลาดบ้านในสหรัฐปี 2008
รายงานนี้เป็นการเขียนโดย
เลส คริสตี้ นักเขียนของ CNNMoney.com ที่กล่าวถึงภาวะอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะบ้านในสหรัฐอเมริกามุมมองปัจจุบันที่จะนำไปสู่อนาคตในปี 2008-2009 ซึ่งปัจจุบันตลาดบ้านถือได้ว่าราคาลดลงมาก ข้อเขียนเหล่านี้นำข้อมูลพื้นฐานมาจาก
Moody's
Economy.com ทราบว่าเฉลี่ยราคาบ้านลดลงประมาณ
20 % ในช่วงที่ผ่านมา และคาดกันว่าบ้านเดี่ยว(single-family
homes)มูลค่าจะลดลงเฉลี่ย 13 % จากปัจจุบันไปจนถึงปี 2009
จากการสำรวจบ้านในเขตนครหลวงหรือ metro
areas 381 เมืองในจำนวนนี้ 80 เมืองราคาตกลงเป็นเลข 2 หลัก โดยเฉพาะในเขตของรัฐแคลิฟอร์เนียและฟลอริด้าซึ่งก่อนหน้านี้ตลาดบ้านหวือหวามาก
สาเหตุสำคัญมาจากดอกเบี้ยอสังหาริมทรัพย์ด้อยค่าหรือ the subprime มีปัญหาส่งผลกระทบไปทั้งอุตสาหกรรม ตลาดบ้านที่ราคาตกมากที่สุดมีดังนี้ Punta Gorda รัฐฟลอริด้า ราคาตก 35.3 % ตามด้วยเมือง Stockton แคลิฟอร์เนียลด 31.6 % เมือง Modesto แคลิฟอร์เนีย
31.3 % เมือง Fort Walton Beach รัฐฟลอริด้า 30.4 % และเมือง Naplesรัฐฟลอริด้า
29.6 %
ส่วนเมืองอื่นๆที่ราคาบ้านลดประกอบด้วย Ocean City รัฐนิวเจอร์ซี่ 24.9 % เมือง St. George, รัฐยูท่าห์ 21.8 % เมืองGrand Junction รัฐโคโลราโด้ 18.9 % เมือง Atlantic City รัฐนิวเจอร์ซี่ 18.6 % และวอชิงตัน
ดี.ซี.ลดลง 18.4 %
สำนักงานสำรวจประชากรสหรัฐ(The Census Bureau)รายงานว่าปัจจุบันมีบ้านว่างเพื่อรอขายอยู่ทั่วประเทศ 2.1 ล้านหลัง เป็นเหตุให้เจ้าของบ้านรวมทั้งบริษัทขายบ้านต้องการลดราคาเพื่อปล่อยบ้านออกให้เร็วที่สุด ภาวะดังกล่าวส่งผลกระทบไปยังการสร้างบ้านใหม่
จากการสำรวจเมือเดือนพฤศจิกายน 2007 พบว่าบ้านใหม่มีการก่อสร้างเพิ่มเพียง
1.187 ล้านหลังถือว่าเป็นอัตราก่อสร้างที่ต่ำสุดในรอบ 16 ปี
การสำรวจยังพบว่าอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ
(GDP)ประมาณ 1
% ในปี 2007 และจะกระทบมาถึงปี 2008 อีก 1.5
%
กล่าวโดยสรุปภาวะอสังหาริมทรัพย์อาจจะฟื้นตัวในช่วงต้นปี
2010 ต่อไปเป็นตัวเลขของการตลาดที่แบ่งออกเป็นจุดต่างๆ เหมาะในการใช้คำนวณหรือวางแผนอนาคตว่าใครจะอพยพโยกย้ายไปอยู่ที่ใดหรือต้องการอยู่ในส่วนไหนของสหรัฐดังนี้
ตลาดบ้านแพงที่สุด 5 เมืองของสหรัฐ
Beverly Hills,CA เฉลี่ย
$2,206,883
Greenwich, CT เฉลี่ย $2,018,750
La
Jolla,
CA เฉลี่ย $1,800,000
Santa Monica, CA เฉลี่ย $1,785,000
Palo Alto, CA เฉลี่ย $1,687,000
เบฟเวอร์ลี่ย์ ฮิลส์ ถือว่าบ้านแพงที่สุดในประเทศ บ้านขนาด
4 ห้องนอนเนื้อที่ 2,200 ตารางฟุตราคาเฉลี่ย 2.2 ล้านดอลลาร์
ผู้อยู่อาศัยเป็นดาราหนัง,ผู้ผลิตซอฟท์แวร์,เศรษฐีบ่อน้ำมันตะวันออกกลาง,แพทย์ผู้ผ่าตัดศัลยกรรมพลาสติก
ฯลฯ(ข้อมูลจาก the Coldwell Banker Home Price Comparison Index)
ตลาดบ้าน 5 เมืองราคาไม่แพง
Killeen, TX เฉลี่ยหลังละ
$136,725
Minot, ND เฉลี่ยหลังละ
$139,033
Arlington, TX เฉลี่ยหลังละ
$139,175
Canton, OH เฉลี่ยหลังละ
$146,333
Muncie, IN เฉลี่ยหลังละ
$150,000
ข้อมูลจาก Coldwell
Banker เช่นกันระบุว่าเมืองคิลลีน รัฐเท็กซัสลักษณะเดียวกับเบฟเวอร์ลี่ย์ ฮิลส์ที่เรียกว่า
An
"executive-type" ขนาด 4 ห้องนอน 2,200 ตารางฟุตราคาที่เมืองKilleen
เพียง $136,725 ซึ่งเท็กซัสยังมีพื้นที่อีกมากมายที่ยังไม่ได้นำมาก่อสร้างบ้าน
อย่างไรก็ตามในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาประชากรเริ่มมีมากขึ้น ทำให้ราคาบ้านเริ่มเพิ่มขึ้นตามความต้องการ
ตลาดบ้านใน 5 เมืองที่พอสู้ไหว
Kokomo, INรายได้เฉลี่ย
$59,700 ราคาบ้านเฉลี่ย $97,000
Indianapolis,IN รายได้เฉลี่ย
$63,800 ราคาบ้านเฉลี่ย
$117,000
Bay
City, MI รายได้เฉลี่ย $54,400 ราคาบ้านเฉลี่ย
$88,000
Lansing, MI รายได้เฉลี่ย $64,000 ราคาบ้านเฉลี่ย
$105,000
Davenport, IA รายได้เฉลี่ย
$57,200 ราคาบ้านเฉลี่ย
$87,000
เมืองอินเดียนาโพลิส มียอดการซื้อขายบ้านในไตรมาสที่
3 ของปี 2007 รวม
87.5 % โดยประชากรเมืองนี้รายได้เฉลี่ย 63,800 ดอลลาร์ต่อปี ข้อมูลนี้ได้จาก Wells Fargo และ the National Association of
Home Builders เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันระหว่างราคาบ้านและรายได้ของประชากรถือว่าผู้คนมีความสามารถที่จะซื้อและอยู่อาศัยได้ไม่ลำบากแต่อย่างใด
ตลาดบ้าน 5 แห่งที่ผู้คนไม่อาจสู้ไหว
Napa, CA รายได้เฉลี่ย
$75,800
ราคาบ้านเฉลี่ย $585,000
Los Angeles,CA รายได้
$61,700 ราคาบ้านเฉลี่ย
$515,000
Salinas, CA รายได้เฉลี่ย
$63,400
ราคาบ้านเฉลี่ย $520,000
Santa Ana, CA รายได้เฉลี่ย
$78,700
ราคาบ้านเฉลี่ย $585,000
San Luis Obispo,CAรายได้ $64,200 ราคาบ้านเฉลี่ย $500,000
จากข้อมูลของ Wells Fargo และ the National
Association of Home Builders พบว่าในไตรมาสที่สามของปี
2007 บ้านในแอล.เอ.ขายเพียง 3.7 %แก่ครอบครัวที่มีรายได้ปีละ
61,700 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามอัตรานี้ถือว่ายังดีกว่าปีก่อนหน้าที่บ้านจำหน่ายเพียง
2 % ขณะที่ในเขตนาป้า
แวลเลย์ แคลิฟอร์เนียเมืองไวน์ยอดขายเพียง 3.3 % แม้ว่าประชากรจะมีรายได้เฉลี่ยปีละ
75,800 ดอลลาร์ ก็ตาม
ราคาบ้านเพิ่มมากที่สุด 5 เมือง
Bismarck, ND ราคาเฉลี่ย
$161,600
ราคาบ้านเพิ่ม 15.3%
Salt Lake City,UT ราคาเฉลี่ย
$246,700 ราคาบ้านเพิ่ม
14.1%
Yakima, WA ราคาเฉลี่ย
$163,200
ราคาบ้านเพิ่ม 13.6%
Binghamton, NY ราคาเฉลี่ย
$119,600 ราคาบ้านเพิ่ม 11.4%
Charlotte, NCราคาเฉลี่ย $220,100 ราคาบ้านเพิ่ม 11.0%
ข้อมูลนี้มาจาก National Association of Realtors พบว่าเมืองบิสมาร์ค รัฐนอร์ธ ดาโคต้า
ในรอบ 12 เดือนราคาบ้านเพิ่ม 15.3 % อย่างไรก็ตามบ้านในเขตเมืองซาน โฮเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนียเฉลี่ยราคาหลังละ
852,500 ดอลลาร์มีอัตรายอดเพิ่ม 9.4 % ถือว่าสูงสุดในอัตราบ้านราคาแพง
บ้านในเขต 5 เมืองที่ราคาลดลงมาก
Palm Bay, FL ราคาเฉลี่ย
$182,400 ราคาบ้านลด 12.4%
Sacramento, CA ราคาเฉลี่ย
$335,700 ราคาบ้านลด 10.5%
Sarasota, FL ราคาเฉลี่ย $287,400 ราคาบ้านลด
10.4%
New Orleans, LA ราคาเฉลี่ย $160,200 ราคาบ้านลด
8.2%
Hagerstown, MD ราคาเฉลี่ย $208,400 ราคาบ้านลด
8.0%
ในไตรมาสที่สามของปี 2007 ราคาบ้านที่ Palm Bay รัฐฟลอริด้าลด 12.4 % นอกจากนี้บ้านที่อยู่ในเขต Sun-Belt ถือว่าลดเกือบทั่วไปและยังลามไปยังเมือง Detroit, เมือง
Hagerstown รัฐแมรี่แลนด์และเมือง Reno รัฐเนวาด้าอีกด้วย
บ้านใน 5 เมืองราคาตกมากที่สุด
Punta
Gorda, FL บ้านราคาลด 35.3%
Stockton, CA บ้านราคาลด 31.6%
Modesto, CA บ้านราคาลด 31.3%
Ft
Walton Beach, FL บ้านราคาลด 30.4%
Naples, FL บ้านราคาลด 29.6%
ข้อมูลนี้ได้จาก Moody's
Economy.com ตลาดบ้านที่เมืองPunta Gorda รัฐฟลอริด้าลดมากที่สุด 35.3 % บ้านในเขตนี้ที่เรียกว่า Sun Belt จะลดเฉลี่ย
13 % โดยทั่วไป
ประชากรเพิ่มมากสุด 5 เมืองของสหรัฐ
North Las Vegas, NV ประชากรเพิ่ม
11.9%
McKinney, TX ประชากรเพิ่ม 11.1%
Port
St. Lucie, FL ประชากรเพิ่ม 9.9%
Cape Coral, FL ประชากรเพิ่ม 8.1%
Gilbert,
AZ ประชากรเพิ่ม 7 %
ข้อมูลนี้ได้จากสำนักสำรวจประชากรสหรัฐ(U.S. Census Bureau)พบว่าในปี 2006 ประชากรที่เมือง North Las Vegas รัฐเนวาด้าเพิ่มมากที่สุด 11.9 % สาเหตุเพราะลาส เวกัสเจริญเติบโตมากทำให้ประชากรกระจายไปยังเมืองรอบนอก
ประชากรเมืองนี้เพิ่ม 20,000 คนมียอดรวม 200,000 คน
ส่วนตัวเมืองที่มีประชากร 5 แสนคนขึ้นไปและอัตราเพิ่มมากสุดคือเมือง Ft. Worth รัฐเท็กซัส เพิ่ม 30,201
คนเป็น
653,320 คนหรือเพิ่ม
4.8%
5 เมืองในสหรัฐปลอดภัยที่สุด
Mission
Viejo,
CA ปลอดภัย -82.11%
Clarkstown, NY ปลอดภัย -80.96%
Brick Township, NJ ปลอดภัย -78.66%
Amherst, NY ปลอดภัย
-75.44%
Sugar
Land, TX ปลอดภัย -75.43%
ความปลอดภัยนี้วัดกันจากอัตราอาชญากรรมของเมืองที่ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของประเทศ ซึ่งเมือง
Mission Viejo ถือว่าต่ำที่สุดในประเทศ
หมายถึงมีความปลอดภัยมากที่สุด เมืองนี้อยู่ทางใต้ของออเรนจ์ เคาน์ตี้ประชากร
1 แสนคน ข้อมูลนี้ได้จาก CQ Press
เนวาด้ายอดยึดบ้านสูงสุดในปี 2007
เมื่อวันที่ 29 มกราคม RealtyTrac Inc.ซึ่งตั้งอยู่เออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนียรายงานว่าในปี
2007 ยอดการยึดบ้าน(foreclosure)ในสหรัฐสูง 79 % เมื่อเทียบกับปี 2006 โดยปีที่แล้วมีเจ้าของบ้าน 1.3 ล้านรายได้รับใบเตือนเรื่องบ้านจะถูกยึดหรือเพิ่มขึ้น
717,522 รายเมื่อเทียบกับปี 2006
ขณะเดียวกันมีบ้านอยู่ในขั้นตอนของการถูกยึดมีการยื่นเรื่องเข้าไป
2.2 ล้านราย โดยรัฐที่มีการยื่นเรื่องถูกยึดมากที่สุดประกอบด้วยNevada, Florida, Michigan และ California
รายงานข่าวกล่าวว่าในช่วงครึ่งแรกของปีนี้บ้านอาจจะถูกยึดเพิ่มขึ้นหากรัฐบาลไม่มีวิธีการเข้าไปช่วยเหลือแต่จะเป็นขั้นตอนปกติไม่ใช่แบบพรวดพราด
สิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากปัญหาเงินกู้อัตราดอกเบี้ยด้อยค่า (subprime mortgages)ซึ่งผู้กู้ด้วยดอกเบี้ยประเภทนี้จะต้องได้รับการปรับดอกเบี้ยขึ้นไปอีกในปีนี้และปี 2009 เมื่อภาวะราคาบ้านตกต่ำทำให้ผู้กู้ไม่อาจนำบ้านไปรีไฟแนนซ์ได้
หรือหาผู้ซื้อยากจึงส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั้งระบบ ทำให้เจ้าของบ้านที่ไม่มีเงินผ่อนพอต้องทิ้งบ้านให้ถูกยึด
RealtyTrac รายงานว่าเฉพาะธันวาคม
2007 เดือนเดียวยอดทำเรื่องบ้านถูกยึดเพิ่ม 97 % หรือคิดเป็น
215,749 หลังเมื่อเทียบกับธันวาคม 2006
รัฐเนวาด้าถือว่ามีอัตรายื่นเรื่องถูกยึดบ้านมากที่สุดโดยมี
3.4 % ของบ้านทั้งหมดถูกยื่นเรื่องยึดบ้านหรือมากกว่า 3 เท่าของอัตราเฉลี่ยทั่วประเทศ
ทั้งนี้มีบ้าน 66,316 หลังหรือเพิ่ม 200 % เมื่อเทียบกับยอดรวมของปี
2006
รัฐฟลอริด้ามีบ้านมากกว่า 2 % เข้าสู่กระบวนการถูกยึด
รัฐมิชิแกน 1.9 % แคลิฟอร์เนียมียอดรวมมากที่สุด 481,392
ได้รับการยื่นเรื่อง แต่เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซนต์แล้วอยู่ในระดับ
1.9 % ส่วนรัฐอื่นๆที่ตามมาเป็น 10 อันดับต้นประกอบด้วย
Colorado, Ohio, Georgia, Arizona, Illinois และ Indiana.
นายเอียน เชิร์พเพอธ์สัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่ง High Frequency Economics เปิดเผยว่าปัจจุบันมีบ้านใหม่ที่ยังขายไม่ออกเป็นอัตรา
9.6 เดือน( unsold home inventory)หรือมีบ้านอยู่มาก ประ มาณ 5 แสนหลังในสต๊อคที่ขายไม่ออก อีกทั้งยอดขายก็ตกลงมา 26 % เมื่อเทียบกับปีที่แล้วนอก
จากนี้ยังจะมีบ้านอีกจำนวนมากถูกยึดและถูกนำมาขายทอดตลาดในฤดูใบไม้ผลิของปี
2008 จะทำให้ราคาบ้านถูกกดต่ำลงไปอีก ....อ่านต่อ
|