อาชญากรรมในเม็กซิโกต่อคนอเมริกัน
สะเทือนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
บ่อยครั้งที่สภาพทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมกระทบกระเทือนต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
นำไปสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ภาครัฐพยายามโปรโมท เช่นเมื่อชาวต่างชาติไปเที่ยวเมืองไทยแล้วถูกฆ่าตาย,ปล้นชิงทรัพย์แล้วฆ่า,ข่มขืนแล้วฆ่า
ฯลฯข่าวนี้ถูกนำตีพิมพ์ออกไปทั่วโลก
เพราะสื่อรวมทั้งรัฐบาลต่างชาติย่อมให้ความสนใจ เมื่อคนชาติของตนถูกฆ่าตายในต่างแดน
เช่นเดียวกับประเทศเม็กซิโกตรงที่อยู่ต่อเชื่อมกับสหรัฐเรียกว่า Baja California เมืองนี้เป็นที่นิยมของคนอเมริกันไปโต้คลื่นและเล่นเรือคยัค เพราะระยะทางไม่ไกลจากเม็กซิโก
หรืออยู่ห่างจากซาน ดิเอโก้ประมาณ 200 ไมล์ ทุกสุดสัปดาห์คนอเมริกันนิยมไปท่องเที่ยวกันมาก
จากการสำรวจของผู้สื่อข่าวเอ.พี.ทราบว่าในช่วงวันปีใหม่ที่ผ่านมา เมืองนี้เงียบเหงา ยอดขายของภัตตาคารและโรงแรมลดฮวบลงเพราะคนอเมริกันไปเที่ยวลดลง อันเนื่องมาจากการคอร์รัปชั่นรวมทั้งการก่ออาชญากรรมของคนแม็กซิกันในพื้นที่
ดังนี้
คนอเมริกันถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเม็กซิกันตบทรัพย์อาทิเช่นการสั่งให้หยุดรถในข้อหาขับ
ผิดกฎจราจร คดีแบบนี้เกิดบ่อยมาก เมื่อไม่อยากมีคดีก็ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อความรำคาญ
นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังพบกับกลุ่มโจรสวมหน้ากากที่ทำตัวเหมือนตำรวจด้วยการใช้ไฟฉายส่องสั่งหยุดรถเพื่อปล้น
เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นกับลอริ ฮอฟฟ์แมน(Lori
Hoffman) พยาบาลห้องฉุกเฉินจากซาน ดิเอโก้ที่เดินทางเข้าเม็กซิโกเป็นประจำ
เธอถูกล่วงละเมิดทางเพศเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ขณะเดินทางไปเที่ยวพร้อมกับแฟนของเธอเองชื่อแพท
เว็บเบอร์ (Pat Weber) เจ้าของ
San Diego Surfing Academy เขาต้องคุกเข่านาน 45 นาทีเพราะถูกปืนจี้ที่ศีรษะในระหว่างไปตั้งแคมป์ร่วมกับเต๊นท์อื่นๆอีก 30
เต๊นท์ในเขตเมืองบาฮา แคลิฟอร์เนีย
คนร้ายสวมหน้ากากอาวุธครบมือ 2 คนใช้ปืนยิงเข้าหน้าต่างรถเทรลเลอร์ของทั้งคู่ก่อนที่จะบุกเข้าไปข้างในล่วงละเมิดทางเพศรวมทั้งปล้นเอาทรัพย์สินไปรวมประมาณ
7,000 ดอลลาร์ ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์,เครื่องวิดีโอและอุปกรณ์,กีตาร์และทรัพย์สินอื่นๆรวมทั้งเงินสด
เว็บเบอร์เองเป็นครูฝึกการเล่นกระดานโต้คลื่นในเมืองนี้มาประมาณ
10 ปี ทั้งคู่ประกาศว่าจะไม่กลับไปเม็กซิโกอีกต่อไปแม้ว่าจะแจ้งความแล้วแต่ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ ทั้งสองคนมีแผนการจะไปโต้คลื่นที่คอสตา ริกาหรือไม่ก็ประเทศนิวซีแลนด์
คาบสมุทรBaja California เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกว่าเป็นชายหาดที่สะอาดสวยงาม ผู้ไปท่องเที่ยงยังจะได้รับชมฝูงโลมาและปลาวาฬอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลโดยเฉพาะล็อบสเตอร์คุณภาพดี,เครื่องดื่มมาร์การิต้า,ปลาดิบสดๆอย่างทูนน่า,เยลโล
เทล อาหารและโรงแรมราคาถูก
ทางตอนเหนือของคาบสมุทรแห่งนี้ถือว่าคนอเมริกันถูกปล้นมากที่สุด
อีกอย่างหนึ่งเป็นเขตต่อแดนกับเมืองติฮวนน่ารวมทั้งยังเป็นถิ่นของกลุ่มค้ายาเสพติดอีกด้วย กระนั้นก็ตามทางใต้ลงไปที่เรียกว่าLos Cabos
resort ยังถือว่าเป็นแหล่งปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ได้รับความนิยมจากดาราอเมริกันตลอดจนนักท่องเที่ยวทั่วโลก
อาชญากรรมในพื้นที่ข้างต้นทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษากฎหมายของทั้งสหรัฐและแม็กซิกันตลอดจนเว็บไซท์ของนักเล่นกระดานโต้คลื่น
ให้ความสนใจและแจ้งแก่นักท่องเที่ยวให้ระวังตัว
จุดหนึ่งที่ต้องระวังก็คือบริเวณทางผ่านชายแดนที่เป็น
toll road ใกล้ชายแดนที่เรียกว่า Playas de Rosarito บริเวณโรซาริโต้ บีช เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน
2007 คนอเมริกันที่ไป off-road (the Baja 1000 race)ขับรถกลับบ้าน ส่วนใหญ่อยู่ซาน ดิเอโก้ ถูกไฟฉายส่งสัญญาณให้หยุด กระทำเหมือนเป็นตำรวจ
จากนั้นคนร้ายที่มีอาวุธครบมือควบคุมพวกเขาไว้ประมาณ
2 ชั่วโมง ก่อนจะปล่อยตัว
แต่รถทรัคส์ที่พวกเขาขับไปถูกปล้นไปดื้อๆ
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2007 ก่อนเช้ามืดเหตุเกิดบริเวณเดียวกัน นักปล้นใช้ไฟฉายส่งสัญญาณเหมือนเป็นตำรวจให้นักโต้คลื่นจอดรถ
ก่อนจะสั่งให้คุกเข้าพร้อมใช้ปืนจี้ที่ศีรษะ จากนั้นก็ปล้นเอารถของพวกเขาไป
บริษัท Aqua
Adventures แห่งซาน ดิเอโก้ปกติแล้วจะจัดรายการออกไปดูปลาวาฬรวม 3 วันในเดือนมกราคม กระทำมา
10 ปีจะต้องหยุดกิจกรรมเพราะลูกค้าส่วนใหญ่ร้องเรียนว่าขากลับจะต้องรอเข้าแดนสหรัฐนาน อีกทั้งการปล้นจี้ที่เกิดขึ้น เรื่องนี้
เจน เคล็ก(Jen
Kleck)เจ้าของบริษัทก็ยอมรับว่าลูกค้าปฏิเสธที่จะเดินทางไปถือเป็นการเสี่ยงเกินไป บริษัทนี้จัดคนไปเที่ยว Baja ปีละ 5
ครั้งต้องหยุดกิจการตั้งแต่กรกฎาคม 2007 เป็นต้นมา
ชาร์ลส์ สมิธ โฆษกสถานกงสุลอเมริกันเมืองติฮวนน่ากล่าวว่ารัฐบาลอเมริกันไม่พบว่ามีอาชญากรรมต่อคนอเมริกันแผ่กระจายออกไป แต่ทราบว่าคดีต่างๆไม่มีการแจ้งความกัน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐให้นักขับระมัดระวังรถที่ตามหลังมา
ระหว่างขับอยู่ในชายแดนเม็กซิโกก่อนเข้าสหรัฐ
รัฐบาลเม็กซิโกเองก็ทราบว่าอาชญากรรมกระทบกระเทือนต่อเส้นเลือดทางเศรษฐกิจของบาฮา
เมื่อเดือนธันวาคม 2007 เจ้าหน้าที่ตำรวจของเมือง Playas de Rosarito (เมืองนี้มีประชากร 130,000 คน)ถูกสั่งให้มอบอาวุธปืนเพื่อตรวจสอบว่ามีกระบอกไหนบ้างที่อาจจะนำไปสู่การนำไปประกอบอาชญากรรม
เมืองนี้ต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมืออออกลาดตระเวณหลังจากมีความพยายามลอบสังหารหัวหน้าตำรวจคนใหม่ของเมือง
ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตไป 1 ราย
และเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2008 พบว่ามีตำรวจติฮวนน่าและชายคนหนึ่งถูกฆ่าตายก่อนที่จะนำศพไปทิ้งไว้ใกล้ชายทะเล
อาชญากรรมที่เกิดขึ้นย่อมกระเทือนต่อบาฮากล่าวคือในปี
2007 มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเขตนี้ 18 ล้านคน ลดลงจากปี 2006
ที่เคยมีนักท่องเที่ยวไปเยือน 21 ล้านคน
ขณะที่อัตรการจองห้องพักโรงแรมลดลง 53 %
ทางด้านฮิวโก้ ตอเรส เจ้าของโรงแรม
Rosarito Beach Hotel
ปัจจุบันเป็นนายกเทศมนตรีคนใหม่ของเมืองยอมรับว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวเขตนี้ลดลงประมาณ 30 % นับตั้งแต่ฤดูร้อนที่ผ่านมา
ที่ห้องอาหาร Puerto
Nuevo ซึ่งเสนอรายการดินเนอร์ล็อบสเตอร์คนละ 20 ดอลลาร์ มาร์การิต้าแก้วละ
1 ดอลลาร์
Omar
Armendariz, ผู้จัดการห้องอาหารยอมรับว่ายอดขายตกประมาณ
80 % นับตั้งแต่ปีที่แล้ว
เหตุหนึ่งอาจมาจากในบ่ายวันเสาร์หนึ่งของเดือนตลุาคม
2007 โจรสวมหน้ากาก 2 คนมีอาวุธครบมือออกเดินตามถนนพร้อมกับลักพาตัวคนอเมริกันและสแปนิชไป ภายหลังได้รับการปล่อยตัว แต่คนที่มากับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อีก
2 คนถูกยิงบาดเจ็บ
ผู้จัดการร้านนี้ยอมรับว่าทำธุรกิจนี้มา 9 ปีไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
หากไม่ได้รับการแก้ไขรับรองว่าเมืองนี้ตายแน่ ดังนั้นใครจะไปเที่ยวก็ต้องระวังตัวไว้เหมือนกัน ....อ่านต่อ
|