----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------
เมื่อมีอำนาจและกฎหมายในมือ
อเมริกัน Top Cop คอร์รัปชั่นง่ายขึ้น
เมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวนายไมเคิล คาโรนา หัวหน้าเชอร์รีฟออร์เรนจ์
เคาน์ตี้ต้องข้อหารับสินบนยังไม่จางหายเพราะต้องถูกนำขึ้นไต่สวน
ขณะนี้เขาได้รับประกันตัวและยอมถอยคือพักงานตัวเอง 60 วันเพื่อไปศึกษาข้อกฎหมายเข้าร่วมต่อสู้คดี
จากนั้นข่าว Top Cop เกี่ยวพันคอร์รัปชั่นปรากฎขึ้นมาอีก
คราวนี้นายเบอร์นาร์ด เคอริก
(Bernard
Kerik) อายุ 52 ปี เกิดวันที่ 4 กันยายน
1955 ที่เมืองน๊วก รัฐนิวเจอร์ซี่ เป็นอดีตคอมมิชชั่นเนอร์ตำรวจนิวยอร์กถูกนำตัวขึ้นรับฟังข้อกล่าวหาที่ศาลรัฐบาลกลางเมืองไวท์
เพลนรัฐนิวยอร์กในข้อหาคอร์รัปชั่น เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2007
ประกอบด้วยให้การเท็จต่อเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว,ฉ้อโกงภาษี,รับผลประโยชน์จากบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับแก๊งอาชญากรรม
ข้อหาเหล่านี้เขาปฏิเสธ(pleaded
not guilty)
โดยประวัติแล้วเขาเคยเป็นคอมมิชชั่นเนอร์ของเรือนจำและต่อมาเป็นคอมมิชชั่นเนอร์ตำรวจ
ถือว่าเป็นคอมมิชชั่นเนอร์ใหญ่ทั้งสององค์กร
เป็นเพื่อนกับรูดี้ จิวลิอานี่,เคยทำธุรกิจร่วมกันอีกด้วย
อัยการกล่าวโทษในรายละเอียดที่นายเคอริกกระทำประกอบดัวย
1.รับสินบน 255,000 ดอลลาร์เพื่อนำมาปรับปรุงอพาร์ตเมนต์ของตนที่
Bronx รวมทั้งหินอ่อนที่นำมาวางบนทางเข้า,ห้องน้ำและจาคูซี่ จากบริษัทก่อสร้างเพื่อแลกกับใบอนุญาตที่บริษัทจะได้รับ นอกจากนี้บริษัทก่อสร้างดังกล่าวยังถูกสอบสวนเพราะเกี่ยวพันกับองค์กรอาชญากรรม
2.บริษัทก่อสร้างนี้ยังต้องจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์อีกแห่งให้กับเคอริกเป็นเงิน
236,000 ดอลลาร์
3.มีการปกปิดจำนวนเงินที่ได้รับ ไม่เปิดเผยในบัญชีเงินและในการรายงานภาษี
กรณีนี้แกรนด์ จูรี่ของรัฐนิวยอร์กได้สอบสวนด้วย
4.สร้างพยานเท็จเพื่อให้การเท็จกับฝ่ายสอบสวน
5.การสอบสัมภาษณ์และสอบข้อเขียนเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง
ในระหว่างยื่น
แอพพลายงานเป็นรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายใน
6.แจ้งรายการภาษีเป็นเท็จรวม 80,000 ดอลลาร์ว่าได้บริจาคเพื่อการกุศลและใช้บ้านเป็นสำนักงาน( a home-office)
7.ไม่แจ้งรายการจ่ายเงินเดือนให้กับคนเลี้ยงลูกของตน,ไม่ยอมเสียภาษีประกันสังคมและภาษีรักษาพยาบาล
(Social
Security and Medicaid taxes)ให้คนเลี้ยงลูก
8.ไม่รายงานค่าลิขสิทธิ์ที่ได้รับจากการเขียนหนังสือขายล่วงหน้าแก่สำนักพิมพ์
9.ปกปิดการยื่นขอกู้เงินเพื่อซื้อบ้านจากเอเยนต์อสังหาริมทรัพย์ที่ทำธุรกิจกับซิตี้ อันเป็นเงินที่นำมาวางดาวน์
เมื่อวันที่ 9 พ.ย.เขามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ก่อนจะถูกนำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้ต้องหา
ก่อนถูกนำตัวขึ้นศาล หลังจากรับฟังการไต่สวนและปฏิเสธข้อหาแล้วศาลสั่งให้ยึดพาสปอร์ต,อาวุธปืนและห้ามติดต่อกับพยานหรือบุคคลที่คาดว่าจะถูกเรียกตัวมาเป็นพยานในคดี
ศาลอนุญาตให้ประกันตัววงเงิน 5 แสนดอลลาร์และต้องขึ้นศาลอีกครั้งวันที่
16 มกราคม 2008
หากพบว่ามีความผิดเขาจะถูกจำคุกสูงสุด 142 ปีและปรับ
4.75 ล้านดอลลาร์ นายเคนเนธ
บรีน ทนายความของเคอริกเปิดเผยว่าจะยื่นเรื่องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนข้อหาบางส่วนที่อัยการนำขึ้นฟ้อง
เมื่อปีที่แล้วเขายอมรับสารภาพผิดคดีได้รับของขวัญจากบริษัทก่อสร้าง การยอมรับผิดทำให้เขาไม่ต้องถูกจำคุกและยังทำให้เขารับงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทรักษาความปลอดภัยได้อีกด้วย
แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางจัดตั้งแกรนด์ จูรี่ขึ้นมาสอบสวนข้อกล่าวหาทั้งหมด
พบว่าเขาไม่ได้แจ้งยอดรายได้อีกหลายแสนดอลลาร์ที่รับมาจากเพื่อนและบริษัทที่สนับสนุนเขา
นักวิเคราะห์การเมืองกล่าวว่าคดีนี้เข้ามาทำลายความหวังของ
รูดี้ จิวลิอานี อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กที่กำลังไต่บันไดไปสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้รูดี้ได้แต่งตั้งให้เคอริกเป็นคอมมิชชั่นเนอร์ตำรวจนิวยอร์กปี
2000 และในปี 2004 ยังเสนอให้ไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายใน
อย่างไรก็ตามหลังจากประธานาธิบดีจอร์จ
บุช เสนอชื่อแล้วเขาขอถอนตัวเพราะมีปัญหาเรื่องภาษีที่ไม่ได้จ่ายให้กับคนเลี้ยงดูลูก
เช่นเดียวกับรูดี้ยอมรับว่าเขาทำการบ้านไม่พอก่อนที่จะเสนอชื่อ
เคอริกขึ้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายใน
แน่นอนจอห์น แมคเคน วุฒิสมาชิกอริโซน่าคู่แข่งของรูดี้ออกมาเปิดฉากถึงความสัมพันธ์ระหว่างรูดี้กับเคอริกโดยกล่าวหาว่าการตัดสินใจของรูดี้ผิดพลาดมากรวมทั้งเคอริกก็ขาดความรับผิดชอบก่อนจะเสนอตัวไปเป็นรัฐมนตรี อีกทั้งโจมตีว่าเคอริกเคยไปฝึกสอนตำรวจให้กับตำรวจอิรัก
แต่ก็ทิ้งงานกลับมาหลังจากไปอยู่เพียง 2 เดือน
ในขณะที่นายเฮาเวิร์ด ดีน ประธานคณะกรรมการพรรคเดโมแครตออกคำแถลงว่าการแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการ(indictment) ถือว่าเป็นวัฒนธรรมของการคอร์รัปชั่นและอาจจะเป็นบรรทัดฐาน(norm )หาก รูดี้
จิวลิอานี่ เข้าไปนั่งในทำเนียบขาว
ประวัติโดยส่วนตัว เบอร์นาร์ด
เคอริก เป็นลูกของดอนัลด์ เรย์มอนด์ เคอริก ซีเนียร์และแม่ชื่อ
แพทริเซีย โจแอน เบย์ลี่ย์ ในหนังสือบันทึกความทรงจำปี 2001
ของเขาชื่อThe Lost Son: A Life in Pursuit
of Justice เขาบอกว่ามาจากบ้านแตกสาแรหกขาดพ่อกับแม่แยกทางตอนเขาอายุ
3 ขวบจากนั้นแม่ติดเหล้าและไปเป็นโสเภณีถูกแมงดาฆ่าตายตอนเขาอายุ
9 ขวบ ทำให้เขาเรียนไม่จบไฮสคูล ตอนหลังมาได้ประกาศนียบัตรเทียบเท่าไฮสคูลหรือGeneral Equivalency Diploma ต่อมาได้รับปริญญาด้านบริหารรัฐกิจจาก Empire State College, the State University of New York
ตอนอายุ 19 ปีเป็นทหารทำหน้าที่สารวัตรทหารไปประจำการที่เกาหลี,เคยทำอาชีพรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคล,เป็นผู้คุมนักโทษและเคยเป็นฝ่ายสืบสวนยาเสพติด
ในศิลปป้องกันตัวเขาได้สายดำชั้น 5 (ระดับครูฝึก)ทั้งคาราเต้ของญี่ปุ่นและเทควันโดของเกาหลี
ในปี 1987 ยื่นฟ้องล้มละลาย แต่ปัจจุบันมีเงินหลายล้านดอลลาร์
เมื่อได้ถือหุ้นจากโรงงาน Taser
International เมืองสก๊อตเดล,อริโซน่าผู้ผลิต stun guns เขาได้หุ้นมา 6.2 ล้านดอลลาร์ก่อนที่จะขายออกไปในปี 2004 โรงงานผลิตแห่งนี้รูดี้
จิวลิอานี่ ก็มีผลประโยชน์ร่วมอยู่ด้วย
ด้านการสมรสขณะไปประจำการเกาหลีได้สาวเกาหลีชื่อซุง-จา
เป็นเมียมีลูกด้วยกัน 1 คนชื่อ
Yi Sa Lisa Marie Jordan เกิดวันที่ 25 ตุลาคม 1975 เขากลับสหรัฐเมื่อกุมภาพันธ์
1976 ทิ้งเมียและลูกไว้ที่เกาหลี
วันที่ 10 สิงหาคม 1978 แต่งงานกันลินดา เฮลส์ วัย 27
ปีขณะที่เขาอายุ 23 ปีเศษ และเลิกรากันในปี 1982
ต่อมาแต่งงานกัน แจ้คเกอลีน เลอรีน่า แห่งนิวเจอร์ซี่ระหว่าง
1983-1992 มีลูกด้วยกันคือโจเซฟ ไมเคิ่ล
ปัจจุบันลูกชายกำลังเรียนอยู่สถาบันตำรวจ the Passaic County
จากนั้นได้พบกับ Hala Matli สาวซีเรียเธอเกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 1972 พบกันขณะเขาไปทำฟันซึ่งเธอทำงานอยู่ในคลีนิกหมอฟัน
จึงแต่งงานกันในปี 1998 ทั้งคู่มีลูกสาว 2 คนคือ Celine Christina เกิดปี 2000 และ
Angelina Amber เกิดปี 2002
อย่างไรก็ตามเขายังมีกิ๊กอีก 2 คนระหว่างที่ภรรยาฮาลาท้องอยู่นั้นไปกิ๊กกับอีก
2 ประกอบ ด้วย เจนแน็ต พิเนโร สตรีที่แต่งงานแล้วและเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำนิวยอร์ก อีกรายชื่อ จูดิธ รีแกน ผู้จัดพิมพ์บันทึกความทรงจำให้เขา
ปัจจุบันเคอริกมีบ้านพักราคา
1.2 ล้านดอลลาร์อยู่ที่Franklin Lakes, New Jersey ....อ่านต่อ
|