มหาวิทยาลัยท็อป 10 กับนักศึกษาอายุ 15 ปี
เมื่อเร็วๆนี้นิตยสาร U.S. News & World Report จัดอันดับมหาวิทยาลัยท็อป 10 ในสหรัฐ
ประจำปี(America's Best Colleges) โดยใช้เป็นแนวทางสำหรับปีการศึกษา 2008 ปรากฎว่ามหาวิทยาลัยพริ้นซ์ตันรัฐนิวเจอร์ซี่
อยู่อันดับ 1 ติดต่อกันมา 8 ปีในฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ตามด้วย
Harvard , Yale, Stanford ส่วนที่
5 เสมอกันระหว่าง Cal
Tech และมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย
อันดับ 6 MIT(Massachusetts Institute of Technology) 8.มหาวิทยาลัย Duke
และอันดับ 9
เสมอกันระหว่างมหาวิทยาลัยColumbia
กับUniversity
of Chicago
ขณะที่มหาวิทยาลัยด้านศิลปศาสตร์ ประกอบด้วยวิทยาลัย Williams ที่เมือง
Williamstown รัฐแมสซาชูเส็ทท์และ Amherst รัฐเดียวกันติดอันดับ 1-2 ตามด้วยวิทยาลัย Swarthmore รัฐเพลซิลเวเนียรั้งอันดับสามตามด้วย Wellesley College วิทยาลัยของสตรีที่แมสซูชูเส็ทท์ติดอันดับ 4 วิทยาลัยแห่งนี้ฮิลลารี ร้อดแฮม
คลินตัน เป็นศิษย์เก่าก่อนจะไปเรียนต่อโรงเรียนกฎหมายมหาวิทยาลัยเยล
ในปีนี้มีโรงเรียนนายร้อยติดเข้ามาด้วยในฐานะสอนศิลปศาสตร์ประกอบด้วย
The
U.S. Naval Academy ติดอันดับ 20 และวิทยาลัยทัพบก the U.S. Military Academy ติดอันดับที่ 22
นอกจากนี้ยังจัดอันดับของมหาวิทยาลัยที่สอนด้านบริหารธุรกิจระดับปริญญาตรี
ต้องยกให้ Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียตามด้วย
the
Sloan School of Management ที่ MIT และอันดับสาม
the Haas School of Business ที่ UC,Berkeley
การจัดอันดับครั้งนี้ใช้มาตรฐานหลายอย่างอาทิเช่นเปอร์เซนต์ที่นักศึกษาเรียนจบ,คณะสอนและแหล่งเงินที่ได้รับ,การบริจาคของศิษย์เก่า ประเด็นนี้ทำให้ได้รับการถกเถียงมากที่สุดเพราะบางมหาวิทยาลัยได้รับเงินจากศิษย์เก่ามากบางแห่งก็ได้รับน้อย จึงเปรียบเสมือนว่ามหาวิทยาลัยถูกวัดกันด้วยเงิน
มหาวิทยาลัยฝั่งตะวันตกนอกจากสแตนฟอร์ดและแคลเทคจะติดอันดับสูงแล้ว
UC Berkeley ถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศในบรรดามหาวิทยาลัยของรัฐแต่ติดอันดับ
21 โดยรวม ทางด้าน
UCLA อันดับ
25 ตามด้วย USC อันดับ 27,UC-San
Diego อันดับ 38,UC-Davis
อันดับ 42 และUC-Santa Barbara กับ UC-Irvine เสมอกันในอันดับที่ 44 สำหรับ Pomona College ซึ่งอยู่เมือง Claremont รัฐแคลิฟอร์เนียเสมออันดับ 7 ในแง่เป็นมหาวิทยาลัยที่สอนทางด้านศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในสหรัฐ 1,342
แห่ง ใช้เป็นตัวอย่างการสำรวจโดยแยกเป็นมหาวิทยาลัยระดับชาติ
262 แห่งและมหาวิทยาลัยสอนด้านศิลปศาสตร์ 266 แห่ง มีนักศึกษาร่วมให้สัมภาษณ์ 120,000 คน
การจัดอันดับครั้งนี้แม้จะเป็นที่ถกเถียง
แต่ก็ทำให้เห็นแนวทางว่าใครจะส่งลูกของตัวเองเข้าเรียนมหาวิทยาลัยใด
หรือเด็กมีความสามารถแค่ไหนที่จะเข้าไปสู่สถาบันเกียรติยศเหล่านี้
รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูที่ www.usnews.com
อย่างไรก็ตามมีเรื่องน่าสนใจอีกกล่าวคือมีนักศึกษาน้องใหม่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียอายุเพียง
15 ปีเริ่มเข้าเรียนกับเพื่อนๆเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2007 เธอชื่อบริทนีย์ เอ็กซไลน์ ยังไม่มีสิทธิ์โหวต,ยังขับรถไม่ได้(ต้องอายุ
16 ปี)หรือไม่อาจดูหนัง R-ratedได้ด้วยตัวเอง
ส่วนเพื่อนร่วมชั้นจะมีอายุระหว่าง 17-18 ปีขึ้นไป เธอให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าอายุไม่ได้ทำให้เกิดช่องว่างแต่อย่างใด
แม้เพื่อนหลายคนประหลาดใจเมื่อทราบว่าเธออายุเพียง 15 ปี
บริทนีย์เติบโตที่เมืองโคโลราโด้ สปริงส์ รัฐโคโลราโด้
ขณะอายุ 8 ขวบเธอเรียนอยู่เกรด 6 ตอนอายุ 13 ปีจบวิชาคณิตศาสตร์ของไฮสคูล ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ 2007 เธออายุ 15 ปีเต็มและอีกไม่กี่เดือนต่อมาก็เรียนจบไฮสคูล
เธอเรียนเก่งทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และยังสนใจการเมือง
พร้อมกันนั้นเธอเลือกเรียน Penn program เมื่อเรียนจบจะได้รับปริญญาทั้งด้านวิศวกรรมศาสตร์และศิลปศาสตร์
คาดว่าจะเป็นรุ่นปี 2011 ตามประวัติที่เธอเขียนลงไปยังบอกว่าชอบการเต้นรำ,ร้องเพลงและยังเคยเข้าร่วมประกวดสาววัยรุ่น 2 ครั้ง
เอริค แคปแลน รักษาการคณบดีที่ตอบรับนักศึกษากล่าวว่าเธอไม่ได้มีปัญหาการเรียนหรือการอยู่ร่วมกับเพื่อนแต่อย่างเพราะเธอมีระเบียบวินัย
ตลอดจนเป็นผู้ใหญ่พอ แม้ว่าอายุยังน้อยก็ตาม ความจริงเธอเข้าไปอยู่แคมปัสก่อนหน้านี้ประมาณ
1 เดือนเพื่อเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ในฐานะเป็นนักศึกษาน้องใหม่ ทางด้านโนมิ เมลโดนาโด ที่ปรึกษาด้านวิชาเลือกให้ความเห็นว่า
บริทนีย์เป็นคนชอบสนุก,ชอบสังคมเป็นมิตรและเป็นผู้ใหญ่มากเกินกว่าอายุตัวเอง
อย่างไรก็ตามนักศึกษที่อายุน้อยกว่าบริทนีย์ยังมีคือ
เจสสิก้า มีเคอร์ เข้าเรียน Penn State อายุ 12 ปี 10 เดือนและเรียนจบอายุ
16 ปีเมื่อปี 2004
สังคมยุคใหม่การเรียนเก่งถือเป็นเรื่องดี บุคคลเหล่านี้กล่าวได้ว่ามี IQ สูงกว่าคนปกติ แต่การมีชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม(EQ)จะต้องดีด้วย
จึงจะถือว่าประสบผลสำเร็จทั้งมวล
เพราะเคยพบมาหลายรายเป็นคนเรียนเก่งแต่เข้ากับใครไม่ได้ จึงทำให้คนเหล่านี้ด้อยคุณค่าลงไป....อ่านต่อ
อ่านข่าว ตี๋น้อย 9 ขวบ เด็กอัจฉริยะ เข้ามหาวิทยาลัย
(นสพ.ผู้จัดการ)
http://www.manager.co.th/China/
|