----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------
โทรศัพท์มือถือในฟิลิปปินส์
ทำหน้าที่ส่งเงินแทนระบบเก่า
ความจริงแล้วระบบการส่งเงินปัจจุบันก็ยังคงใช้ระบบเดิมคือผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงิน
เป็นตัวกลางในการเบิกจ่าย ทำกันอยู่ทั่วโลกทั้งวิธีการWire transfer, Money order, L/C
ส่วนการส่งเงินนอกระบบก็ยังมีเช่นระบบโพยก๊วนหรือวิธีการฟอกเงินอื่นๆ
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์
911 สหรัฐเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องการส่งเงินเพราะต้องการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่กลุ่มก่อการร้ายใช้นำมาทำลายประเทศสหรัฐ
ธนาคารหลายแห่งทำหน้าที่ตรวจสอบแทนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง
คราวนี้เราลองหันไปมองประเทศฟิลิปปินส์ที่ใช้เทคโนโลยี่เข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้การส่งเงินถึงมือผู้รับได้เร็วขึ้น
โทรศัพท์มือถือ(Cell phones)มีประโยชน์หลายประการ เรื่องหลักคือใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน จากนั้นยังใช้ตรวจสอบดินฟ้าอากาศ
ส่งสาร ดูข่าวผ่านอินเตอร์เน็ต เล่นเกม ฯลฯและล่าสุดคนฟิลิปปินส์ใช้เป็น Electronic Wallets
เรื่องเริ่มจากดังนี้ในวันพฤหัสบดี Dennis Tiangco เด็กหนุ่มฟิลิปปินส์วัย 18 ปีเดินทางไปรับเงินที่ธนาคาร GM Bank เมืองซาน
มิเกวล เงินนี้ส่งมาจากแม่ของเขาซึ่งทำงานอยู่ฮ่องกง วิธีการก็คือเขาไปธนาคารจากนั้นกรอกแบบฟอร์มและส่ง text message ผ่านโทรศัพท์มือถือไปยังเบอร์ของธนาคารเพื่อขอรับเงิน
ภายในไม่กี่วินาทีธนาคารอนุมัติแล้วไปเบิกที่เทลเลอร์
เขาได้มา 54 ดอลลาร์ หลังจากถูกหักค่าบริการไป 1 % (ของเงินฝาก)โดยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารตามปกติที่เรามีบัญชีกัน
คนฟิลิปปินส์ประมาณ 5.5 ล้านคนใช้วิธีการนี้
ถือว่าเป็นผู้นำในหมู่ประเทศที่กำลังพัฒนาด้วยการโอนเงินผ่านเครือข่ายของโทรศัพท์มือถือ ระบบนี้ยังแผ่กระจายไปยังประเทศกำลังพัฒนาที่ผู้คนไม่มีบัญชีอาทิเช่นประเทศเคนยาและแอฟริกาใต้
เป็นการโอนเงินที่ง่ายรวดเร็วและปลอดภัยอีกด้วย
ทุกวันนี้มีคนฟิลิปปินส์ออกไปทำงานนอกประเทศประมาณ 8
ล้านคนหรือ 10 % ของประชากร จากนั้นส่งเงินกลับประเทศของตนด้วยหลายวิธี ในกรณีของเดนนิสแม่ของเขา Anna Tiangco ปกติเธอจะส่งเงินให้ลูกชายโดยวิธี wire transfer เข้าบัญชีธนาคารซึ่งเสียค่าใช้จ่าย
2.50 ดอลลาร์และใช้เวลา 2 วันธนาคารจึงจะ clearing ให้ แต่การส่งเงินผ่านโทรศัพท์มือถือเสียค่าบริการ 13 เซนต์และไปรับได้ทันที
ระบบเครือข่ายโทรมือถือผู้ใช้ยังสามารถบรรจุจำนวนเงินของตัวเองไว้ได้เพื่อสั่งซื้อสินค้าตามห้างร้านที่ตอบรับเข้าอยู่ในเครือข่าย แต่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในฟิลิปปินส์ ส่วนใหญ่คนฟิลิปปินส์จะส่งเงินเพื่อเสียค่าสมาชิกล่วงหน้าเรียกว่า
loads เช่นพ่อแม่ส่งเงิน
1.20 ดอลลาร์เพื่อเติมเงินในโทร.มือถือของลูก
ขณะที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ใช้ระบบนี้มาหลายปีแล้ว โดยใช้
computer chip ฝังไว้ในโทรศัพท์มือถือเมื่อจะซื้อของก็นำโทรศัพท์มือถือไปผ่านเข้าเครื่องเซนเซอร์จำนวนเงินจะถูกหักออกให้กับห้างร้านสินค้าต่างๆตามจำนวนซื้อ แต่คนฟิลิปปินส์จะใช้ส่ง text messages แบบง่ายๆที่ถูกชาร์จค่าบริการเพียง 2 เซนต์
ปัจจุบันคนฟิลิปปินส์มีโทร.มือถือ 41 ล้านรายให้บริการโดย
2 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมคือ Globe Telecom และ Smart
Communications ส่วนใหญ่จะใช้ส่ง text messages มากกว่าและวิธีการนี้ก็ยังถือเป็นพลังของประชาชน(people power)อีกด้วย
กล่าวคือในปี 2001 มือถือสามารถเติมพลังข่าวสารต่างๆเพื่อโค่นล้มรัฐบาลโจเฟซ
เอสตราด้า ลงได้เช่นกัน
คนฟิลิปปินส์ส่งเงินกลับประเทศเมื่อปี 2006 รวม 12.7
พันล้านดอลลาร์(จากหลายๆวิธี) โดยบริษัท Globe และ Smart จะสร้างเครือข่ายร่วมกับบริษัทมือถือต่างประเทศตลอดจนธนาคาร
จากนั้นก็มาสร้างเครือข่ายร่วมกับธนาคารในฟิลิฟฟินส์รวมทั้งบริษัทร้านค้าต่างๆเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกทั้งส่งและรับเงินได้ทันที
ตัวอย่างที่กล่าวมาเมื่อ Anna Tiangco ต้องการส่งเงินกลับไปให้ลูกที่ฟิลิปปินส์ เธอไปยังบริษัท provider ที่ใกล้ตัวที่สุดชื่อ
Hong Kong CSL Ltd.โดยเจ้าหน้าที่จะเครดิตจำนวนเงินเข้าโทร.มือถือที่เธอซื้อ
จากนั้นเธอก็จะส่ง text
messages ไปยังมือถือของลูกโดยระบุถึงการหักจำนวนเงินออกจากบัญชีของเธอให้แก่ใคร
ธนาคารก็จะรับหน้าที่ทำตามคำสั่งใน text messages นอกจากนี้เธอยังใช้วิธีการเดียวกันนี้ส่งเงินไปจ่ายให้กับบริษัทสาธารณูปโภค(น้ำประปา,ไฟฟ้า,แก๊ส)ในฟิลิปปินส์เพื่อไม่ให้ทางบ้านต้องจ่าย
หากโทร.มือถือทำเงินสูญหายหรือถูกขโมย จะทราบได้ก็ต่อเมื่อมีคนนำเงินไปขึ้นเพราะ
PIN(personal
identification number)จะขึ้น อย่างไรก็ตามเครือข่ายมีวิธีการใหม่ด้วยการเปลี่ยน SIM
(Subscriber
Identity Module)คาร์ดให้ใหม่ โดยบริษัทมือถือใดบริษัทมือถือหนึ่งเปลี่ยนก็ได้
ในฟิลิปปินส์ยังมีระบบส่งเงินอีกแบบหนึ่งใช้กับเขตทุรกันดารและเขตไม่มีธนาคาร
โดย
บริษัท
Globe Telecom จัดตั้งบริษัทลูกชื่อ G-Xchange ขึ้นมาจากนั้นจะทำหน้าที่โอนเงินเรียกว่า
G-Cash ซึ่งมีลูกค้าประมาณ 5 แสนรายโอนเงินเดือนละประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ แต่บริษัทไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นการโอนเงินจากต่างประเทศเพื่อช่วยญาติพี่น้อง( Remittances)ในประเทศจำนวนเท่าใด
ทางด้านบริษัทSmart เสนอวิธีการโอนเงินแตกต่างไปจากบริษัทโกลบโดยมีคนฟิลิปปินส์ใช้บริการประมาณ
5 ล้านราย วิธีการคือต่อเชื่อมระหว่างเงินสดหรือบัตรเดบิท(debit card)กับโทร.มือถือ โดยผู้ใช้บริการจะนำจำนวนเงินเข้าบรรจุในโทรศัพท์ผ่าน debit card จากนั้นจะส่ง text messages ไปยังผู้รับ ค่าคาร์ดจะตกใบละ
4 ดอลลาร์(เหมือนเป็นค่าบริการ) จากนั้นผู้รับสามารถนำไปซื้อสินค้าหรือไปกดเงินผ่านเครื่อง ATM ได้
แต่ละครั้งเมื่อเงินถูกถอนออกไป ผู้ส่งจะสามารถรู้ได้ว่าผู้รับถอนออกไปเท่าใดหรือนำไปซื้อสินค้าจากห้างไหน
เหมือนรายการบัตรเครดิตที่เราไปชาร์จตามปั๊มน้ำมัน,ห้างสรรพสินค้าหรือจ่ายค่าบริการอื่นใดที่ไหน
รายละเอียดจะบอกไว้
นอกจากนี้บริษัท Smart และบริษัท Etisalat ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมขนาดยักษ์ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตตกลงที่จะรับทำธุรกิจโอนเงินแก่ชาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานอยู่ตะวันออกกลางเข้าฟิลิปปินส์
โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่บาห์เรน มีการร่วมมือกับกับ MTC-Vodafone และ Ahli United Bank ในบาห์เรนกับธนาคาร
Banco de Oro ที่ฟิลิปปินส์
เป็นวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี่สื่อสารที่นำมาปรับใช้กับความต้องการของมนุษย์ หากคนไทยรายใดหรือบริษัทใดทำวิธีการนี้ได้ ก็จะได้รับความสะดวกมากขึ้น....อ่านต่อ
|