----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------
ทำความรู้จักกับประธานาธิบดีหญิง
คริสติน่า เฟอร์นันเดซ แห่งอาร์เยนติน่า
การเลือกตั้งทั่วไปของอาร์เยนติน่าเมื่อวันที่
28 ตุลาคม 2007 เป็นการเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี,รองประธานาธิบดี,วุฒิสมาชิก
24 ตำแหน่ง,ผู้ช่วยส.ส. 124 ตำแหน่ง,ผู้ว่าการรัฐ 9 รัฐและเลือกส.ส.ท้องถิ่นทั้งเมืองหลวงและจังหวัดต่างๆรวม
10 จังหวัด ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง 27 ล้านคนอายุระหว่าง 18-70
ปี
ผู้ได้รับเลือกตั้งต้องได้คะแนน
45 % ของผู้ลงคะแนนเสียงหรือ
40 % และอีก 10 % ที่ห่างจากผู้ได้รับคะแนนรองลงมา จึงจะได้รับชัยชนะ ไม่เช่นนั้นหากคะแนนสูสีจะมีการเลือกตั้งแบบตัวต่อตัวหรือตัดเชือก(runoff)ในวันที่ 25 พฤศจิกายน
ผู้ได้รับเลือกตั้งจะเข้ารับตำแหน่งวันที่ 10 ธันวาคม
2007
มีผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี 15 คน แต่ตัวเก็งและที่ได้รับความนิยมมี
3 คนประกอบด้วย คริสติน่า เดอ เคิร์ชเนอร์ อายุ
54 ปี ปัจจุบันเป็นสตรีหมายเลข 1 ,วุฒิสมาชิกสังกัดกลุ่ม
Victory
for Front หรือกลุ่มเป็นกลางค่อนไปทางซ้าย ประกาศนโยบายฟื้นเศรษฐกิจที่ตกต่ำมาจากปี
2002 ต่อจากสามีคือประธานาธิบดีเนสโตร เคิร์ชเนอร์ ผู้ไม่ลงป้องกันตำแหน่ง
เอลิซา คาร์ริโอ อายุ 50 ปี อดีตส.ส. ลงสมัครในนามกลุ่มอิสระ Civic Coalition เป็นฝ่ายซ้ายและพร้อมที่จะต่อต้านคอร์รัปชั่น
รอเบิร์ตโต้ ลาวานย่า อายุ 65 ปี
อดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจถูกประธานาธิบดีเคิร์ชเนอร์ปลดพ้นตำแหน่งในปี
2005 เขาประกาศว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวเพราะตัวเขาไม่ใช่เคิร์ชเนอร์
มีนโยบายประกาศต่อต้านอาชญากรรมทกรูปแบบ
ณ วันที่ 29 ตุลาคม กระทรวงมหาดไทยรายงานผลการนับคะแนน
96 % ปรากฎว่าคริสติน่าได้รับ 45 %
ตามด้วยคาร์ริโอ้ 23 % รอเบิร์ตโต้ ลาวานย่าได้ 17 % จึงถือว่าสตรีหมายเลข 1 ได้รับเลือกตั้งเป็นที่แน่นอน นับเป็นสตรีคนที่สองและปีที่สองของอเมริกาใต้ที่ขึ้นมากุมบังเหียนประเทศ
ทั้งนี้เมื่อปี 2006 มิเชล บาเชอเลต์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีประเทศชิลี
การเมืองอาร์เยนติน่าก็เหมือนประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน
อาทิเช่นในปี 2001 ประเทศพบกับมรสุมเศรษฐกิจอย่างหนักจะต้องกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)80
พันล้านดอลลาร์
ต่อมาในห้วงที่เนสโตร เคิร์ชเนอร์
ประธานาธิบดีผู้นิยมกลางค่อนไปทางซ้ายขึ้นบริหารประเทศทำให้เศรษฐกิจเติบโตปีละ
8 % การส่งออกถั่วเหลือง,ข้าวโพดและเนื้อสัตว์ได้ราคาดี
เพิ่มเงินทุนสำรองของประเทศ,ลดการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อลงได้
,เพิ่มค่าแรงและเพิ่มเงินบำนาญแก่ประชาชน
แม้ว่าเนสโตร เคิร์ชเนอร์ จะยังได้รับความนิยมอยู่ถึง
60 % แต่เขาปฏิเสธที่จะลงป้องกันตำแหน่ง ให้ภรรยาลงสมัครแทน
นักวิเคราะห์การเมืองเชื่อว่าทั้งคู่ต้องการอยู่ในทำเนียบสีชมพู (the Pink
House) 12 ปีกล่าวคือเขาอยู่ในตำแหน่ง 4 ปีจากนั้นภรรยาอยู่อีก
4 ปีและเมื่อพ้น 4 ปีแล้วกฎหมายอาร์เยนติน่าเปิดโอกาสให้เขาลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก
นักวิเคราะห์เรียกนโยบายนี้ว่ายุทธศาสตร์ 4 คูณ 4 (the
four-by-four strategy )
คริสติน่า เป็นชื่อที่คนอาร์เยนติน่ารู้จักเธอชื่อเต็มคือ Cristina Elisabet Fernández
de Kirchner เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1953 ที่เมือง La Plata จังหวัดบัวโนส ไอเรส หรือเกิดได้ 7 เดือน ต่อมา เอวิต้า เปรอง อดีตภรรยา(คนที่สอง)ของประธานาธิบดีฮวน
เปรอง ก็ถึงแก่กรรม
คริสติน่าเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งที่ดูดี
เพราะเคยกล่าวว่าการมีรูปร่างดีจะทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น
ในฐานะนักการเมืองในช่วง 2 เดือนก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเธอเดินทางไปยุโรปและสหรัฐอเมริกาเพื่อพูดให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนในประเทศอาร์เยนติน่า เครดิตของเธอดีถึงขนาดว่าประธานาธิบดีฮิวโก้
ชาเวซ แห่งเวเนซูเอล่าผู้ร่ำรวยด้วยน้ำมันดิบยอมยืดอายุเงินกู้
5 พันล้านดอลลาร์แก่อาร์เยนติน่าออกไปอีก
อาร์เยนติน่ามีสตรีคนที่สองที่เป็นประธานาธิบดี
คนแรกในช่วง 1974 เมื่ออิสาเบล เปรอง(Isabel Peron)รองประธานาธิบดีขึ้นครองตำแหน่งแทนสามีนายพลฮวน
เปรอง เมื่อเขาถึงแก่กรรม
แต่อิสาเบลไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งเหมือนคริสติน่า
อิสาเบล เปรองชื่อเต็มคือ
María Estela Martínez Cartas de Perón เกิดเมื่อวันที่
4 กุมภาพันธ์ 1931 เป็นภรรยาคนที่ 3 ของฮวน เปรอง เธอครองอำนาจต่อจากสามีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม
1974 ถึง 24 มีนาคม 1976 ปัจจุบันเธอถูกจับกุมอยู่ประเทศสเปนหลังจากศาลมีคำสั่งเมื่อปี
2007 โดยอาร์เยนติน่าต้องการตัวเธอกลับมาดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับหน่วยล่าสังหาร
ซึ่งเธอเป็นคนลงนามให้กองกำลังอาร์เยนติน่าลงมือ
ในการเลือกตั้งทั่วไปตุลาคม 2007 คริสติน่าเป็นตัวแทนของของพรรครัฐบาล( Front for Victory)ได้รับชัยชนะมากที่สุดนับตั้งแต่อาร์เยนติน่ากลับสู่ระบบประชาธิปไตยเมื่อปี
1983
ตามประวัติเธอเรียนจบจาก the National University of
La Plata ต่อมาในปี 1979 เธอเรียนจบโรงเรียนกฎหมาย ในระหว่างนั้นพบกับเนสโตร
เคิร์ชเนอร์และแต่งงานกันเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1975
งานด้านการเมืองเธอเข้าร่วมกับพรรค the Justicialist Party อันเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเยาวชนระบบเปรอง
(
the Peronist Youth movement) ต่อมาทั้งคู่ยุติบทบาทางการเมืองหันไปทำงานด้านทนายความที่เมือง
Río Gallegos จนกระทั่งกลางทศวรรษ
1980 กลับสู่สนามเลือกตั้งอีกครั้ง โดยเธอได้รับเลือกเป็นผู้ช่วยฝ่ายร่างกฎหมายของเมืองซานตา
ครูซ ในปี 1989 จากนั้นปี 1993 เธอก็ได้รับเลือกกลับเข้ามาในตำแหน่งเดิมนี้อีก
ในปี 1995 คริสติน่าได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกจังหวัดซานตา
ครูซ และในปี 1997 เธอได้รับเลือกเป็นส.ส.สภาผู้แทนราษฎร(The Chamber of Deputies) ต่อมาในปี 2001 เธอได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกอีกครั้ง จนกระทั่งปี 2003
เธอช่วยสามีรณรงค์หาเสียงได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี
อาร์เยนติน่า
ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คนประกอบด้วย Máximo
และ
Florencia เนื่องจากเธอทำศัลยกรรมพลาสติกจึงถูกคู่แข่งโจมตีอยู่เสมอว่าเป็นนักการเมือง
Botox รวมทั้งชอบสะสมชุดเสื้อผ้าและรองเท้า หนังสือพิมพ์บางฉบับเรียกเธอว่าอีเมลด้าหมายถึงอดีตสตรีหมายเลข 1 ของฟิลิปปินส์ อีเมลด้า มาร์คอส
การเมืองทวีปอเมริกาน่าสนใจเดือนกุมภาพันธ์ 2008 สหรัฐจะหยั่งเสียงหาตัวแทนพรรคเพื่อลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายน น่าจับตา ฮิลลารี ร้อดแฮม คลินตัน ให้ดีเพราะลมอาจเปลี่ยนทิศหันมาสนับสนุนสตรีขึ้นเป็นผู้นำมากขึ้น....อ่านต่อ
อ่านประวัติของเธอได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/
|