----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------
นายกเทศมนตรีแอล.เอ.กับนักข่าวสาว
ปัญหาของจริยธรรมไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
เรื่องอื้อฉาวที่นายแอนโทนิโอ วิลลาไรโกซ่า อายุ 54 ปีนายกเทศมนตรีแอล.เอ.แยกทางเดินกับคอริน่า
วิลลาไรโกซ่า ภรรยา มองในแง่ของข่าวหากแยกทางกันธรรมดาก็คงไม่มีปัญหา
เพราะคนเราเมื่ออยู่ด้วยกันไม่ได้ก็แยกทางกัน แต่เรื่องไม่เป็นเช่นนั้น
พฤติกรรมของแอนโทนิโอนไม่น่าเพิ่งเกิดขึ้นเพราะก่อนจะอยู่กับคอริน่า
20 ปีเขาก็มีภรรยามาก่อนแต่ไม่ได้แต่งงานกันและมีลูกสาวที่โตแล้ว
2 คน ส่วนลูกอันเกิดจากคอริน่าก็มี 2 คน อยู่ในวัยรุ่นคือผู้ชาย
18 ปีและเด็กผู้หญิง 14 ปี
ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1987 โดยนำนามสกุลของสองคนมาสมาสกันเข้า
ชื่อเดิมคือ Antonio (Tony) Ramon Villar, Jr. ส่วนภรรยาคือ Corina Raigosa เมื่ออยู่ด้วยกันจึงเปลี่ยนนามสกุลเป็น Villaraigosa หลังจากหย่ากันแล้วทราบว่าแอนโทนิโอ จะยังคงนามสกุลวิลลาไรโกซ่าไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนเขายอมรับว่าได้มีเพศสัมพันธ์หรือกิจกรรมพิเศษระหว่างสมรส
(extramarital affair )กับนักข่าวสตรีชื่อ
เมอร์ทาลา ซาลินาส(Mirthala Salinas) วัย 35 ปีเธอเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวทางสถานีทีวีภาษาสแปนนิชช่อง 52
เทเลมุนโด้(Telemundo) หรือ KVEA หน้าที่ของนักข่าวก็คือการทำข่าว เธอคัฟเวอร์ด้านการเมืองและยังคัฟเวอร์ข่าวนายกเทศมนตรีแอล.เอ.อีกด้วย
ต่อมาวันที่ 12 มิถุนายนคอริน่า
ภรรยาของเขาซึ่งเป็นครูสอนในโรงเรียนรัฐบาลแอล.เอ.ก็ยื่นฟ้องหย่า
แอนโทนิโอ ก่อนหน้านี้แอนโทนิโอเคยแยกกันอยู่กับคอริน่ามาก่อนประมาณปี
1994 ครั้งนั้นแยกกันประมาณ 2 ปีครึ่งจึงกลับมาอยู่ร่วมกัน สาเหตุก็เพราะมีหญิงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต
ทางด้านซาลินาสเกิดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 1970 ที่รัฐโซโนร่า
ทางตอนเหนือของประเทศเม็กซิโก ก่อนจะอพยพมาอยู่สหรัฐและเรียนจบที่ Arizona State University เริ่มเข้าทำงานเป็นผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุ KWA-AMเมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซน่า ทำหน้าที่แปลข่าวด่วน(breaking news)จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาสแปนิชให้ผู้ฟังวิทยุได้รับฟัง จนกระทั่งมารับงานผู้สื่อข่าวออกรายงานสดให้กับสถานีวิทยุ KPHX-AM
เมื่อชำนาญงานข่าวแล้วประมาณ
4 ปีจึงเป็นผู้สื่อข่าวให้กับสถานีทีวี KTVW-TV (Univision 33) เมืองฟีนิกซ์
ก่อนที่จะย้ายมาอยู่แอล.เอ. ทำงานให้กับสถานีเทเลมุนโด
รวมอายุงานทางทีวีประมาณ 13 ปี
ก่อนจะเกิดเรื่องขึ้นต้องไปดูพฤติกรรมของซาลินาสด้วย
กล่าวคือเธอเคยมีสัมพันธ์สวาทกับนักการเมืองมาแล้วอย่างน้อย
2 คน คนแรก อเล็กซ์ พาดิลย่า
อดีตประธานสภานครแอล.เอ. ปัจจุบันเป็นวุฒิสมาชิกของรัฐ
คนที่สองคือเฟเบี้ยน นูเนซ ประธานสภารัฐแคลิฟอร์คนปัจจุบัน เหตเกิดในระหว่างเธอทำหน้าที่ข่าวการเมืองระดับรัฐคือตั้งแต่ฤดูร้อนของปี
2003 จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2004
อันเป็นเดือนที่เฟเบี้ยนสาบานตนเข้าเป็นประธานสภาฯเรื่องจึงยุติ ก่อนจะเข้าไปพัวพันกับเฟเบี้ยน ทราบว่าเฟเบี้ยนแยกทางกับมาเรีย
ภรรยาของเขา ตอนหลังเมื่อจบกับซาลินาส ทั้งคู่กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่
ที่สำคัญเฟเบี้ยน นูเนซ
กับแอนโทนิโอ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันทั้งทางส่วนตัวและทางการเมือง
ขณะเดียวกันมีข่าวออกมาจาก ERSNews.com ว่าปัจจุบันแอนโทนิโอไม่ได้เดทกับซาลิ
นาสเพียงคนเดียว แต่ยังเข้าไปมั่วกับตำรวจหญิงคนหนึ่งของแอลเอพีดี
ซึ่งถือว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของนายกเทศมนตรี
ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือข่าวที่นายกเทศมนตรีแอล.เอ.แยกทางกับภรรยา
คนที่เสนอข่าวขึ้นมาก่อนคือ ซาลินาส โดยตัวเธอเองเป็นผู้อ่านข่าวที่เทเลมุนโดเมื่อวันที่
8 มิถุนายนภาคภาษาสแปนิชว่า
นายกเทศมนตรีแอล.เอ.หย่ากับภรรยาเป็นความจริง แต่เธอไม่ได้แจ้งแก่ผู้ฟังต่อไปว่าตัวเธอเป็นต้นเหตุและมีความสัมพันธ์กับนายกเทศมนตรี
จึงทำให้เกิดการหย่าร้างครั้งนี้
ความสัมพันธ์ของ 2 คนสถานีทีวีก็น่าจะรู้เพราะช่วงหลังเธอถูกย้ายไปทำหน้าที่ด้านอื่นไม่ให้คัฟเวอร์ข่าวการเมืองตั้งแต่เดือนสิงหาคม
2006 โดยให้ทำงานข่าวทั่วไปรวมทั้งเป็นผู้อ่านข่าวสำรอง ข่าววงในแจ้งว่าฝ่ายบริหารสถานีเคยสอบถามเธอตรงๆถึง
3 ครั้งว่ามีสัมพันธ์กับนายกเทศมนตรีแอล.เอ.หรือไม่ เธอตอบปฏิเสธทั้ง
3 ครั้ง
เมื่อ แอนโทนิโอยอมรับเรื่องสัมพันธ์สวาท
เธอจึงออกคำแถลงของตัวเองบ้างว่า ครั้งแรกที่ดิฉันรู้จักกับนายกเทศมนตรี เรารู้จักกันในระดับของการทำงานด้านอาชีพ จากนั้นก็ค่อยมาเป็นเพื่อนกัน แต่ความสัมพันธ์ในปัจจุบัน มันเกินเลยออกไปจากมิตรภาพ
เธอกล่าวอีกว่าทั้งดิฉันและนายกเทศมนตรีเป็นบุคคลที่สาธารณะรู้จัก(public figures) ดิฉันจึงหวังว่าทุกคนเข้าใจและเคารพความต้องการของดิฉันที่จะรักษาความเป็นส่วนตัว
เมื่อเรื่องมันกลายมาเป็นความสัมพันธ์กันแล้ว
วันที่ 4 กรกฎาคมฝ่ายบริหารของทีวี
Telemundo (บริษัทนี้เป็นเครือข่ายของ
NBC เจ้าของคือบริษัท General
Electric )ประชุมกันประกอบด้วย มานูเอล อาดุด ผู้จัดการทั่วไปและอัล คอร์ราล ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวพร้อมทีมกฎหมาย
เพื่อพิจารณาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จากนั้นสถานีได้ให้เธอ
พักผ่อน เริ่มจากวันที่
5 กรกฎาคมเป็นต้นไป เพื่อสอบสวนว่าพฤติกรรมของเธอขัดต่อจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชน
(breached
journalistic ethics )หรือไม่
หนังสือพิมพ์แอล.เอ.ไทมส์คุ้ยเรื่องต่ออีกว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเกิดขึ้นมาแล้วอย่างน้อย
18 เดือน เริ่มจากเดือนพฤศจิกายน 2005 นับตั้งแต่แอนโทนิโอสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรี
มีอยู่คืนหนึ่งประมาณ 21.00 น.เขาขึ้นไปหาซาลินาสที่คอนโดมิเนียมแถว Sherman Oaks โดยหอบหิ้วอาหารและไวน์ไปด้วย 1 ขวด
เขาเผชิญหน้ากับ Jean Rouda
และหลานของยีนในลิฟท์ จากนั้นแอนโทนิโอก็ยื่นมือไปจับพร้อมกับแนะนำตัว
เธอกล่าวว่า ฉันรู้ว่าคุณเป็นใคร และรู้ด้วยว่าคุณจะมาหาใคร ฝากสวัสดีกับเธอด้วยนะ รูด้ากล่าวว่าในคอนโดมิเนียม 15 ห้องนั้นมีแต่คนแก่และคนยิว จะมีสาวเพียงคนเดียวคือซาลินาส จึงเป็นไปไม่ได้ที่แอนโทนิโอจะหอบอาหารและไวน์ไปพบคนแก่ในนั้น
เธอยอมรับว่าเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้แก่ใครเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
เมื่อผู้สื่อข่าวแอลงเอ.ไทมส์ไปขอพบจึงยอมพูด
ต่อมาซาลินาสย้ายจากคอนโดที่เชอร์แมนโอ๊คไปอยู่ที่สติวดิโอ
ซิตี้ และการข้ามเขตแดนของความเป็นนักวิชาชีพก็เริ่มในปี 2006 กล่าวคือวันที่ 20 มีนาคม 2006 เธอเดินทางไปนิวยอร์กเพื่อคัฟเวอร์ข่าวแอนโทนิโอเข้าพบไมเคิล
บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก เพื่อถกกันเรื่องการปฏิรูปทางการศึกษา
ต่อมาอีก 3 เดือนเธอเดินทางไปซานคราเมนโต้เพื่อคัฟเวอร์ข่าวแอนโทนิโอซึ่งเดินทางไปต่อรองกับสภานิติบัญญัติเกี่ยวกับการให้อำนาจของนายกเทศมนตรีเข้าไปควบคุมโรงเรียนรัฐบาล
ช่างภาพของแอล.เอ.ไทมส์จับภาพของทั้งคู่ไว้ได้ ทำให้สต๊าฟฟ์งานของแอนโทนิโอกลัวเรื่องความสัมพันธ์นี้จะรั่วไหลออกไป
เดือนกันยายน 2006 เข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยตรงด้านรักษาพยาบาลแก่
โยลันดา อวีล่า เฟอร์นันเดซ แม่ของซาลินาสซึ่งเป็นมะเร็งและรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล Cedars-Sinai
ต่อมาเธอถูกย้ายมารักษา พยาบาลที่
USC/Norris
Comprehensive Cancer Center ทางตะวันออกของดาวน์ทาวน์ จนกระทั่งเธอถึงแก่กรรมเมื่อวันที่
4 มกราคม 2007 หลังจากนั้น 2 วัน แอนโมนิโอบินไปยังฟีนิกซ์เพื่อร่วมพิธีศพที่
the Greer-Wilson Funeral Home
ปลายเดือนมกราคมมีข่าวเล็ดรอดออกมาจาก Internet blog ว่านายกเทศมนตรีแยกกันอยู่กับภรรยา รวมทั้งถอดแหวนแต่งงานออก เมื่อผู้สื่อข่าวถามเขาบอกว่าเขากำลังลดน้ำหนักทำให้แหวนหลวมและหลุดง่าย จนกระทั่งวันที่ 11 มิถุนายนเขาจึงยอมรับว่ามีสัมพันธ์กับซาลินาส
นักข่าวก็ไม่ลดละถามว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ใช่หรือไม่
แอนโทนิโอตอบว่าไม่จริง
ประเด็นสำคัญของเรื่องก็คือแม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของ
2 คน แต่มองในแง่จริยธรรมแล้วทั้งนายกเทศมนตรีและซาลินาสได้ละเมิดศีลธรรมด้วยกันทั้งคู่เพราะนายกเทศมนตรีมีเมียอยู่แล้ว
กระทำในสิ่งอันไม่สมควร
ประการที่สองเป็นการช่วยกันตบมือ หากคนใดคนหนึ่งตบก็คงไม่ดัง
พฤติกรรมของซาลินาสที่ชอบยุ่งกับนักการเมืองดังๆ 2 คนที่ผ่านมาถือว่าไม่เพียงแต่นอนคุยกับแหล่งข่าวเท่านั้น แต่เธอยังขาดจริยธรรมของงานด้านข่าว คือจะต้องไม่ทอดสัมพันธ์ให้กับแหล่งข่าว
เพราะข่าวที่ได้มาจะเอนเอียงเข้าข้างคนที่เธอรักและชอบ ความชั่วหรือการทำผิดของแหล่งข่าว เธออาจจะช่วยปกปิดและแก้ตัวแทน เขาเรียกว่าเกิด
Conflict of Interest
ประการที่สามนักการเมือง(ไม่ว่าประเทศไหน) เห็นนักข่าวสาวๆก็ชอบที่จะเสนอตัวให้สัมภาษณ์
ไม่เพียงแต่ได้ออกข่าวเท่านั้น ถือโอกาสฝากขนมจีบไว้ด้วย ผิดกับบรรดานักข่าวระดับ
เจ๊ทั้งหลาย พวกเขาไม่ค่อยชอบให้ข่าวเพราะนอกจากจะแก่ทั้งงานข่าวและความอาวุโสแล้วอาจจะถูกเจ๊จิกเสียคนได้
ประการที่สี่ แอนโทนิโอ เป็นดาวเด่นทางการเมืองของพรรคเดโมแครตเชื้อสายฮิสแปนิก
โอกาสที่เขาจะก้าวไปเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียในการเลือกตั้งปี
2010 มีอยู่สูง แต่เมื่อเจอเข้ากับปัญหาจริยธรรมคราวนี้แล้ว
คะแนนเสียงของเขาจะหล่นวูบหรือไม่? หรือว่าเป็นพฤติกรรมธรรมดาของพวกไอ้แม็กทั่วไปที่มีเพศสัมพันธ์กันแบบง่ายๆ
ประการสุดท้ายทางออกของปัญหานี้ยังมี กล่าวคือซาลินาสจะต้องเลิกเป็นนักข่าว
อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ไม่ออกงานสังคมนอนรอแอนโทนิโออยู่บ้าน
และเมื่อการหย่าร้างของแอนโทนิโอสิ้นสุดลง
ทั้งคู่ต้องแต่งงานกันเพื่อเธอจะได้เป็น First
Lady ของแอล.เอ. จากนั้นแอนโทนิโอมีโอกาสไต่ไปแข่งเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย
หากเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้
เธออาจจะหันมาเขียนหนังสือขาย ออกเป็นทั้งภาษาอังกฤษและภาษา
สแปนิช เรียกว่ากินทั้ง
2 ตลาดผู้อ่าน เรื่องคาวๆแบบนี้ใครๆก็อยากอ่าน ทางออกมีแบบนี้จริงๆ ปัญหาอยู่ที่ว่าทั้งคู่จะจริงจังกันแค่ไหน
? ....อ่านต่อ
|