เราอาจได้รับเงินภาษีคนละ 800 ดอลลาร์
นโยบายผันเงินคืนจากรัฐบาลจอร์จ บุช
เมื่อวันที่ 18 มกราคมประธานาธิบดีจอร์จ บุช ออกมาประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐให้ฟื้นตัวโดยจะใช้งบประมาณระหว่าง
140,000-150,000 ล้านดอลลาร์ เข้ามาเป็นสิ่งกอบกู้ภัยพิบัติทางเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น
นโยบายดังกล่าวหลักๆก็คือลดหย่อนภาษีให้แก่เอกชนและธุรกิจ,เพิ่ม food stamps แก่คนที่รับฟู้ดแสตมป์มากขึ้น,มอบสิทธิประโยชน์ให้กับคนว่างงาน
สิ่งเหล่านี้จะต้องจัดทำทันทีไม่มีการรอเวลาใดๆโดยเร่งรีบเสนอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจให้สภาคองเกรสพิจารณาออกเป็นกฎหมายให้มีผลใช้บังคับ
โดยมีหลักการว่าจะกระทำครั้งเดียวและเป็นแบบชั่วคราว
จอร์จ บุช ยอมรับว่าเศรษฐกิจเริ่มที่จะย่ำแย่แต่ไม่ถึงกับใช้คำว่าถดถอย
(recession) สาเหตุหลักที่สหรัฐประสบก็คือภาวะอสังหาริมทรัพย์ถดถอยและราคาน้ำมันแพงขึ้น
รายละเอียดเรื่องนี้เชื่อว่าจอร์จ บุช จะนำเสนอต่อประชาชนทั่วประเทศในวันที่
28 มกราคมเพราะจะกล่าวสุนทรพจน์( State of the Union speech)
อย่างไรก็ตามสิ่งที่สังคมอเมริกันเผชิญหน้าทางเศรษฐกิจในขณะนี้มี
5 ประการหลักๆคือ 1.ภาวะอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำ 2.ราคาน้ำมันแพงขึ้น
3.เครดิตจากสถาบันการเงินถูกระงับหรือชลอตัวลง 4.การว่างงานเริ่มสูงขึ้น
5.ตลาดหุ้นราคาหุ้นเริ่มตกลง
เงินจำนวน 140-150 พันล้านดอลลาร์เทียบได้กับ 1 % ของอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) พูดง่ายๆเมื่อ GDP ไม่เติบโตเข้าเป้าก็ใช้เงินเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจะทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นเหมือนกับการฉีดปุ๋ยเข้าไปในพืชเพื่อกระตุ้นให้งอกงามเร็วขึ้น
เศรษฐกิจถดถอยเริ่มมองเห็นจาก
2 ไตรมาส(6 เดือน)ที่ผ่านมาไม่มีการเติบโต(Growth) ให้เห็นกลับลดลงด้วยซ้ำ เศรษฐกิจของสหรัฐมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหรือคิดเป็นเงิน
14 ล้านล้านดอลลาร์(trillion) เป็นผู้นำเข้าสินค้าต่างๆจากทั่วโลก เมื่อเศรษฐกิจถดถอย
การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศก็ลดลงไปด้วยจะส่งผลกระทบไปยังทั่วโลก
ทางด้านพรรคเดโมแครตไม่ได้ขัดขวางนโยบายของจอร์จ บุช
แต่เสนอแนะว่าเงินจำนวนนี้จะต้องลงไปถึงมือของคนงานที่ทำงานหนัก
มีความต้องการมากที่จะทำให้ตัวเองและครอบครัวอยู่รอด
นายเฮนรี่ พอลสัน รัฐมตรีคลังสหรัฐบอกว่าการกระตุ้นเข้าไปสู่ภาคธุรกิจจะทำให้บริษัทเพิ่มการลงทุน,จ้างคนงานมากขึ้น
ซึ่งนโยบายนี้รัฐบาลต้องการสร้างงานเพิ่ม 500,000 ตำแหน่งในปี
2008
รายละเอียดในเรื่องยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่หลักการคร่าวๆมีว่าการช่วยเหลือเรื่องภาษีจะต้องเป็นแบบ package สภาคองเกรสต้องการลดหย่อนภาษีแก่บริษัทเมื่อลงทุนซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องมือใหม่แก่บริษัท
และลดหย่อนแก่เอกชน 500 ดอลลาร์ สำหรับผู้สูงอายุ,บุคคลที่รับฟู้ดแสตมป์และผู้รับเงินจากการว่างงานจะได้รับเพิ่มขึ้น
ในปี 2001 จอร์จ บุช ได้คืนภาษีกับส่วนบุคคลรายละ
300 ดอลลาร์และหากเป็นครอบครัวจะตกครอบครัวละ 600 ดอลลาร์
เมื่อถึงปัจจุบันฝ่ายบริหารกำลังพิจารณาว่าอาจคืนภาษีให้กับส่วนบุคคลรายละ
800 ดอลลาร์
และหากเป็นครอบครัวตกครอบครัวละ 1,600 ดอลลาร์
จากประวัติการคืนภาษีของจอร์จ บุช ในปี 2001 พบว่าในจำนวนผู้ได้รับคืน
2 ใน 3 ใช้เงินภายใน 6 เดือน ซึ่งภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีนั้นอยู่ในลักษณะอ่อนๆ(mild recession) มันเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนจนสิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน
ขณะเดียวกันนายชาร์ลส์ ชูเมอร์ วุฒิสมาชิกนิวยอร์กในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่วมเศรษฐกิจของวุฒิสภาเชื่อว่าร่างกฎหมายนี้จะผ่านภายในต้นเดือนมีนาคม
เพราะปีนี้เป็นปีเลือกตั้งในสภาคงจะมีการอภิปรายเพิ่มเติมแต่ทั้งสองพรรคเห็นพ้องต้องกันแล้วในหลักการ
หากไม่ทำจะทำให้เศรษฐกิจดำดิ่งลงไปอีก
อีกด้านหนึ่งธนาคารกลางสหรัฐจัดประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
เมื่อคืนวันที่ 21 มกราคมจากนั้นได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย(federal funds rate)ลงอีก 0.75 % จาก 4.25 % เหลือ
3.50 % ส่งผลให้ดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางชาร์จธนาคารอื่น(discount rate)ลดเหลือ 4.00 %
หลังจากนั้นในวันเดียวกันธนาคารพาณิชย์ประกาศลดไพรม
เรทลงเช่นกันจากปัจจุบัน 7.25 เหลือ 6.50 %
ซึ่งไพรม เรทจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยผู้บริโภค (Consumer
rates)ต่างๆเช่นเครดิต คาร์ด,ดอกเบี้ยกู้ซื้อรถยนต์
ลดลงเช่นกัน
ทั้งๆที่เฟดจะประชุมตามกำหนด
29-30 มกราคม แต่เชื่อว่าตลาดหุ้นที่ตกต่ำดำดิ่งไปทั่วโลก เป็นองค์ประหกอบสำคัญที่เฟดรีบกระโดดเข้ามาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติมจาก ยาฮู้ http://news.yahoo.com/s/
มิชิแกนงดออกใบขับขี่ให้ผู้อยู่ผิดกฎหมาย
เทอร์รี่ ลินน์ แลนด์ เลขานุการรัฐมิชิแกนเปิดเผยว่านับตั้งแต่วันที่
22 มกราคม 2008 เป็นต้นไปนโยบายใหม่ของรัฐมิชิแกนจะไม่ออกใบขับขี่ให้กับผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย
นโยบายนี้ยังมีผลกระทบต่อผู้อยู่อย่างถูกกฎหมาย
แต่ไม่ได้มีสถานภาพอยู่อย่าถาวร(ใบเขียว) ซึ่งผู้ถือวีซ่านักเรียนตลอดจนวีซ่าทำงานชั่วคราวจะต้องรอผลการออกกฎหมายจากสภานิติบัญญัติของรัฐ
( the Legislature)เสียก่อน
การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐมิชิแกนมีผลมาจากความเห็นเมื่อเดือนธันวาคมของนายไมค์
ค๊อกซ์ อัยการสูงสุดที่ระบุว่าการให้ใบขับขี่แก่ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย
ไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐบาลกลาง ความเห็นจากสำนักงานอัยการสูงสุดถือว่าถูกต้องต่อระดับมลรัฐ
ยกเว้นเสียแต่จะได้รับการชี้ขาดหรือคำพิพากษาจากศาล
อย่างไรก็ตามนโยบายนี้จะมีผลต่อผู้ยื่นขอใบขับขี่หรือขอบัตรประจำตัว(identification
card)
เป็นครั้งแรก ส่วนผู้ที่ถือใบขับขี่หรือมีบัตรประจำตัวอยู่ก่อนแล้วเช่นนักศึกษาจะมีขั้นตอนการต่ออายุใบขับขี่ออกมาในเร็วๆนี้
อีก 7 รัฐที่ออกใบขับขี่โดยไม่ต้องดูสถานภาพว่าอยู่ผิดหรือถูกกฎหมายประกอบด้วย
Hawaii, Maine, Maryland, New
Mexico, Oregon, Utah และ Washington สำหรับมิชิแกนเป็นรัฐชายแดนต่อกับแคนาดาและเป็นชายแดนที่เข้า-ออกของประชาชนมากที่สุดทางด้านเหนือของสหรัฐ
....อ่านต่อ
|