----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------
เวเนซุเอลา:ยังไม่พร้อมกับการ
เป็นสังคมนิยมในศตวรรษที่ 21
วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2007 ประเทศเวเนซุเอลาจัดให้ลงประชามติ(Referendum)เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศทั้งหมด 69 มาตรา โดยประธานาธิบดีฮิวโก้
ชาเวซ เป็นผู้เสนอ ผลการลงคะแนนเสียงปรากฎว่าฮิวโก้ ชาเวซ พ่ายแพ้ไป
51 ต่อ 49 % แบบเฉียดฉิว
ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่ชาเวซจะนำประเทศไปสู่ระบบสังคมนิยมเต็มตัวจึงทำไม่ได้
เวเนซุเอลาคือประเทศละตินอเมริกาอยู่ตอนเหนือของอเมริกาใต้ เมืองหลวงชื่อกรุงคาราคัส (Caracas) มีประชากรประมาณ 27.7
ล้านคน(ณ เดือนกรกฎาคม 2007)เป็นประเทศร่ำรวยด้วยน้ำมันดิบซึ่งค้นพบหลังสงครามโลกครั้งที่
1 ประมาณ 400 ล้านบาเรล ทำให้เวเนซุเอลามีผู้คนจากประเทศต่างๆในละตินอเมริกาที่ยากจนกว่าอพยพเข้าไปอยู่จำนวนมาก
และเวเนซุเอลาอยู่ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมัน (OPEC)โดยสหรัฐนำเข้าน้ำมันดิบเป็นอันดับ 1 จากเวเนซุเอล่า ปัจจุบันเราจะเห็นบริษัทน้ำมัน
CITGO จำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันต่างๆนั่นคือวิสาหกิจที่รัฐบาลเวเนซุเอลามาซื้อกิจการในสหรัฐดำเนินการ
ในช่วงทศวรรษ 1980 เวเนซุเอลาประสบปัญหาราคาน้ำมันตก,การลดค่าเงินส่งผลให้ต้องกู้ยืมจากธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ระบบการเมืองระส่ำระสาย มาตรฐานการครองชีพประชาชนแย่ลง
รัฐบาลและเจ้าหน้าที่คอร์รัปชั่น ทำให้เกิดการรัฐประหาร 2 ครั้งในปี
1992 และอีกครั้งในปี 2002
ทางด้านประธานาธิบดีฮิวโก้
ชาเวซ อายุ 53 ปีเมื่อเรียนจบมัธยมเขาเข้าเรียนต่อที่สถาบันวิทยาการทหารเวเนซุเอลา
จบปี 1975 รับปริญญาวิทยาศาสตร์และศิลปะการทหาร เข้าประจำการกองทัพยศร้อยตรีอยู่ประมาณ
7 เดือนจึงได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนต่อทางด้านการเมืองในมหาวิทยาลัยไซมอน
โบลิวาร์ แต่ไม่จบ เขาชอบกีฬาโดยเฉพาะเบสบอลเคยอยู่ในทีม the
Criollitos de Venezuela
ทีมนี้เป็นแชมป์ของประเทศเมื่อปี 1969 นอกจากนี้ชาเวซังชอบเขียนบทกวี,เรื่องสั้นและบทละคร
ชาเวซเคยทำรัฐประหารปี 1992
แต่ล้มเหลวถูกจับติดคุก เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลได้รับอภัยโทษ ต่อมาเขาจัดตั้งพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายชื่อ
the Fifth
Republic Movement และขึ้นครองอำนาจเมื่อปี 1999
จากนั้นยังชนะการเลือกตั้งในปี 2000 หลังจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญและในปี
2002 ประธานาธิบดี
ชาเวซถูกทำรัฐประหารพ้นจากตำแหน่งไปชั่วขณะ เมื่อกลับสู่อำนาจเขาก็ชนะเรื่อยมาแบบไร้เทียมทานโดยเฉพาะการเลือกตั้งปี
2006 ได้รับชัยชนะท่วมท้น 63 % จึงทำให้เขาปากโป้งมากขึ้น
ชาเวซเป็นคนที่ออกมาต่อกรกับสหรัฐโดยเฉพาะประธานาธิบดีจอร์จ
บุช นั้นเขาเคยพูด
ประณามในที่ประชุมองค์การสหประชาชาตินิวยอร์กว่าเป็นปีศาจและยังท้าทายผู้นำประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่นๆที่ไม่เห็นด้วยกับเขา ยิ่งไปกว่านั้นเขาเคยระบุว่าสหรัฐส่งคนไปลอบสังหารเขา แต่เรื่องนี้รัฐบาลอเมริกันปฏิเสธ
สิ่งหนึ่งที่ชาเวซติดปากคือชอบด่าคนอื่นว่าเป็นพวกจักรพรรดินิยม(Imperialism)
เผด็จการฟาสซิสต์( Fascist) เมื่อเร็วๆนี้ในการประชุมกลุ่มเศรษฐกิจละตินอเมริกันพร้อมด้วยสเปนและปอร์ตุเกส
มีการพูดกันแบบเผ็ดร้อนจนกษัตริย์ฮวน คาลอส แห่งสเปนทนไม่ได้
ถึงกับบอกฮิวโก้ ชาเวซ ว่าทำไมไม่หุบปากบ้าง
สำหรับข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายรวม 69 ฉบับนั้นมีหลักการหลายประการอาทิเช่นลดอายุผู้ลงคะแนนเสียงจาก
18 ปีเหลือ 16 ปี ,ให้คนในประเทศทำงานวันละ 6 ชั่วโมงจากปัจจุบัน
8 ชั่วโมง,ให้ประธานาธิบดีมีอำนาจในการควบคุมกระทรวงกลาโหมและระบบการเมืองมากขึ้น
ต่ออายุเทอมของประธานาธิบดีจาก 6 เป็น 7 ปี ,อนุญาตให้ชาเวซลงสมัครรับเลือกตั้งได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
หากประชามติผ่านจะทำให้เขาลงสมัครรับเลือกตั้งและอยู่ในอำนาจได้ถึงปี
2050 หรือเมื่อเขาอายุครบ 95 ปี แต่รัฐธรรมนูญปัจจุบันเมื่อถึงปี
2012 ฮิวโก้ ชาเวซ ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกเพราะครบเทอม
เป้าหมายของชาเวซต้องการเปลี่ยนประเทศให้เป็นสังคมนิยม
มีการแปรรูปบริษัทเอกชนมาเป็นของรัฐบาล,จะจัดการศึกษาให้ทุกคนได้เรียนฟรีจนจบมหาวิทยาลัย,จัดระบบการรักษาพยาบาลผลิตแพทย์ให้พอเพียง
โดยใช้แพทย์คิวบาเป็นเข็มนำ
ชาเวซก็เหมือนคนหนุ่มทั่วไปที่ชอบความเป็นฝ่ายซ้าย เขาศึกษาลัทธิมาร์กซ์และเลนิน และ ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มซ้ายแบบทร้อทสกี้(Leon Trotsky)ของโซเวียต ตัวเขาเองก็ยอมรับว่านิยมชมชอบทร้อทสกี้
กล่าวสำหรับ Trotsky เป็นซ้ายแบบบอลเชวิค-เลนิน ถูกขนานนามว่าเป็นพวกลัทธิแก้ของมาร์กซ์ แนวคิดของทร้อสกี้แตกต่างไปจากสตาลินและเหมา
เจ๋อ ตง แห่งประเทศจีน
ทั้งสองมองเห็นว่าสังคมนิยมจะต้องเป็นหนึ่งเดียวของแต่ละประเทศ ขณะที่แนวคิดของทร้อทสกี้ระบุว่าการปฏิวัติสังคมจะต้องถาวรและเป็นสากล(
an international permanent
revolution ) นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทร้อสกี้ถูกเนรเทศเมื่อสตาลินขึ้นเรืองอำนาจต่อจากเลนิน
หันมาทางฮิวโก้ ชาเวซ เขาบูชานักปฏิวัติอย่างฟิเดล
คัสโตรและเช เกววาร่า เมื่อเขาขึ้นครองอำนาจได้ผูกมิตรกับประเทศเพื่อนบ้านโดยใช้น้ำมันเป็นสื่สัมพันธ์
ทำให้หลายประเทศหันมาเป็นซ้ายและเป็นพันธมิตรกับชาเวซ
ทั้งประเทศโบลิเวีย,เอคควาดอร์และนิคารากัว
เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาเช่นนี้เขาก็มีจิตใจรู้แพ้รู้ชนะโดยยอมรับความพ่ายแพ้
สิ่งที่ทำให้เขาผิดพลาดมีหลายประการอาทิเช่นความก้าวร้าว,นักธุรกิจและลุงทุนต่อต้านเขา,เกิดการต่อต้านในกลุ่มคาทอลิก(เขาก็เป็นคาทอลิก),นักหนังสือพิมพ์,กลุ่มสิทธิมนุษยชนเกรงว่าหากให้อำนาจชาเวซมากเกินไปจะทำให้เกิดการลุแก่อำนาจหรือใช้อำนาจไปในทางที่ผิด โดยปราศจากการฟังเสียงทัดทานจากคนอื่น
แม้กระทั่งพันธมิตรของเขาอย่างพลเอกราอูล บาดูเอล อดีตรัฐมนตรีกลาโหมยังระบุว่าการทำประชามติครั้งนี้ถือเป็นการรัฐประหารรัฐธรรมนูญ( a constitutional coup)
อีกทั้งบริษัทลงทุนต่างๆและผู้คนทั่วไปยังไม่เข้าใจเป้าหมายที่เขาต้องการทำให้สำเร็จ
อาทิเช่น
หลายคนหวั่นเกรงว่าที่ดินของตัวเองจะถูกยึดเข้าไปเป็นของรัฐ ยิ่งไปกว่านั้นแม้ประเทศจะมีรายได้ดีจากการขายน้ำมัน
แต่ปรากฎว่ายอดเงินเฟ้อยังอยู่ที่ตัวเลข 2 หลัก อาหารของประชาชนขาดแคลนและยังไม่พอเพียง
ไม่ว่าจะเป็นถั่ว,ข้าวและ pasta ซ๊อส
อย่างไรก็ตามเขายังมีอำนาจไปจนถึงปี
2012 หากชาเวซต้องการปฏิรูปให้ประเทศเป็นสังคมนิยมก็สามารถทำได้ อย่างน้อยคนจนไม่มีที่ดินก็จะได้มีที่ดินทำกิน
ซึ่งตัวเขาเองก็กำลังทำอยู่โดยนำผืนดินที่ไม่ได้ใช้มาแบ่งสรรให้กับคนยากจนทำกิน
เป็นต้น
ผลของการลงคะแนนประชามติครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่าประชาชนคือผู้มีอำนาจแท้จริง สามารถควบคุมผู้นำได้ ....อ่านต่อ
อ่านข่าวเพิ่มเติม http://news.yahoo.com/s/csm/20071206/wl_csm/owwhd_1
|