----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------
อาร์คบิชอบโบสถ์ดังที่แอตแลนต้า
เมื่อมีอำนาจก็ประพฤติผิดทางกาม
สำนักข่วเอ.พี.รายงานว่าเมื่อ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ณ วิหารโฮลี่
สปิริต ในโบสถ์ Chapel Hill Harvester Church เมืองดีเคเตอร์ (อยู่นอกแอตแลนต้า) สมาชิกของอาร์คบิชอบตระกูลของเอิร์ล พอลค์
(Earl
Paulk)ร่วมประชุมกันอย่างเงียบๆเพื่อฟังคำสั่งศาล กรณีที่ผู้นำวัย
80 ปี เป็นบิดาของเด็กที่เกิดจากภรรยาของน้องชายตัวเอง
ปัญหาเรื่องการละเมิดหรือประพฤติทางกามครั้งไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งที่สอง
แต่ครั้งนี้ท่าน
อาร์คบิชอปเอิร์ล พอลค์ จะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาให้การเท็จต่อคำสาบาน( lying under oath )เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ หากเป็นนักโทษก็ต้องบอกว่าเป็นผู้ร้ายปากแข็ง
ท่านอาร์คบิชอปผู้นี้เป็นบิดาแท้จริงของ D.E.
Paulk วัย 34 ปีซึ่งคนทั่วไปรู้เพียงแต่ว่า ดี.อี.เป็นหลานชายของท่าน ดี.อี.เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะผู้ปกครองโบสถ์ (head pastor)ได้ปีครึ่งกล่าวว่า ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจที่ครอบครัวของเราต้องเสียหาย
หลังจากความเป็นคนและความชั่วร้ายได้ถูกเปิดเผยออกมา ข้าพเจ้ารู้สึกผิดหวังและประหลาดใจมาก
อาร์คบิชอปเอิร์ล พอลค์ มีน้องชายคือดอนและน้องสะใภ้คลาริซ
ซึ่งดี.อี. พอลค์ กลายเป็นลูกของเอิร์ล พอลค์กับคาลิซ กลับไม่ใช่ดอน
พอลค์ ซึ่งเป็นสามีของคาลิซ
ผู้พิพากษาสั่งให้ตรวจสอบ DNA ภายหลังจากสำนักงานอัยการแห่งค็อบบ์ เคาน์ตี้และสำนักงานสอบสวนแห่งจอร์เจียร้องขอเพราะสงสัยว่าเอิร์ล
พอลค์ อาจให้การเท็จในคำสาบานหลังจากถูกดำเนินคดี
ท่านอาร์คบิชอป,น้องชายและโบสถ์ถูกโมน่า บริวเวอร์ อดีตพนักงานของโบสถ์ยื่นฟ้องถูกล่อล่วงเพื่อมีพฤติกรรมทางเพศร่วมกันระหว่างปี
1989-2003 โดยบอกกับเธอว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะทำให้เดินทางพ้รนจากขุมนรก(path to salvation ) ต่อมาเดือนมกราคมท่านอาร์คบิชอปรับสารภาพว่าได้มีพฤติกรรมทางเพศกับอดีตพนักงานโบสถ์จริง
ในปี 2006 การให้ปากคำต่อคดี ท่านอาร์คบิชอปกล่าวภายใต้คำสาบานว่ามีสตรีเพียงคนเดียวคือโมน่า
บริวเวอร์ เท่านั้นที่ท่านประพฤติผิดนอกเหนือการแต่งงานของท่าน
แต่ทว่าเมื่อผลพิสูจน์ออกมา ปรากฎว่าเรื่องกลับตาลปัตร
ณ จุดนี้ท่านอาร์ค บิชอป อัยการยังไม่ได้ตั้งข้อหาเพื่อเอาผิดคำให้การเท็จ
คาดว่าคงจะมีการยื่นข้อหาให้รับทราบในเร็วๆนี้
โบสถ์แห่งนี้ได้รับการขนาดนามว่าเป็นโบสถ์ขนาดยักษ์(megachurch)เริ่มก่อสร้างในปี 1960 ด้วยสมาชิกประมาณ 30 คน ในเขตเมือง the Little Five Points หรือเมืองอยู่ติดกับแอตแลนต้า ปัจจุบันขยายตัวออกถึง 100 เอเคอร์ ตัววิหารสร้างแบบสถาปัตย์โกธิคสมัยใหม่
โบสถ์มีกิจกรรมทางสังคมก้าวหน้ามาก ยอมรับสมาชิกที่เป็นคนผิวดำในทศวรรษ
1960 ยอมบวชให้สตรีเป็นพระทางศาสนาและเปิดประตูรับชาวเกย์และเลสเบี้ยน
เมื่อถึงช่วงทศวรรษ 1990 ถือเป็นจุดสุดยอดของศาสนจักรแห่งนี้มีสมาชิกกว่า
1 หมื่นราย ประกอบด้วยพระผู้ปกครอง(pastors)
24 คน โบสถ์มีรายได้จากเงินเดือน
10 % ของสมาชิก (สมมตว่าคนนั้นมีเงินเดือน 3,000 ดอลลาร์ โบสถืจะมีรายได้
300 ดอลลาร์จากสมาชิกผู้นั้น) ทำให้ศาสนจักรแห่งนี้สร้างวิทยาลัยศาสนา(Bible college)สร้างโรงเรียน 2 แห่ง มีสถานีทีวีเป็นของตัวเองออกอากาศไปทั่วโลกรวมทั้งก่อสร้างวิหารมูลค่า
12 ล้านดอลลาร์
ปัจจุบันสมาชิกลดลงเหลือ 1,500 คน พระผู้ปกครองเหลือ
18 รูปและสิ่งอื่นๆก็เริ่มตกอยู่ในช่วงขาลงเหตุมาจากการประพฤติผิดศีลข้อ 3 คือกามเมสุมิฉาของอาร์คบิชอปเอิร์ล พอลค์
ช่วงปี 1992 มีสตรีรวม 7 รายเปิดเผยว่ามีเพศสัมพันธ์กับทั้ง Don Paulk และ Earl
Paulk จนโบสถ์แห่งนี้กลายเป็นฮาเร็มของตระกูลพอลค์ เพราะถูกยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายประมาณ 24 ล้านดอลลาร์ ในช่วงหลังการฟ้องร้องตกไป
จนกระทั่งสตรีอดีตสาชิกโบสถ์ชื่อ แจน รอนสตัน(Jan
Royston)ซึ่งเลิกไปโบสถ์เมื่อปี 1992 จัดตั้งกลุ่มออนไลน์ขึ้นมาเพื่อสนบัสนุนอดีตสมาชิกมาถกเถียงกันกรณีที่แต่ละคนได้รับความกดดันทางจิตใจ
โดยยอมรับว่า ณ ที่แห่งนี้ไม่ใช่ศาสนจักรแต่เป็นกลุ่มลัทธิ( a cult)มากกว่า
ปัจจุบันนี้ท่านอาร์คบิชอปเอร์ล พอลค์ ลดบทบาทด้านคำสอนลง
แต่ละวันอาทิตย์จะขึ้นมาเทศน์ประมาณ 10 นาที จากนั้นปล่อยเป็นหน้าที่ของพระผู้ปกครองรูปอื่นๆ ทางด้าน ดี.อี.พอลค์ ยอมรับว่าลุงของข้าพเจ้ามีความผิดแน่นอน และยังจะต้องคดีสาบานเท็จอีก
โดยประวัติของอาร์คบิชอปชื่อเต็มคือ Earl Pearly Paulk, Jr. เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 1927 เป็นลูกของ
ดร. Earl Pearly Paulk Sr.ผู้นำศาสนจักรที่ปกครอง
the Church of God (Cleveland, Tennessee) แม่ชื่อ Addie Mae Tomberlin Paulk เรียนจบด้านศาสนวิทยาจาก
Candler School of Theology สมรสกับนางนอร์มา เดวิส(Norma Davis
)....อ่านต่อ
สำหรับเว็บไซท์ของโบสถ์แห่งนี้เข้าไปดูได้ที่ www.mycathedral.org
|