วิธีการของทาสสมัยใหม่ในสหรัฐ
รับเด็กเป็นลูกบุญธรรมขอเงินจากรัฐ
อเมริกันเป็นสังคมที่มีคนหลากหลายเชื้อชาติมาอยู่อาศัย
ปัจจุบันมีกว่า 300 ล้านคน
เมื่อคนมาก การทำความผิดเพื่อฉ้อฉลสังคมก็มากตามไปด้วย สังคมอเมริกันแม้จะมีระบบกฎหมายที่ดี
มีการควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ภายในตัวสังคมก็ยังมีผู้ละเมิดกฎหมายอยู่ทุกวัน ดังนั้นคุกอเมริกันจึงมีนักโทษแออัดมากขึ้นทุกวัน
เหตุการณ์รายนี้มาแบบใหม่อ่านดูแล้วเหมือนลักษณะของทาสสมัยใหม่ เรื่องมีอยู่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนางจูดิธ ลีคิน( Judith
Leekin)อายุ 62 ปีได้ เดิมเธอเป็นคนประเทศตรินิแดด พฤติกรรมของเธอคือการไปขอเด็กมาเป็นบุตรบุญธรรม
จากนั้นก็ขังไว้เยี่ยงทาสรวม 11 คน โดยใช้เด็กเหล่านี้เป็นเหยื่อบังหน้าเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล
ตั้งแต่เธอทำมาปรากฎว่าได้เงินช่วยจากรัฐบาล(adoptive subsidies) รวม
1.26 ล้านดอลลาร์
เมื่อถูกจับได้เธอถูกตั้งข้อหาอาชญากรรมหลายกระทงรวมทั้งการทารุณกรรมเด็กซึ่งโทษสูงสุดอาจจำคุก
190 ปี
ตัวอย่างเกิดกับเด็กที่เธอรับมาเป็นบุตรบุญธรรมคนหนึ่งชื่อนายสเตฟเฟน
เวลส์ เขาถูกรับมาเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ปัจจุบันอายุ 20 ปี จากเอกสารของตำรวจและศาลพบว่าเขาถูกทารุณกรรมเช่นถูกตีด้วยไม้และวัตถุอื่นๆ
เขาถูกใส่กุญแจมือมัดนอนกับพื้นเย็นๆบริเวณห้องโถง ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปใช้ห้องน้ำ
บริเวณข้อมือของเขามีรอยแผลเป็น
หนุ่มคนนี้ไม่ได้เข้าโรงเรียน,ไม่ได้รับการรักษาพยาบาล,ใช้ชีวิตอยู่ในห้องของบ้าน และบ้านก็เหมือนคุก
ครั้งหนึ่งเขาถูกปล่อยให้นอนอยู่ห้องใต้ดินของบ้านที่ควีนส์ตลอดวัน
โดยที่นางจูดิธที่เขาเรียก
แม่ไม่อยู่บ้านทั้งวัน
เวลาปัสสาวะก็ราดออกมา
ทางด้านจูดิธปฏิเสธทุกข้อหา
โดยทนายความมาริโอ การ์เซีย กล่าวว่าเธอเป็นคนรักเด็กให้การรักษาพยาบาล
รักษาฟัน พาไปเที่ยวสวนสาธารณะและออกไปทานข้าวนอกบ้าน
ชีวิตของนางจูดิธยังเป็นเรื่องลึกลับ เป็นคนมีใบขับขี่ของรัฐฟลอริด้า
2 ในโดยนามสกุลแตกต่างกัน ใบโซเชี่ยลมี 2 ใบ และมีชื่อที่คนรู้จักเรียกขานกันประมาณ
7 ชื่อ
ตำรวจพยายามประมวลเรื่องของเธอมาปะติดปะต่อ เริ่มจากขณะเธออาศัยอยู่ย่านควีนส์,นิวยอร์ก
การขอรับเด็กมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมไม่มีปัญหาใด แต่ตำรวจเชื่อว่าเธอใช้ 4 ชื่อเพื่อรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมรวม
11 คนจากปี 1988 ถึง 1996 โดยขอรับเฉพาะเด็กที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ(special-needs children) หรือเด็กพิการอย่างใดอย่างหนึ่ง
โดยเฉพาะเด็กที่ต้องการได้รับพัฒนาการทางด้านสมอง ตัวอย่างเช่นมีเด็กคนหนึ่งได้รับค่าเลี้ยงดูตกวันละ
55 ดอลลาร์
ตำรวจพบว่าเธอไม่เคยไปขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามเอเยนซี่ต่างๆซ้ำกัน
การใช้ชื่อก็แตกต่างกัน จนกระทั่งในปี 1999 นิวยอร์ก ซิตี้เปลี่ยนกฎหมายมีการขอพิมพ์ลายนิ้วมือของบุคคลที่จะรับเด็กไปเป็นบุตรบุญธรรม เรื่องจึงแดงขึ้น
การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมสิ้นสุดเมื่อปี
1998 เธอย้ายไปอยู่ฟลอริด้าพร้อมเด็กๆ แต่เธอก็ไปไหนไม่พ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ด้านสวัสดิการเด็กได้รับทิปบอกว่าเธอทารุณกรรมลูกเลี้ยงของเธอ เรื่องนี้เธอปฏิเสธและหลบหนีไป ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของฟลิริด้า(
The Florida Department of Children and Families)และเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษารัฐนิวยอร์ก(New York ACS)ต้องติดตามผลเพราะไม่มีบันทึกเรื่องเด็กๆเหล่านี้แต่อย่างใด
จากเอกสารของตำรวจที่สอบปากคำลูกเลี้ยงของเธอพบว่า เธอเคยขู่เด็กว่าจะยิงและตัดหัวทุกคน
หากพวกเขานำเรื่องของเธอไปบอกคนอื่น ยิ่งไปกว่านั้นเธอเคยบอกเด็กว่าเคยติดคุก
5 ปีเพราะจ่อยิงหัวผู้หญิงคนหนึ่ง
จูดิธ ลีคิน เป็นสตรีรักร่วมเพศเธอเคยมีหญิงคู่ขาอยู่คนชื่อ
คลอเดท แจ้คสัน ซึ่งให้การกับตำรวจว่าจูดิธเป็นคนโหดร้าย
ไม่เคยมีเตาอบ ไม่เคยหุงหาอาหารด้วยตัวเอง เธอเคยได้ยินจูดิธทุบตีเด็กจนเด็กร้องให้พร้อมกับตะโกนใส่พวกเด็กๆ
การเฝ้าดูแลเด็กเธอติดกล้องจับภาพไว้ตามห้องต่างๆ โดยมีจอมอนิเตอร์คอยสอดส่อง
หากมีคนที่เธอไม่รู้จักจะเข้ามาในบ้าน เธอจะต้อนเด็กเข้าห้องและล็อคกุญแจตายไว้ด้านนอก
ความเป็นคนร้ายที่ชั้นเชิงมาก เธอยังจัดทำรายงานผลการศึกษาปลอมของเด็กยื่นต่อฝ่ายการศึกษาของรัฐนิวยอร์ก
จนฝ่ายการศึกษาก็ทำอะไรไม่ได้
จุดจบของเธอเกิดขึ้นที่เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กอยู่ห่างจากที่พักของเธอประมาณ
200 ไมล์ เธอทารุณกรรม เทรซี่ เวลส์ อายุ 18 ปีลูกเลี้ยงของเธอในระหว่างไปช้อปปิ้งที่ร้านแห่งหนึ่ง
ทำให้เธอถูกจับกุมและถูกค้นบ้านพัก 2 หลังที่ฟลอริด้า เด็กๆของเธออายุระหว่าง 15-27 ปี ทุกคนได้รับความทรมานและความหวาดกลัว
มีเด็ก 9 คนส่งไปให้เจ้าหน้าที่รัฐฟลอริด้าดูแล
ส่วนคนที่ 10 อายุ 19 ปี อาจถูกปล่อยให้เป็นคนจรจัดอยู่ที่ใดที่หนึ่งในรัฐฟลอริด้า
และคนที่ 11 ชื่อ เชน เกรแฮม อายุ 18 ปี เด็กๆให้การว่าเขาเสียชีวิตไปแล้วระหว่างปี
1999-2000
ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคมเจ้าหน้าที่ตำรวจเมือง
พอร์ต เซนต์ ลูซี่ เสนอให้อัยการตั้งข้อหาลูกชายแท้ๆของนางจูดิธคือนายเดสมอนด์
ลีคิน อายุ 39 ปีในข้อหาร่วมทารุณกรรมเด็ก
แต่ก็ขึ้นอยู่กับอัยการว่าจะตั้งข้อหาได้หรือไม่ หลังจากที่เด็กหลายคนกล่าวหาว่าพวกเขาถูกทารุณกรรมทั้งจากจูดิธและจากนายเดสมอนด์
ปัจจุบันลูกเลี้ยงของเธอทุกคนยังหวาดผวา ตำรวจต้องให้ประกันกับทุกคนว่าแม่เลี้ยงของพวกเขาจะไม่มีโอกาสกลับมาทารุณกรรมเขาอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่กลับมาปวดหัวอีกเรื่องคือ
เด็กที่ถูกรับมาเป็นบุตรบุญธรรมทุกคนตั้งคำถามว่า พวกเขาเป็นใคร
มาจากไหน นี่คือข้อสงสัยใหม่ของเด็กพิการเหล่านี้
ใครจะตอบเขาได้บ้าง ....อ่านต่อ
|