สหรัฐลงทุน 1.6 ล้านล้านดอลลาร์
เพื่อควบคุมน้ำมันในประเทศอิรัก(1)

                เมื่อเดือนมตุลาคม 2002 วิลเลียม นอร์ดโฮ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยลเสนอรายงานว่าเมื่อถึงปี 2012  สงครามอิรักจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์(trillion)ขณะที่ฝ่ายบริหารจอร์จ บุช เชื่อว่าการทำสงครามดังกล่าวจะใช้เงินประมาณ 60 พันล้านดอลลาร์

                สภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณเพื่อทำสงครามในอิรักและอัฟกานิสถานไปแล้ว 610 พันล้านดอลลาร์ ต่อมาเดือนกันยายนนายรอเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหมและประธานาธิบดีจอร์จ บุช ต้องการเงินอีก 42.3 พันล้านดอลลาร์เพื่อใช้จ่ายทำสงครามในปีงบประมาณ 2008

                ขณะเดียวกันสำนักงบประมาณสภาคองเกรส(Congressional Budget Office )ประเมินว่ายอดงบประมาณที่จะต้องใช้ทำสงครามเป็นเงินระหว่าง 1-2 ล้านล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับว่ากองกำลังของสหรัฐจะปักหลักอยู่ในอิรักนานเท่าใดและเงื่อนไขด้านการรบจะยังคงมีต่อไปรุนแรงขนาดไหน

                เมื่อหันกลับไปดูการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเลยแล้วทุกคนต่างเห็นด้วยว่าใกล้เคียงที่สุดและ”จะต้องยกเครดิตให้นอร์ดโฮส์”แอแลน ครูกเกอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยา ลัยพริ้นซ์ตันให้การสนับสนุน

                ครูกเกอร์กล่าวว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้วไม่มีใครท้าทายนายมิทช์ แดเนียล ผู้อำนวยการสำนักงงบประมาณทำเนียบขาวที่ระบุว่าเงินเพื่อทำสงครามในอิรักไม่เกิน 60 พันล้านดอลลาร์  เพราะนักเศรษฐศาสตร์ทุกคนไปถือเอาตัวอย่างสงครมอ่าวเปอร์เซียปี 1991 (สมัยจอร์จ บุช ผู้พ่อเป็นประธานาธิบดี)ทำสงครามเพียง 6 สัปดาห์ถล่มทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ เพื่อขับอิรักให้พ้นจากการยึดครองประเทศคูเวต  แต่เงินงบประมาณทำสงครามครั้งนั้นหลายประเทศช่วยกันออก

                ครูเกอร์กล่าวอีกว่าทุกคนมองว่าเป็นสงครามที่ง่ายเสร็จแล้วก็เสร็จ แต่ไม่ได้มองถึงผลกระทบตามมาว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากกรุงแบกแดดแตก  ตัวอย่างเช่น แอแลน กรีนสแปน ประธานเฟดขณะนั้นรายงานต่อสภาคองเกรสเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2002 ว่า เขายังสงสัยอยู่ว่ามันจะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าปัจจุบันหรือไม่

                นอร์ดโฮส์เปิดเผยว่างานที่เขาจัดทำขึ้นตีพิมพ์ครั้งแรกใน American Academy of Arts and Sciences เพราะไม่ได้ประเมินค่าใช้จ่ายด้านสงครามไว้  จึงทำให้ผู้วางนโยบายและนักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่างานเขียนของตนมาจาก”นอกโลก”

                ทั้งนี้เขายกตัวอย่างว่าเมื่อปี 1966 กระทรวงกลาโหมสหรัฐประเมินค่าใช้จ่ายของสงครามเวียดนามผิดไปประมาณ 90 %  ทั้งนี้นอร์ดโฮส์เข้าร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจประธานาธิบดีจิมมี่ คาร์เตอร์ ภายหลังจากสงครามเวียดนามยุติได้ 2 ปี

                การประเมินเงินที่ใช้ในสงครมอิรักเขาประเมินทั้งระบบ ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายโดยตรงทางด้านทหาร,ค่าใช้จ่ายด้านการยึดครอง,การก่อสร้างตึกต่างๆที่พังทลายไป,การช่วยด้านมนุษยธรรมตลอดจนการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน

                ต่อมาเดือนมกราคม 2006 ลินดา บลิมส์ ศาสตราจารย์ผู้บรรยายวิชางบประมาณสาธารณะมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดและโจเซฟ สติกลิทซ์ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ อดีตที่ปรึกษารัฐบาลคลินตันประเมินว่างบประมาณเพื่อสงครามครั้งนี้จะต้องมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์

                นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 2 ท่านประเมินรวมยอดงบประมาณทั้งหมด,เศรษฐกิจที่สูญเสียไปกับชีวิตของทหารอเมริกัน,ตำแหน่งงานของคนถูกตัดและค่าน้ำมันดิบที่สูงขึ้น  ส่วนผลกระทบทางอ้อมที่เกิดขึ้นอาทิเช่นการใช้เงินงบประมาณโดยตรงกับอิรักแทนที่จะใช้กับสหรัฐ

                ลินดา บลิมส์ กล่าวว่านักเศรษฐศาสตร์คิดงบประมาณสงครามผิดมีเหตุจาก 2 ประการคือ 1.คนทำงบประมาณเป็นเจ้าหน้าที่จากทำเนียบขาว  เมื่อคนทำเองคิดเองก็ย่อมมองอะไรง่ายและสั้นไป 2.รัฐบาลกระทำไม่โปร่งใสโดยเฉพาะงบประมาณด้านกลาโหม  ตัวอย่างเช่นรัฐบาลคิดง่ายเกินไปคิดว่าเหมือนสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 1991 เมื่อเสร็จสงครามทุกอย่างก็จบ  แต่ปัจจุบันรัฐบาลต้องใช้เงินค่าชดเชยและค่ารักษาพยาบาลทหารที่บาดเจ็บและทุพลภาพปีละ 4 พันล้านดอลลาร์

                ขณะเดียวกันฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการคำนวณเช่นนี้ระบุว่า เศรษบศาสตร์ของสหรัฐมีขนาดใหญ่โตปีละ 13 ล้านล้านดอลลาร์  หากสงครามอิรัก 10 ปีใช้เงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์  ก็ยังถือว่าใช้เงินเพื่อสงครามปีละน้อยกว่า 1 %  หรือหากคิดตามอัตราค่าเงินปัจจุบันกับค่าเงินในอดีตถือว่าสงครามอิรักใช้น้อยกว่าสงครามโลกครั้งที่ 2,สงครามกลางเมืองและสงครามเวียดนาม ตามลำดับ

                นายแกรี่ เบกเกอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก้และนักคิดอนุรักษ์นิยมจาก  Hoover Institution ชี้ว่าหากคงกองทหารอเมริกันไว้ในอ่าวเพื่อคุมอิรัก  ก็ต้องใช้เงินเป็นแสนล้านดอลลาร์อยู่ดี  แต่จะต้องมองด้วยว่าถ้า ซัดดัม ฮุสเซน ยังอยู่ในอำนาจและมีขีปนาวุธที่จะทำลายล้างมหาศาลจะเกิดอะไรขึ้น(กับโลกนี้)

                ตอนนี้เป็นเรื่องของการใช้เงินเพื่อทำสงคราม ตอนต่อไปสงครามอิรักเป็นเรื่องของสหรัฐที่ต้องการควบคุมน้ำมันในตะวันออกกลางทั้งหมด  ควบคุมอย่างไรโปรดติดตาม

 ตาราง

William Nordhaus นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยลประเมินไว้เมื่อตุลาคม 2002 ว่าสงครามต่อต้านการก่อการร้ายและสงครามอิรัก รัฐบาลอเมริกันจะใช้เงินเกือบ 1.6 ล้านล้านดอลลารเมื่อถึงปี 2012  โดยแยกให้เห็นว่า

งบประมาณด้านทหารโดยตรง                         140         พันล้านดอลลาร์

งบเพื่อคงกองกำลังและรักษาสันติภาพ          500         พันล้านดอลลาร์

ผลกระทบต่อตลาดน้ำมัน                 500         พันล้านดอลลาร์

ผลกระทบต่อเศรษฐศาสตร์มหภาค                 345         พันล้านดอลลาร์

การก่อสร้างใหม่ๆในอิรัก                                 100         พันล้านดอลลาร์

ช่วยด้านมนุษยธรรม                                           10           พันล้านดอลลาร์

รวมยอดใช้จ่าย                                                    1.595      ล้านล้านดอลลาร์

....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping