Mahender Murlidhar Sabhnani
Varsha Mahender Sabhnani
 
 
 
 
ซามิร่าห์(Samirah)ถ่ายที่โรงพยาบาล  Nassau University Medical Center เมืองอีสต์ มีโดว์ รัฐนิวยอร์ก (AP Photo/U.S. Attorney's Office, File)
 
อีนัง(Enung)คนใช้บ้านเศรษฐีเมือง Central Islip รัฐนิวยอร์ก  (AP Photo/U.S. Attorney's Office)
 

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------

คดีชาวอินโดนีเซียที่นิวยอร์ก
ทำให้เห็นว่ายิ่งมั่งคั่งยิ่งเอาเปรียบผู้อื่น

เหตุเกิดเมื่อวันแม่เดือนพฤษภาคม 2006 พนักงานของร้าน Dunkin' Donuts ที่เมือง Syosset รัฐนิวยอร์กเห็นสตรีผู้หนึ่งเข้ามาในร้านพูดจาเบาๆเหมือนขอความช่วยเหลือและมีบาดแผลตามร่างกายด้วย ทำให้พนักงานต้องโทร.เรียกตำรวจ จากนั้นเธอถูกนำตัวเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล  Nassau University Medical Center เธอหลบหนีออกจากบ้านนายจ้างระหว่างนำขยะออกมาทิ้งนอกบ้าน

เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายค้นบ้านนายจ้างหรือบ้านของครอบครัวซับห์นานิ(The Sabhnani)เจ้าหน้าที่ยังพบผู้หญิงอีกคนซ่อนตัวอยู่ในห้องเสื้อผ้าใต้บันไดบ้านทราบชื่อภายหลังว่าอีนัง(Enung)

                 หลังจากนั้นตำรวจไปจับกุมนายมาเฮนเดอร์ เมอร์ลิดฮาร์ ซาห์นานิ(Mahender Murlidhar Sabhnani) อายุ  51 ปีและภรรยานางวาร์ชา มาเฮนเดอร์ ซาห์นานิ(Varsha Mahender Sabhnani)อายุ 45ปี ได้ที่คฤหาสน์ในเมือง Muttontown นำเข้าคุก

ทั้งคู่ติดอยู่ 3 เดือนศาลจึงอนุญาตให้ประกันในวงเงิน 4.5 ล้าน แต่ถูกกักบริเวณในบ้าน(under house arrest) และยังต้องจ่ายเงินอีกวันละประมาณ 10,000 ดอลลาร์เพื่อให้ทางการติดตั้งกล้องจับความเคลื่อนไหว(security surveillance)เพราะอัยการระบุว่ามีโอกาสสูงที่ทั้งคู่จะหลบหนีคดี ทั้งสองมีลูกด้วยกัน 4 คน

                รัฐบาลอเมริกันระบุว่าแต่ละปีจะมีการค้ามนุษย์(trafficked)ทั่วโลกประมาณ 8 แสนราย ส่วนเรื่องราวของชาวอินโดนีเซียเกิดขึ้นเมื่อปี 2002  สองสามีภรรยาผู้มั่งคั่งโดยค้าน้ำหอมทั่วโลกนำคนใช้ชาวอินโดนีเซียมาทำงานให้กับตนที่ Long  Island และมีการทารุณกรรมคนใช้เกิดขึ้นเป็นประจำ

  อัยการตั้งข้อหา 12 ข้อหาเช่นเป็นธุระจัดหา,นำคนมาใช้เป็นทาส(involuntary servitude)และข้อหาอื่นๆ

เมื่อสัปดาห์ก่อนอัยการเปิดคำฟ้องต่อหน้าคณะลูกขุนว่าสองสามีภรรยานำสตรีจากอินโดนีเซียเข้ามาอยู่ในบ้านอย่างผิดกฎหมาย,นำมาเป็นคนรับใช้หรือทาสยุคใหม่ เพื่อแลกกับเงินเดือนละ 100 ดอลลาร์ส่งกลับบ้านให้ครอบครัวของเธอ แต่แทนที่จะปฏิบัติต่อกันด้วยดี คนใช้กลับถูกทารุณกรรมทั้งทางจิตใจและร่างกาย

ผู้ช่วยอัยการเดมิทรี โจนส์ กล่าวว่า”อีนังและซามิร่าห์เป็นคนรับใช้ในบ้านของครอบครัวนี้ แต่ไม่ได้รับการปฏิบัติเยี่ยงคนใช้ทั่วไป  เธอทำงานเพื่อแลกกับเงินเดือนละ 100 ดอลลาร์เพื่อส่งกลับบ้านให้ญาติได้ใช้   หน้าที่ของเธอจะต้องทำความสะอาดบ้านโดยบ้านจะต้องสะอาด ปล่อยให้นอนบนพรมเช็ดเท้าในห้องครัว เธอต้องขโมยอาหารกินเพราะนายจ้างไม่ได้ให้อาหารอย่างพอเพียง “

ผู้ช่วยอัยการโจนส์เปิดคดีต่อ “ทั้งพาสปอร์ตและวีซ่าถูกเก็บและล็อคไว้ในตู้เสื้อผ้าในห้องนอนของจำเลย ซ่อนไว้และเก็บไว้จนหมดอายุใช้การไม่ได้ การกระทำเช่นนี้ก็เพื่อให้ทั้งอีนังและซามิร่าห์ทำงานในบ้านต่อไป ทั้งสองเป็นคนอยู่อย่างผิดกฎหมายและก็เป็นคนแปลกหน้าในอเมริกา”

                ในขณะที่ Jeffrey Hoffman ทนายจำเลยเปิดคดีแก้ให้ลูกความของตนว่าคนใช้ปฏิบัติตนเยี่ยงแม่มดหมอผี(witchcraft )และทำร้ายตัวเองตามความเชื่อในพิธีกรรมพื้นบ้านของอินโดนีเซีย ทนายความยังโต้แย้งว่าคนใช้มีความอิจฉาริษยานายจ้างที่มีความเป็นอยู่ที่ดีและมีฐานทางเศรษฐกิจ  เธอมีโอกาสหลบหนีหลายครั้งเพราะทั้งคู่เดินทางไปพักผ่อนต่างประเทศบ่อยครั้ง

                “โชคไม่ดีเอาเลย เมื่อสึนามิได้กวาดล้าง(ในอินโดนีเซีย)ทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องกลับตาลปัตร รัฐบาลนี้รีบตัดสินเกินไปโดยใช้เรื่องราวที่บอกเล่าจากสตรีที่บอกว่าตัวเองถูกทารุณกรรมในบ้านของนายจ้าง”เจฟฟรีย์กล่าว

                 อัยการระบุว่าซามิร่าห์ถูกกรีดด้วยมีด ถูกสั่งให้ขึ้น-ลงบันไดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อลงโทษ  บางครั้งก็ให้อาบน้ำเย็น

                ต่อมาวันที่ 5 พฤศจิกายนซามิร่าห์อายุ 51 ปี สูง 5 ฟุตน้ำหนักไม่ถึง 100 ปอนด์ถูกเบิกตัวขึ้นให้ปากคำต่อหน้าคณะลูกขุนที่ศาลรัฐบาลกลางเซ็นทรัล ไอสลิป รัฐนิวยอร์ก โดยเธอให้ปากคำผ่านล่ามว่าเธอถูกกรีดด้วยมีด บางครั้งหูของเธอถูกกรีดจนเลือดไหล การลงโทษหลายอย่างจาก”นายหญิง”ทำให้เธอกลัวถึงกับเยี่ยวราดออกมา เธอคุกเข่าลงกับพื้นและแสดงท่าถูบ้านวันละ 3  ครั้งต่อหน้าลูกขุน

                 ซามิร่าห์ให้การว่านายจ้างยังสั่งให้เธอแก้ผ้าเดินจากห้องพักของคนใช้ไปยังห้องครัว ทำให้เธอเขินอายมากเพราะต่อหน้าลูกๆของนายจ้าง บางครั้งเธอถูกสั่งลงโทษให้กินพริกขี้หนู 100 เม็ด  และยังถูกสั่งให้กินพริกป่น 6 ช้อนพร้อมด้วยเกลือและน้ำจนทำให้เธออ๊วกออกมา จากนั้นนายจ้างก็สั่งให้กิน

อ๊วกของตัวเอง

เธอยังให้การว่าเธอไปหยิบเค๊กที่นายจ้างทิ้งถังขยะแล้วมากิน แม้ว่ามันจะเปื้อนด้วยผงซักฟอกก็ตามเพราะเธอหิว เมื่อเธอหยิบมากินก็ถูกนายหญิงจับได้จนถูกลงโทษอีก เธอได้ร้องขอให้นายจ้างส่งเธอกลับอินโดนีเซีย แต่ไม่เป็นผล

                การพิจารณาคดีนี้จะมีขึ้นระหว่าง 6-8 สัปดาห์ หากพบว่ามีความผิดทั้งคู่จะถูกจำคุกสูงสุด 40 ปี

อ่านข่าวนี้แล้วเชื่อว่านายจ้าง(บางคน)มักจะเอาเปรียบคนใช้ของตัวเองเสมอ บางครั้งเคยอ่านข่าวหญิงสาวรับใช้(คนฟิลิปปินส์)ในบ้านนายจ้างทั้งที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ถูกนายจ้างบังคับให้กินอุจจาระเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก บางรายถูกทุบตี บางรายถูกนายจ้างข่มขืน

ในทางวิจตวิทยาระบุว่าคนมั่งคั่งเหล่านี้เมื่อร่ำรวยขึ้นมาก็กลายเป็นคนโรคจิตเหมือนปกปิดความยากจนของตัวเองมาก่อนจึงนำมาแสดงออกอย่างไร้มนุษยธรรม คิดว่า”เงินคืออำนาจ”แทนที่จะนำเงินไปสร้างบารมีหรือเพิ่มพูนบารมีให้แผ่กระจายอย่างมหาศาล เป็นคนใจบุญสุนทาน ให้ทานแก่คนที่ยากไร้กว่าหรือคนที่มีความจำเป็นอัตคัตขัดสนกว่า

จุดจบของคนมั่งคั่งแต่เป็นโรคจิต หากไม่ติกคุกติดตาราง ก็ไม่มีแผ่นดินอยู่ ....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping