แอนโทนิโอ ในระหว่างการให้สัมภาษณ์แก่ซาลินาสที่หน้าตึกรัฐสภาแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2006 (Robert Durell / LAT)
เมอร์ทาลา ซาลินาส

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------

นายกเทศมนตรีแอล.เอ.กับนักข่าวสาว
ปัญหาของจริยธรรมไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

                เรื่องอื้อฉาวที่นายแอนโทนิโอ วิลลาไรโกซ่า อายุ 54 ปีนายกเทศมนตรีแอล.เอ.แยกทางเดินกับคอริน่า วิลลาไรโกซ่า ภรรยา มองในแง่ของข่าวหากแยกทางกันธรรมดาก็คงไม่มีปัญหา เพราะคนเราเมื่ออยู่ด้วยกันไม่ได้ก็แยกทางกัน  แต่เรื่องไม่เป็นเช่นนั้น

                 พฤติกรรมของแอนโทนิโอนไม่น่าเพิ่งเกิดขึ้นเพราะก่อนจะอยู่กับคอริน่า 20 ปีเขาก็มีภรรยามาก่อนแต่ไม่ได้แต่งงานกันและมีลูกสาวที่โตแล้ว 2 คน  ส่วนลูกอันเกิดจากคอริน่าก็มี 2 คน อยู่ในวัยรุ่นคือผู้ชาย 18 ปีและเด็กผู้หญิง 14 ปี

                ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1987 โดยนำนามสกุลของสองคนมาสมาสกันเข้า ชื่อเดิมคือ Antonio (Tony) Ramon Villar, Jr. ส่วนภรรยาคือ Corina Raigosa เมื่ออยู่ด้วยกันจึงเปลี่ยนนามสกุลเป็น Villaraigosa  หลังจากหย่ากันแล้วทราบว่าแอนโทนิโอ จะยังคงนามสกุลวิลลาไรโกซ่าไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

                ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนเขายอมรับว่าได้มีเพศสัมพันธ์หรือกิจกรรมพิเศษระหว่างสมรส (extramarital affair )กับนักข่าวสตรีชื่อ เมอร์ทาลา ซาลินาส(Mirthala Salinas) วัย 35 ปีเธอเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวทางสถานีทีวีภาษาสแปนนิชช่อง 52 เทเลมุนโด้(Telemundo) หรือ KVEA  หน้าที่ของนักข่าวก็คือการทำข่าว  เธอคัฟเวอร์ด้านการเมืองและยังคัฟเวอร์ข่าวนายกเทศมนตรีแอล.เอ.อีกด้วย

ต่อมาวันที่ 12 มิถุนายนคอริน่า ภรรยาของเขาซึ่งเป็นครูสอนในโรงเรียนรัฐบาลแอล.เอ.ก็ยื่นฟ้องหย่า แอนโทนิโอ  ก่อนหน้านี้แอนโทนิโอเคยแยกกันอยู่กับคอริน่ามาก่อนประมาณปี 1994 ครั้งนั้นแยกกันประมาณ 2 ปีครึ่งจึงกลับมาอยู่ร่วมกัน สาเหตุก็เพราะมี”หญิงอื่น”เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต

                ทางด้านซาลินาสเกิดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 1970 ที่รัฐโซโนร่า ทางตอนเหนือของประเทศเม็กซิโก ก่อนจะอพยพมาอยู่สหรัฐและเรียนจบที่ Arizona State University เริ่มเข้าทำงานเป็นผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุ  KWA-AMเมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซน่า ทำหน้าที่แปลข่าวด่วน(breaking news)จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาสแปนิชให้ผู้ฟังวิทยุได้รับฟัง  จนกระทั่งมารับงานผู้สื่อข่าวออกรายงานสดให้กับสถานีวิทยุ KPHX-AM

เมื่อชำนาญงานข่าวแล้วประมาณ 4 ปีจึงเป็นผู้สื่อข่าวให้กับสถานีทีวี KTVW-TV (Univision 33) เมืองฟีนิกซ์ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่แอล.เอ. ทำงานให้กับสถานีเทเลมุนโด รวมอายุงานทางทีวีประมาณ 13 ปี  

ก่อนจะเกิดเรื่องขึ้นต้องไปดูพฤติกรรมของซาลินาสด้วย กล่าวคือเธอเคยมีสัมพันธ์สวาทกับนักการเมืองมาแล้วอย่างน้อย 2 คน คนแรก อเล็กซ์ พาดิลย่า  อดีตประธานสภานครแอล.เอ. ปัจจุบันเป็นวุฒิสมาชิกของรัฐ คนที่สองคือเฟเบี้ยน นูเนซ ประธานสภารัฐแคลิฟอร์คนปัจจุบัน เหตเกิดในระหว่างเธอทำหน้าที่ข่าวการเมืองระดับรัฐคือตั้งแต่ฤดูร้อนของปี 2003 จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2004  อันเป็นเดือนที่เฟเบี้ยนสาบานตนเข้าเป็นประธานสภาฯเรื่องจึงยุติ  ก่อนจะเข้าไปพัวพันกับเฟเบี้ยน ทราบว่าเฟเบี้ยนแยกทางกับมาเรีย ภรรยาของเขา ตอนหลังเมื่อจบกับซาลินาส ทั้งคู่กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่

ที่สำคัญเฟเบี้ยน นูเนซ กับแอนโทนิโอ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันทั้งทางส่วนตัวและทางการเมือง

ขณะเดียวกันมีข่าวออกมาจาก ERSNews.com ว่าปัจจุบันแอนโทนิโอไม่ได้เดทกับซาลิ

นาสเพียงคนเดียว แต่ยังเข้าไปมั่วกับตำรวจหญิงคนหนึ่งของแอลเอพีดี ซึ่งถือว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของนายกเทศมนตรี

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือข่าวที่นายกเทศมนตรีแอล.เอ.แยกทางกับภรรยา คนที่เสนอข่าวขึ้นมาก่อนคือ ซาลินาส โดยตัวเธอเองเป็นผู้อ่านข่าวที่เทเลมุนโดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนภาคภาษาสแปนิชว่า

”นายกเทศมนตรีแอล.เอ.หย่ากับภรรยาเป็นความจริง” แต่เธอไม่ได้แจ้งแก่ผู้ฟังต่อไปว่าตัวเธอเป็นต้นเหตุและมีความสัมพันธ์กับนายกเทศมนตรี จึงทำให้เกิดการหย่าร้างครั้งนี้

ความสัมพันธ์ของ 2 คนสถานีทีวีก็น่าจะรู้เพราะช่วงหลังเธอถูกย้ายไปทำหน้าที่ด้านอื่นไม่ให้คัฟเวอร์ข่าวการเมืองตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2006 โดยให้ทำงานข่าวทั่วไปรวมทั้งเป็นผู้อ่านข่าวสำรอง ข่าววงในแจ้งว่าฝ่ายบริหารสถานีเคยสอบถามเธอตรงๆถึง 3 ครั้งว่ามีสัมพันธ์กับนายกเทศมนตรีแอล.เอ.หรือไม่ เธอตอบปฏิเสธทั้ง 3 ครั้ง

เมื่อ แอนโทนิโอยอมรับเรื่องสัมพันธ์สวาท เธอจึงออกคำแถลงของตัวเองบ้างว่า “ครั้งแรกที่ดิฉันรู้จักกับนายกเทศมนตรี  เรารู้จักกันในระดับของการทำงานด้านอาชีพ จากนั้นก็ค่อยมาเป็นเพื่อนกัน แต่ความสัมพันธ์ในปัจจุบัน มันเกินเลยออกไปจากมิตรภาพ “ เธอกล่าวอีกว่า”ทั้งดิฉันและนายกเทศมนตรีเป็นบุคคลที่สาธารณะรู้จัก(public figures) ดิฉันจึงหวังว่าทุกคนเข้าใจและเคารพความต้องการของดิฉันที่จะรักษาความเป็นส่วนตัว เมื่อเรื่องมันกลายมาเป็นความสัมพันธ์กันแล้ว “

วันที่ 4 กรกฎาคมฝ่ายบริหารของทีวี Telemundo (บริษัทนี้เป็นเครือข่ายของ NBC เจ้าของคือบริษัท General Electric )ประชุมกันประกอบด้วย มานูเอล อาดุด ผู้จัดการทั่วไปและอัล คอร์ราล ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวพร้อมทีมกฎหมาย เพื่อพิจารณาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จากนั้นสถานีได้ให้เธอ

”พักผ่อน” เริ่มจากวันที่ 5 กรกฎาคมเป็นต้นไป เพื่อสอบสวนว่าพฤติกรรมของเธอขัดต่อจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชน (breached journalistic ethics )หรือไม่

หนังสือพิมพ์แอล.เอ.ไทมส์”คุ้ย”เรื่องต่ออีกว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองเกิดขึ้นมาแล้วอย่างน้อย 18 เดือน เริ่มจากเดือนพฤศจิกายน 2005 นับตั้งแต่แอนโทนิโอสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรี มีอยู่คืนหนึ่งประมาณ 21.00 น.เขาขึ้นไปหาซาลินาสที่คอนโดมิเนียมแถว Sherman Oaks โดยหอบหิ้วอาหารและไวน์ไปด้วย 1 ขวด

 เขาเผชิญหน้ากับ Jean Rouda และหลานของยีนในลิฟท์ จากนั้นแอนโทนิโอก็ยื่นมือไปจับพร้อมกับแนะนำตัว เธอกล่าวว่า” ฉันรู้ว่าคุณเป็นใคร และรู้ด้วยว่าคุณจะมาหาใคร ฝากสวัสดีกับเธอด้วยนะ”  รูด้ากล่าวว่าในคอนโดมิเนียม 15 ห้องนั้นมีแต่คนแก่และคนยิว จะมีสาวเพียงคนเดียวคือซาลินาส จึงเป็นไปไม่ได้ที่แอนโทนิโอจะหอบอาหารและไวน์ไปพบคนแก่ในนั้น

เธอยอมรับว่าเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้แก่ใครเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เมื่อผู้สื่อข่าวแอลงเอ.ไทมส์ไปขอพบจึงยอมพูด

ต่อมาซาลินาสย้ายจากคอนโดที่เชอร์แมนโอ๊คไปอยู่ที่สติวดิโอ ซิตี้ และการข้ามเขตแดนของความเป็น”นักวิชาชีพ”ก็เริ่มในปี 2006 กล่าวคือวันที่ 20 มีนาคม 2006 เธอเดินทางไปนิวยอร์กเพื่อคัฟเวอร์ข่าวแอนโทนิโอเข้าพบไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก เพื่อถกกันเรื่องการปฏิรูปทางการศึกษา

                ต่อมาอีก 3 เดือนเธอเดินทางไปซานคราเมนโต้เพื่อคัฟเวอร์ข่าวแอนโทนิโอซึ่งเดินทางไปต่อรองกับสภานิติบัญญัติเกี่ยวกับการให้อำนาจของนายกเทศมนตรีเข้าไปควบคุมโรงเรียนรัฐบาล

ช่างภาพของแอล.เอ.ไทมส์จับภาพของทั้งคู่ไว้ได้ ทำให้สต๊าฟฟ์งานของแอนโทนิโอกลัวเรื่องความสัมพันธ์นี้จะรั่วไหลออกไป

                เดือนกันยายน 2006 เข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยตรงด้านรักษาพยาบาลแก่ โยลันดา อวีล่า เฟอร์นันเดซ แม่ของซาลินาสซึ่งเป็นมะเร็งและรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล Cedars-Sinai  ต่อมาเธอถูกย้ายมารักษา พยาบาลที่ USC/Norris Comprehensive Cancer Center ทางตะวันออกของดาวน์ทาวน์ จนกระทั่งเธอถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2007 หลังจากนั้น 2 วัน แอนโมนิโอบินไปยังฟีนิกซ์เพื่อร่วมพิธีศพที่  the Greer-Wilson Funeral Home  

                ปลายเดือนมกราคมมีข่าวเล็ดรอดออกมาจาก Internet blog ว่านายกเทศมนตรีแยกกันอยู่กับภรรยา  รวมทั้งถอดแหวนแต่งงานออก  เมื่อผู้สื่อข่าวถามเขาบอกว่าเขากำลังลดน้ำหนักทำให้แหวนหลวมและหลุดง่าย  จนกระทั่งวันที่ 11 มิถุนายนเขาจึงยอมรับว่ามีสัมพันธ์กับซาลินาส  นักข่าวก็ไม่ลดละถามว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ใช่หรือไม่ แอนโทนิโอตอบว่าไม่จริง

                ประเด็นสำคัญของเรื่องก็คือแม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของ 2 คน แต่มองในแง่จริยธรรมแล้วทั้งนายกเทศมนตรีและซาลินาสได้ละเมิดศีลธรรมด้วยกันทั้งคู่เพราะนายกเทศมนตรีมีเมียอยู่แล้ว กระทำในสิ่งอันไม่สมควร

                ประการที่สองเป็นการช่วยกันตบมือ หากคนใดคนหนึ่งตบก็คงไม่ดัง  พฤติกรรมของซาลินาสที่ชอบยุ่งกับนักการเมืองดังๆ 2 คนที่ผ่านมาถือว่าไม่เพียงแต่”นอนคุยกับแหล่งข่าว”เท่านั้น แต่เธอยังขาดจริยธรรมของงานด้านข่าว คือจะต้องไม่ทอดสัมพันธ์ให้กับแหล่งข่าว เพราะข่าวที่ได้มาจะเอนเอียงเข้าข้างคนที่เธอรักและชอบ  “ความชั่ว”หรือการทำผิดของแหล่งข่าว เธออาจจะช่วยปกปิดและแก้ตัวแทน เขาเรียกว่าเกิด Conflict of Interest

                ประการที่สามนักการเมือง(ไม่ว่าประเทศไหน) เห็นนักข่าวสาวๆก็ชอบที่จะเสนอตัวให้สัมภาษณ์ ไม่เพียงแต่ได้ออกข่าวเท่านั้น ถือโอกาสฝาก”ขนมจีบ”ไว้ด้วย  ผิดกับบรรดานักข่าวระดับ

”เจ๊”ทั้งหลาย พวกเขาไม่ค่อยชอบให้ข่าวเพราะนอกจากจะแก่ทั้งงานข่าวและความอาวุโสแล้วอาจจะถูกเจ๊”จิก”เสียคนได้

                ประการที่สี่ แอนโทนิโอ เป็นดาวเด่นทางการเมืองของพรรคเดโมแครตเชื้อสายฮิสแปนิก โอกาสที่เขาจะก้าวไปเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียในการเลือกตั้งปี 2010 มีอยู่สูง  แต่เมื่อเจอเข้ากับปัญหาจริยธรรมคราวนี้แล้ว คะแนนเสียงของเขาจะหล่นวูบหรือไม่? หรือว่าเป็นพฤติกรรมธรรมดาของพวก”ไอ้แม็ก”ทั่วไปที่มีเพศสัมพันธ์กันแบบง่ายๆ

                ประการสุดท้ายทางออกของปัญหานี้ยังมี กล่าวคือซาลินาสจะต้องเลิกเป็นนักข่าว อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ไม่ออกงานสังคมนอนรอแอนโทนิโออยู่บ้าน  และเมื่อการหย่าร้างของแอนโทนิโอสิ้นสุดลง ทั้งคู่ต้องแต่งงานกันเพื่อเธอจะได้เป็น First Lady ของแอล.เอ.  จากนั้นแอนโทนิโอมีโอกาสไต่ไปแข่งเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย   

หากเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ เธออาจจะหันมาเขียนหนังสือขาย ออกเป็นทั้งภาษาอังกฤษและภาษา

สแปนิช  เรียกว่ากินทั้ง 2 ตลาดผู้อ่าน เรื่อง”คาวๆ”แบบนี้ใครๆก็อยากอ่าน  ทางออกมีแบบนี้จริงๆ  ปัญหาอยู่ที่ว่าทั้งคู่จะจริงจังกันแค่ไหน ? ....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping