REAL ID บัตรประชาชนระดับชาติ
การเดินทางโดยเครื่องบินยุ่งยากขึ้น
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2008 นายไมเคิ่ล เชอร์ทอฟฟ์ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายในเปิดเผยว่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
2008 จะมีการใช้ใบขับขี่แบบใหม่ซึ่งออกตามกฎหมาย the REAL ID Act 2005
มีหลักการว่าหากใครจะขึ้นเครื่องบิน,จะเข้าตึกที่ทำการของรัฐบาลกลางจะต้องใช้ใบขับขี่แบบใหม่ทั้งสิ้น ถ้ารัฐใดยังไม่พร้อมที่จะหันมาใช้ใบขับขี่แบบนี้ก็จะต้องขอรับการยกเว้นเพื่อใช้เวลาในการแก้ปัญหาของตัวเอง
แต่จะต้องขอยกเว้นในภายในเดือนพฤษภาคม 2008 เท่านั้น
หากรัฐใดเพิกเฉยต่อการขอรับการยกเว้น ประชากรของรัฐนั้นเวลาจะขึ้นเครื่องบินต้องใช้พาสปอร์ตหรือบัตรผ่านแดนที่ออกโดยรัฐบาลกลาง (The federal border-crossing
cards) แสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่สนามบิน ไม่เช่นนั้นผู้โดยสารหรือประชากรของรัฐนั้นๆจะต้องถูกเรียกตรวจเพิ่มเติมโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยของสนามบิน
ใบขับขี่แบบใหม่นี้บุคคลที่เกิดหลังวันที่ 1 ธันวาคม
1964 จะได้รับใน 6 ปีข้างหน้าหรือ 2014 และคนอเมริกันที่อายุมากกว่านี้จะได้รับในปี
2017
ความเป็นมา เมื่อเกิดเหตุการณ์วันที่
11 กันยายน 2001 เจ้าหน้าที่พบว่านาย Hani Hanjour คนร้ายที่จี้เครื่องบินขึ้นชนตึกเพนตากอนมีใบขับขี่ 4 ใบและบัตรประจำตัวประชาชนรวม
3 รัฐ
ต่อมาในปี 2005 สภาคองเกรสได้ออกกฎหมาย the
REAL ID ขึ้นมาเพื่อที่จะจัดการใบขับขี่ให้เหมือนกันทั่วประเทศ
โดยผลักภาระนี้ให้แต่ละรัฐเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อรวม 50 รัฐแล้วต้องใช้
แต่ละรัฐคาดว่าจะใช้งบประมาณ 14.6 พันล้านดอลลาร์
ต่อมาได้รับการต่อต้านจากหลายรัฐเพราะเงินนี้ต้องมาจากภาษีของประชาชนในรัฐเอง ดังนั้นรัฐบาลกลางจึงประเมินลดค่าใช้จ่ายการจัดทำลงเหลือ
3.9 พันล้านดอลลาร์หรือลดลง 73 %
เป้าหมายของรัฐบางกลางต้องการให้ทุกรัฐทำเสร็จในปี 2011
และเมื่อถึงปี 2014 บุคคลใดต้องการโดยสารเครื่องบินและต้องการเข้าตึกรัฐบาลกลางจะต้องแสดงบัตรประชาชนในรูปแบบของ
REAL
ID ยกเว้นประชาชนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
สาเหตุมีหลายประการเจ้าหน้าที่ต้องการให้คนอายุน้อยได้รับใบขับขี่แบบใหม่ก่อน รวมทั้งเชื่อว่าคนในวัยเลย 50 ปียากที่จะเป็นกลุ่มก่อการร้าย,เป็นคนอยู่ผิดกฎหมายและเป็นนักปลอมแปลงที่ฉวยโอกาส(con artist)น้อยกว่าคนที่อายุต่ำกว่านี้ อย่างไรก็ตามหลังจากปี
2017 เป็นต้นไปคนทุกวัยจะต้องมี REAL ID card กรณีจะขึ้นโดยสารเครื่องบิน
รายละเอียดของ the
REAL ID ที่วางไว้ยังประกอบด้วย
ใบขับขี่แบบเดิมที่ถ่ายรูปลงไปด้วยนั้นจะต้องถ่ายตั้งแต่เริ่มการยื่นเรื่อง หากบุคคลใดที่ไม่อาจแสดงหลักฐานการเป็นพลเมืองหรือแสดงเอกลักษณ์บุคคล(identity)ได้ถูกต้อง ภาพถ่ายนั้นจะยังถูกเก็บไว้ในแฟ้มเพื่อตรวจสอบว่าบุคคลเหล่านั้นจะฉ้อฉลต่อระบบอีกหรือไม่
ใบขับขี่จะออกแบบมาเป็น 3 ขั้นเพื่อความปลอดภัย
จะไม่มีการบรรจุไมโครชิป
แต่ละรัฐสามารถเลือกรูปแบบตามเมนูที่จัดไว้ให้เพื่อบรรจุขั้นตอนความปลอดภัยไว้ในใบขับขี่
ภายหลังจากมีการตรวจสอบหมายเลขประกันสังคม(Social Security)และสถานภาพการอยู่อาศัย( immigration status checks)กระทำได้ทั่วประเทศแล้ว สำนักงานทะเบียนยานพาหนะของแต่ละรัฐจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบเรื่องใบเกิดหรือหลักฐานอื่นใดเพื่อให้ทราบว่าบุคคลผู้นั้นไม่ได้มีใบขับขี่มากกว่า
1 ใบ นอกจากนี้ยังจะต้องตรวจสอบกับกระทรวงการต่างประเทศกับบุคคลที่ใช้พาสปอร์ตเพื่อเป็นหลักฐานขอใบขับขี่
ขณะที่นายแบร์รี่ สไตน์ฮาร์ด ผู้อำนวยการสหภาพเพื่อสิทธิเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน( the ACLU)โครงการเทคโนโลยี่และเสรีภาพกระตุ้นเตือนให้แต่ละรัฐโทรศัพท์เข้าไปหานายเชอร์ทอฟฟ์
โดยให้เหตุผลว่าวิธีการนี้เป็นการบลัฟฟ์แต่ละรัฐมากกว่า อีกทั้งถ้าพลเมืองที่จะโดยสารเครื่องบินไม่มีใบขับขี่ดังกล่าวจะต้องถูกตรวจค้นซ้ำสองตามคำพูดจริงหรือ?
หรือว่ารัฐบาลต้องการปิดสนามบิน(ไม่ให้มีคนใช้)
สำหรับรายชื่อ 17 รัฐที่คัดค้านกฎหมายฉบับนี้ประกอบด้วย Arkansas, Colorado, Georgia, Hawaii, Idaho, Illinois,
Maine, Missouri, Montana, Nebraska, Nevada, New Hampshire,
North Dakota, Oklahoma, South Carolina, Tennessee และ Washington.
กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาคองเกรสเมื่อปี
2005 แต่ยังไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ ดังนั้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม
2007 ให้ขยายเวลาบังคับใช้ไปอีก 2 ปีจนถึงเดือนธันวาคม 2009
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2008 ไมเคิ่ล เชอร์ทอฟฟ์ ขยายเวลาไปอีกจนถึงปี
2011 การขยายเวลาหมายถึงการซื้อเวลาเพื่อให้แต่ละรัฐตัดสินใจทำตามกฎหมายรัฐบาลกลาง
โดยปกติแล้วการออกใบขับขี่และบัตรปจำตัวประชาชนเป็นหน้าที่ขอแต่ละรัฐที่จะต้องออกให้ประชากรของตน
รวมทั้งจะต้องเป็นผู้เก็บรักษาข้อมูลของใบขับขี่และบัตรประชาชนไว้
เมื่อมีกฎหมาย The REAL ID Act ออกมาใช้บังคับจึงเป็นเหตุให้การออกใบขับขี่และบัตรประชาชน(สำหรับคนไม่ขับรถ)กระทำร่วมกันระหว่างรัฐบาลมลรัฐและรัฐบาลกลางเพื่อจัดทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน สำหรับมาตรฐานนี้หมายความว่าทุกรัฐจะต้องจัดทำตามแบบอย่างที่กระทรวงความมั่นคงภายในต้องการทั้งรูปแบบความปลอดภัยและฐานข้อมูล
แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆนับตั้งแต่การจัดทำ รวมทั้งการจัดเก็บรักษาและดูแลฐานข้อมูลเช่นการอัพเดท
ฯลฯ รัฐนั้นๆจะต้องเป็นคนออกเอง รัฐที่คัดค้านเห็นว่าไม่เป็นธรรมที่ผลักภาระมาให้แก่มลรัฐฝ่ายเดียว เหมือนกับว่ากฎหมายนี้ออกมาเพื่อเอาประโยชน์รัฐบาลกลาง
แต่ความรับผิดชอบทุกด้านผลักภาระมาให้แต่ละมลรัฐ
นอกจากนี้ยังมีรัฐอื่นๆที่อยู่ในระหว่างการพิจารณากฎหมายที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ประกอบด้วยAlaska, Arizona, Kentucky,
Louisiana, Maryland, Massachusetts, Minnesota, New Mexico,
New York, Ohio, Oregon, Pennsylvania, Rhode Island, Texas,
Utah, Vermont, Washington, D.C., West Virginia, Wisconsin
และรัฐ Wioming
อย่างไรก็ตามมีอีก 3 รัฐที่พยายามอัพเกรดระบบใบขับขี่และบัตรประจำตัวของประชากรในรัฐประกอบด้วยอลาบามา,แคลิฟอร์เนียและรัฐนอร์ธ
แคโรไลน่า ซึ่งประชาชนในรัฐแคลิฟอร์ได้รับการยกเว้นไปแล้วถึงช่วง
2 ปีข้างหน้าสามารถใช้ใบขับขี่ของตนแสดงตัวเพื่อขึ้นเครื่องบินได้
ขณะที่รัฐนิวยอร์กได้พัฒนามากไปกว่านั้นสามารถออกใบขับขี่ให้แก่บุคคลผู้อยู่ผิดกฎหมายได้
หากแสดงพาสปอร์ตของต่างชาติต่อเจ้าหน้าที่ DMV ทั้งๆที่เป็นการขัดต่อสถานภาพการอยู่อาศัยที่ถูกต้องรวมทั้งขัดต่อการให้แสดงหมายเลข
Social
Security Number
สรุปแล้วต่อไปใครจะขึ้นเครื่องบินโดยเฉพาะสายการบินในประเทศต้องใช้ใบขับขี่ที่ออกคู฿่ขนานไปกับกฎหมาย
REAL ID ....อ่านต่อ
|