
สังหารม้งถูกศาลสั่งจำคุก 69 ปี
เจมส์ นิโคลส์ (ซ้าย)ชาวอเมริกันวัย 29 ปียิงและกระหน่ำแทง
นายชา วัง(ขวา) ชาวม้งผู้อพยพวัย 30 ปี จนเสียชีวิตขณะทั้งคู่ต่างออกล่าสัตว์ในรัฐวิสคอนซินเมื่อวันที่ 5 มกราคมและพยายามนำศพไปซ่อนเพื่อปิดบังอำพราง
นิโคลส์อ้างว่ายิงนายวังเพื่อป้องกันตัว หลังนายวังได้ยิงปืนใส่ตนเอง
2 นัดซ้อน สาเหตุเกิดจากทั้งคู่แย่งกันยิงกระรอกตัวหนึ่ง ศาลสั่งจำคุก 69 ปี
สภาพศพของ ชา วัง นอกจากจะถูกยิงที่หน้า,หน้าอกและแขนแล้ว
ยังถูกกระหน่ำแทงที่คอ รวมถึงถูกแทงตัดหลอดเลือดดำทั้ง 2 ข้าง นอกจากนี้ลิ้นของเขายังถูกแทงทะลุด้วยกิ่งไม้
และฟันหักหลายซี่ คดีดังกล่าวก่อให้เกิดความตึงเครียดในหมู่นักล่าสัตว์ชาวอเมริกันผิวขาวและชนกลุ่มน้อยชาวม้ง
ซึ่งส่วนใหญ่อพยพจากลาวและประเทศไทยมาอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ตั้งแต่หลังสงครามเวียดนาม
คนทั่วโลกส่งเงินกลับบ้านหลายพันล้าน
ในห้วงเวลานี้ถือเป็นฤดูวันหยุดหรือ Holidays Season บรรดาคนที่มาทำงานในสหรัฐส่วนใหญ่จะส่งเงินกลับไปให้ทางบ้านของตัวเองใช้
หรือคนที่อยู่มุมไหนของโลกก็ตามออกไปทำงานประเทศอื่นมักจะส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวของตัวเอง
หนังสือพิมพ์ซานคราเมนโต ได้ไปเสนอข่าวที่ร้าน
Punjab International พบว่าที่แห่งนี้มีการรับส่งเงินอย่างถูกต้องตามกฎหมายไปยังอินเดียและส่วนต่างๆของโลก
จากการศึกษาพบว่าเมื่อปี 2006 คนทุกมุมสวนของโลกส่งเงินกลับบ้านโดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนาประมาณ
301 พันล้านดอลลาร์วสหรัฐ
จากการศึกษาขององค์การสหประชาชาติในหัวข้อ Sending Money Home: Worldwide
Remittances to Developing Countries นำออกตีพิมพ์เมื่อตุลาคม
2007 พบว่ามีการทรานสเฟอร์เงินหรือremittances จากประเทศมั่งคั่งไปยังประเทศยากจน 104 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีการนำเงินจากประเทศมั่งคั่งออกไปลงทุนในประเทศกำลังพัฒนาอีก
167 พันล้านดอลลาร์ในปีเดียวกัน
ทั้งนี้ Punjab International จัดการส่งเงินด้วยระบบอีเลคทรอนิกไปยังประเทศต่างๆตามที่ลูกค้าต้องการ โดยแต่ละเดือนจะมีลูกค้าประจำกว่า
300 ราย ทั้งนี้จุดหลักคือประเทศอินเดีย,ประเทศอื่นๆในทวีปเอเชีย
ตามด้วยละตินอเมริกา,ยุโรปตะวันออกหรือที่อื่นใดที่ลูกค้าต้องการให้จัดส่ง
สัตวันท์ เมอร์มา(Satwant Verma)เจ้าของบริษัทเปิดเผยว่าผมมีลูกค้าจำนวนมากที่มาจากประเทศไทย,เม็กซิโก,ฟิจิแม้กระทั่งประเทศทองก้า
ตัวของสัตวัท์มาจากแคว้นปัญจาบ
ร้านของเขามีลูกค้าหลายชาติโดยร้านตั้งอยู่ที่ถนนฟลอริน( Florin Road)
อินเดอร์จิต กัลลิเรย์ เติบโตที่อังกฤษ ปัจจุบันเป็นพลเมืองอเมริกันและทำงานอยู่กับ
the California Department of Fish
and Game ปัจจุบันก็จัดส่งเงินไปช่วยเหลือญาติที่ปัญจายเพื่อช่วยเป็นค่าเล่าเรียนของหลานๆ พร้อมกับเตรียมจัดซื้อที่ดินที่ปัญจาบอีกด้วย
เงินสงเคราะห์ญาติ(Remittances)กระทำกันมานานกลายเป็นประเพณีที่ต้องจัดส่งไปช่วยญาติที่ยากจนกว่าหรือมีความจำเป็นทางการเงินมากกว่า ส่วนหนึ่งอาจนำไปซื้อทรัพย์สมบัติเพิ่มเติม,ซื้อบ้านหรือนำไปลงทุนทำธุรกิจขนาดเล็ก
กล่าวได้ว่าผู้คนจำนวนมากจัดส่งเงินกลับบ้านจนทำให้ธุรกิจรับส่งเงินต้องแข่งขันกันมากอาทิเช่นปัจจุบัน Western Union ลดค่าส่งและยังเปิดสาขาไปทั่วโลกในการส่งเงินจึงได้รับการขนานนามว่า
International Banking Networks
การจัดส่งเงินRemittances ปกติแล้วจะอยู่ระหว่างรายละ 100-300 ดอลลาร์ต่อการส่ง 1 ครั้ง ส่วนใหญ่จะส่งโดยกลุ่มคนทำงานทั่วไปจากประเทศมั่งคั่งกลับไปยังบ้านตัวเอง
ตัวอย่างเช่นชาวอินเดียส่งเงินกลับบ้านในจำนวนนี้ 6 % ของการส่งจะไปจากประเทศอเมริกาใต้โดยเฉพาะเวเนซุเอล่าประเทศร่ำรวยน้ำมันดิบ
องค์การสหประชาชาติยอมรับว่าการจัดส่งเงินจากคนงานในประเทศร่ำรวยกลับบ้านตัวเองส่งผลให้เกิดการกระตุ้นหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศนั้นๆมากขึ้น
ไม่ว่าจะไปช่วยเหลือญาติพี่น้องหรือนำกลับไปลงทุนเล็กๆน้อยๆ
พารัค ราวาล ชาวอินเดียวัย 42 ปีปัจจุบันเป็นพลเมืองอเมริกันตำแหน่งผู้จัดการด้านการออกแบบของบริษัท Intel ที่เมือง
Folsom ยอมรับว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วเขาส่งเงิน 2 หมื่นดอลลาร์ไปจ่ายค่าก่อสร้างบ้านให้พ่อแม่อยู่
แต่ปัจจุบันการส่งเงินถือเป็นเพียงของขวัญแก่พ่อแม่ญาติพี่น้อง ส่วนใหญ่เขาจะส่งกลับไปลงทุนในกองทุนรวม (mutual
funds)ที่อินเดีย
เมื่องานด้านไฮเทคบูมทำให้คนอินเดียอพยพเข้ามาอยู่ในเขตนครหลวงซาคราเมนโต้มากขึ้น
ตัวอย่างเช่นระหว่างปี 2000-2006 คนอินเดียเพิ่มจาก 9,215 เป็น
16,942 คนหรือเพิ่ม 84 %
แต่ก็ยังนับว่าเป็นจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับประชากรโดยรวมของเมืองหลวงแคลิฟอร์เนีย
จากตัวเลขในปี 2006 พบว่าคนอินเดียส่งเงินกลับประเทศเป็นอันดับ
1 ของโลกคือ 25 พันล้านดอลลาร์หรือคิดเป็น 3 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาติ(GDP) ตามด้วยเม็กซิโก 24 พันล้านดอลลาร์,จีน 21 พันล้านดอลลาร์,ฟิลิปปินส์เกือบ 15 พันล้านดอลลาร์และรัสเซียเกือบ
14 พันล้านดอลลาร์
เงินเข้าสู่อินเดียแยกให้เห็นได้ว่าส่งไปจากอเมริกาหรือส่วนใหญ่จากสหรัฐ
44 % จากประเทศอ่าวเปอร์เซีย 24 % (อินเดียไปทำงานด้านรับเหมาก่อสร้าง) ก่อนหน้านี้ช่วงปี 1990 เงินเข้าอินเดียจากประเทศอ่าวเปอร์เซียคิดเป็น
40 % แต่ปัจจุบันไปจากอเมริกาเพราะบริษัทไฮเทคจ้างคนอินเดียมากขึ้น
อีกด้านหนึ่งนายเหวียน ง็อก
ลาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารชาติเวียดนาม the State
Bank of Vietnam (SBV)ประเมินว่าในปี 2007 จะมีเงินส่งเข้าเวียดนามเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์หรือเพิ่มขึ้นประมาณ
300 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับปี 2006 เฉพาะโฮจิมินห์ ซิตี้เมืองเดียวตก
3.6 พันล้านดอลลาร์
ที่กรุงบูคาเรส เมืองหลวงของโรมาเนีย ธนาคารกลางประเมินว่าในปี
2007 จะมีคนโรมาเนียที่เดินทางออกไปทำงานต่างประเทศส่งเงินกลับเข้ามาประมาณ
6 พันล้านยูโร อย่างไรก็ตามถือว่ายอดส่งเงินเข้ากลับลดลงเมื่อเทียบกับปี
2005 และ 2006
กล่าวได้ว่าเงินจะกลับเข้าประเทศมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่
2 ประการคือ 1.จำนวนประชากรของประเทศนั้นๆที่อพยพเข้ามาอยู่และส่งเงินกลับไปประเทศเดิม
2.รายได้ของคนที่มาทำงานในต่างประเทศด้วย หากเป็นพวกไฮเทค,วิศวกร,แพทย์และวิชาชีพอื่นๆเงินกลับเข้าประเทศเดิมก็จะมากเพิ่มขึ้นกว่าคนรับจ้างทั่วไป
....อ่านต่อ
|