----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------
อาชญากรรมคือบาดแผลจากสงครามอิรัก
สงครามต่อต้านการก่อการร้ายยังไม่จบสิ้น สหรัฐต้องใช้เงินเดือนละ
12 พันล้านดอลลาร์เพื่อทำสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน ส่งผลให้ภายในประเทศต้องตัดงบประมาณด้านอื่นๆลงโดยเฉพาะด้านสาธารณสุข,การศึกษา,การพัฒนาคุณภาพชีวิตเช่นตัดงบสวนสาธารณะทำให้ชาวบ้านต้องใช้เงินค่าผ่านประตูเพื่อที่จะได้รับการพักผ่อนหย่อนใจ
หลายคนตั้งคำถามหรือไม่ว่าเงินภาษีอากรของตนนั้นใช้ไปเพื่อความเหมาะสมหรือไม่
ทำไมไม่คัดค้านนโยบายของรัฐบาลจอร์จ บุช ให้หนักข้อขึ้น
กระนั้นก็ตามเราลองมาดูอีกด้านหนึ่งของสงคราม โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมที่ทหารอเมริกันไปก่อกรรมทำเข็ญไว้จนต้องได้รับโทษ
ถือว่าเป็นบาดแผลอันร้าวลึกที่เกิดจากสงคราม
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ศาลทหาร ฟอร์ด แคมป์เบล รัฐเคนตั๊กกี้มีการระวางโทษจำคุกรวม 110 ปี พลทหารเจสซี
สปีลแมน วัย 22 ปี จากความผิด
4
ข้อหาคือฆ่า
ข่มขืน สมคบคิดข่มขืน และบุกรุกเพื่อข่มขืน
จากนั้นกองทัพบกได้ออกคำแถลงตามมาว่าพลทหารเจสซีมีความผิดเมื่อเดือนมนาคม
2006 ด้วยการข่มขืนและฆ่า Abeer Kassem Hamza al-Janabi เด็กหญิงวัย 14 ปี รวมทั้งฆาตกรรมรอบครัวของเธอ เหตุเกิดที่เมือง Mahmudiyah ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงแบกแดด ทั้งนี้พลทหารสปีลแมนปฏิเสธข้อหาทั้งหมด แต่ยอมรับในข้อหาเผาบ้านเรือนและขัดขวางขบวนการยุติธรรม
ผลจากคำพิพากษาครั้งนี้ทำให้เขาถูกถอดถอนเหรียญประดับเกียรติ,ลดยศ,ลดเงินเดือนรวมทั้งเงินค่าครองชีพอื่นๆ
ทหารคนอื่นๆที่ร่วมก่อกรรมทำเข็ญครั้งนี้ยังประกอบด้วยนายสตีเวน
กรีน ซึ่งถูกไล่ออกจากกองทัพไปก่อนหน้านี้ในฐานะเป็นหัวโจกจะต้องขึ้นศาลพลเรือน
คาดว่าอัยการจะเสนอโทษประหารชีวิต
สำหรับทหารอีก 3
คน
ที่ได้รับคำพิพากษาประกอบด้วย ส.อ. พอล
คอร์เทซ รับโทษจำคุก 90 ปี บาร์เกอร์
เจมส์ ทหารผู้เชี่ยวชาญกิจกรรมพิเศษรับโทษจำคุก 100 ปี และพลทหารไบรอัน โฮเวิร์ด รับโทษจำคุก 5 ปี ในฐานะเป็นผู้ดูต้นทางและช่วยขัดขวางขบวนการยุติธรรม
ในเอกสารของศาลระบุว่าส.อ.คอร์เตซได้บรรยายว่าเขาได้จับเธอกดลงอย่างไรและข่มขืนอย่างไร
เมื่อเสร็จกิจแล้วเขาจับเธอให้พลทหารเบเกอร์ เจมส์ ข่มขืนต่อ
ในระหว่างนั้นเขาได้ยินเสียงปืนดังขึ้นในอีกห้องหนึ่งของบ้านแล้วพลทหารกรีน
เดินออกมาว่าได้ฆ่าคนทั้งหมด 3 คน ต่อมาพลทหารกรีนออกมาข่มขืนเด็กผู้หญิงต่อจากเพื่อน
เมื่อเสร็จกิจแล้วใช้ปืนยิงเข้าศีรษะของเธอ ก่อนที่จะโยนไฟแช็คไปให้เพื่อนทหารอีกคนจุดไฟเผาผ้าห่มที่คลุมศพเธอไว้
จากนั้นบ้านก็ลุกเป็นไฟ
คดีนี้ถือว่าเป็นคดีใหญ่อันดับสองที่เกิดกับกองทหารที่101st Airborne ของรัฐเคนตั๊กกี้ ก่อนหน้านี้นายทหารจากหน่วยเดียวกัน 3 คนก็รับสารภาพที่ได้สังหารนักโทษชาวอิรักที่ถูกควบคุมตัว
เหตุเกิดที่ทางตอนเหนือของกรุงแบกแดด
การพิจารณาโทษอันเกิดจากอาชญากรรมสงครามครั้งนี้ยังมีขึ้นที่แคมป์เพนเดลตัน
เมือง Oceanside รัฐแคลิฟอร์เนียอันเป็นค่ายทหารนาวิกโยธินสหรัฐ โดยมีการพิพากษาลงโทษจำคุก
15 ปีแก่จ่าลอว์เรนซ์ ฮัทชินส์ที่ 3 อายุ 23 ปี ในข้อหาฆาตกรรมและข้อหาอื่นๆ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2006 หลังจากหน่วยนาวิกโยธินและทหารเรือออกตามล่าผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายในเมืองแฮมดาเนีย,อิรัก
แต่เมื่อไม่พบพวกเขากลับจับเพื่อนบ้านของผู้ต้องสงสัยมาสังหารแทน
กลุ่มทหารรวม 7 คนถูกตั้งข้อหาว่าสังหารนาย Hashim Ibrahim
Awad อายุ 52 ปีพ่อที่มีลูกถึง 11 คนและยังเป็นปู่เป็นตาของหลานๆอีก
4 คน พฤติกรรมที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่สังหารเท่านั้นยังจัดฉากด้วยการวางปืนยิงเร็ว
AK-47 ไว้ข้างศพเพื่อให้เห็นว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่กำลังวางระเบิด
ภายหลังจากลงมือเสร็จจ่าฮัทวินส์ยังกล่าวกับเพื่อนทหารด้วยกันว่าเราเพิ่งจะเสร็จกิจการฆาตกรรม ทหารอีกรายหนึ่งให้การว่าพฤติกรรมเช่นนั้นเป็นการเลียนแบบหนังปี
1999 ที่ชื่อว่า "The Boondock
Saints," เนื้อหาของหนังเป็นเรื่องของชาวบ้านที่ร่วมกันลงมือสังหารแก๊ง
จากการสอบสวนพบว่าแผนการนี้ฮัทชินส์เป็นคนวางไว้ก่อนลงมือ
ทหารอีก 7 คนที่ร่วมลงมือส่วนหนึ่งไม่ได้รับโทษถึงรับโทษจำคุก
8 ปี มีเพียงฮัทชินส์เท่านั้นที่ต้องโทษฆาตกรรมได้รับโทษจำคุก
15 ปี ในวันเดียวกันนี้พลทหารมาร์แชล แมจินคาลดา ได้รับโทษจำคุก
448 วัน ในฐานะเป็นธุระจัดหาให้เกิดการฆาตกรรมขึ้นมา อย่างไรก็ตามเขาจะได้รับการปล่อยตัวทันทีหลังจากที่ถูกจองจำในคุกทหารมาแล้ว
448 วันระหว่างการพิจารณาคดี
ปัญหาที่เกิดต่อเนื่องจากสงครามอิรักยังมีตัวอย่างอื่นๆอีกมาก
อาทิเช่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนายจิม นิโคลสัน รัฐมนตรีทบวงทหารผ่านศึก(Veterans Affairs)ถูกครอบครัวทหารผ่านศึกอิรักยื่นฟ้องในข้อหาประมาทเลินเล่อทำให้ลูกชายของเขา
เจฟฟรีย์ ลูซีย์ วัย 23 ปีพลทหารนาวิกโยธินถึงกับฆ่าตัวตาย เหตุเกิดเมื่อเดือนมิถุนายน
2004 สาเหตุเพราะทบวงทหารผ่านศึกไม่รักษาโรคป่วยทางสุขภาพจิตแก่ลูกชายของเขาหลังกลับจากสงครามอิรักเป็นเหตุให้ลูกเขาต้องฆ่าตัวตาย
โดยยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นรัฐบาลกลางเมืองสปริงฟิลด์ รัฐวอร์จิเนีย
การยื่นฟ้องทบวงทหารผ่านศึกเคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าVeterans for Common Sense เป็นคนยื่นฟ้องในนามของทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามอิรักทั้งมวล โดยเฉพาะไม่ได้จ่ายเงินค่าพิการและค่ารักษาสุขภาพจิตแก่ทหารเหล่านี้
จากคำบรรยายฟ้องระบุว่าภายหลังกลับจากสงครามอิรัก พลทหารเจฟฟรีย์
ลูซีย์ เกิดอาการหวาดผวา ประสาทหลอน บางครั้งก็วิงเวียนศีรษะ
ส่งผลให้หันมาดื่มเหล้าจัด กลายเป็นคนเก็บกด
เขาบอกน้องสาวว่ามีเชือกเตรียมไว้ผูกคอตายที่ต้นไม้หลังบ้าน บางครั้งก็ต้องนำไฟฉายไว้ติดตัวในห้องนอน เพื่อที่จะตรวจสอบแมลงจากอุฐซึ่งเขาได้ยินตอนกลางคืน
ต่อมาพ่อแม่นำตัวพลทหารเจฟฟรีย์เข้ารับการรักษาที่
the
Northampton VA Medical Center แต่ไม่กี่วันเขาถูกปล่อยออกจากโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแจ้งว่าเขาจะได้รับการรักษาประสาทหลอน( post-traumatic stress disorder)ได้ก็ต่อเมื่อเขาจะต้องเลิกเหล้าให้เรียบร้อย
เขาถูกพ่อแม่นำกลับไปรักษาตัวอีกครั้ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากโรงพยาบาล
ใน 2 สัปดาห์ต่อมาเขาผูกคอตายในห้องใต้ดินของบ้าน
คดีต่างๆที่เกิดการฟ้องร้องในศาลอันเกี่ยวเนื่องกับสงครามอิรักครั้งนี้
ฝ่ายนิติบัญญัติยอมรับว่าองค์กรต่างๆที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับทหารผ่านศึกทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ
ไม่มีการจัดระบบรักษาหลังผ่านศึก,การจัดเว็บไซท์เพื่อให้คนเข้าไปศึกษาหรือหาข้อมูลเพิ่มเติมด้านการรักษาพยาบาลตลอดจนระบบการจ่ายเงินช่วยเหลือเมื่อเป็นคนพิการ
กล่าวโดยสรุป สงครามยังไม่จบสิ้น คนอเมริกันก็ได้รับบาดแผลจากสงครามมากมาย
ทางแก้ไขที่จบสิ้นก็คือการเลิกทำสงคราม....อ่านต่อ
|