----------------------------------------------คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่----------------------------------------
อีกก้าวของเทคโนโลยี่การสื่อสาร
ความคลั่งไคล้ iPhone-จะได้เรื่องหรือ?
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนบริษัทแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ร่วมกับบริษัท AT&T Inc.นำเทคโนโลยี่การสื่อสารแบบใหม่ออกจำหน่ายพร้อมกัน
เครื่องนี้เรียกว่าไอโฟน(iPhone)
เป็นการนำเอา 3 สิ่งมารวมกันไว้เป็นสิ่งเดียวและสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ ประกอบด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่(Cell phone)เครื่องเล่นเพลง (Music
player)และเว็บ บราวเซอร์(Web browser) ไร้สาย
iPhone ราคาเครื่องละ 499 ดอลลาร์สำหรับขนาดความจำ 4 กิ๊กกะไบต์ และ 599 ดอลลาร์ขนาดความจำ
8 กิ๊กกะไบต์
ไม่เพียงแต่ร้านแอปเปิ้ลเท่านั้นบริษัท
AT&T นำเครื่องออกจำหน่ายได้ทั้งหมด 1,800 แห่งขายเกลี้ยงในไม่กี่ชั่วโมง แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าขายไปกี่เครื่อง เมื่อซื้อมาแล้วจะต้องมา activated กับบริษัท AT&T
Inc. ที่เรียกว่า iTunes บางรายโชคดีก็สามารถใช้เครื่องได้ทันที แต่บางรายก็มีปัญหาเรื่องการ activated จึงต้องใช้เจ้าหน้าที่ของบริษัท เอที แอนด์ที ช่วยเป็นรายๆไป
การใช้บริการกับ AT&T ต้องเซ็นสัญญา 2 ปีค่าแอร์ไทม์ตกเดือนละ 59.99 ดอลลาร์ใช้โทร.ได้ 450 นาที,79.99
ดอลาร์โทร.ได้ 900 นาที และ 99.99 โทร.ได้ 1,350 นาทีและหากท่านใช้เดือนละ
220 ดอลลาร์ พูดได้ 6,000 นาที
ทุกแพลนที่เลือกใช้มีข้อดีคืออีเมลและเว็บเข้าได้ไม่จำกัด,เวลาสามารถสะสมต่อเนื่อง(rollover)ได้,โทร.เข้ามือถือต่อมือถือไม่เสียค่าใช้จ่าย,ส่งข้อความ(text messages)ได้
200 ครั้งต่อเดือน,ไม่จำกัดโทร.ตอนกลางคืนและวันหยุดสุดสัปดาห์
ทางด้านบริษัทแอปเปิ้ลนำออกจำหน่าย 162 ร้านและก็ไม่เปิดเผยว่าจำหน่ายได้เท่าใด
บริษัทแอปเปิ้ลวางเป้าหมายไว้ว่าจะจำหน่ายได้ 10 ล้านเครื่องในปี
2008 หรือคิดเป็น 1 % ของตลาดโทรศัพท์ มือถือทั่วโลก โดยจะนำออกวางตลาดยุโรปปลายปี
2007 และในปี 2008 ตลาดในเอเชียจะตามมา
เมื่อความต้องการมีมาก สินค้าชนิดนี้ก็ถูกนำขึ้นประมูลใน eBay Inc. ( ณ เวลา 16.45 น.วันเสาร์ที่
30 มิถุนายน)มีผู้ประมูลไปแล้ว 745 จาก 8,000 เครื่องที่ถูกนำขึ้นเสนอให้ประมูล
ราคาเฉลี่ยตกเครื่องละ 962 ดอลลาร์
iPhones กล่าวอย่างง่ายๆเป็นการรวมเอาโทรศัพท์มือถือ
เข้ามาไว้รวมกับ iPod ของแอปเปิ้ลที่เล่นเพลงและยังรวมเอาคอมพิวเตอร์แมค(Mac)ที่บริษัทสร้างเข้าไว้ด้วยกัน
ลักษณะของเครื่องนี้มีจอภาพที่ต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตได้เหมือนคอมพิวเตอร์
รับส่งอีเมลได้จอภาพกว้างขนาด 3.5 นิ้ว(8.9 เซนติเมตร)
,นำมาเล่นเพลงและดูวิดีโอได้ และยังมีกล้องถ่ายภาพที่มีคุณภาพมากกว่าโทร.มือถือทั่วไป
แต่กล้องไม่มีแฟลช์,ไม่มีซูม,ขนาดความละเอียดของภาพ 2 ล้านเมกกะพิกเซล
การบังคับเครื่องจะมีแป้นพิมพ์บนหน้าจอ
เรียกว่า on-screen keyboard ใช้นิ้วกดได้เท่านั้น ใช้ปากกากดแท่นพิมพ์เครื่องไม่ทำงาน การใช้โทรศัพท์หมุนออกก็เช่นกันจะต้องเปิดจอภาพก่อน
จากนั้นกดจากตัวเลขบนแป้นพิมพ์หน้าจอ ไม่เหมือนกับโทรมือถือทั่วไปที่มีตัวเลขให้เรากดได้ทันที
นอกจากนี้ SIM card ที่ใช้กับ iPhone ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นการเฉพาะกับตัวเครื่องไม่สามารถใช้ซิมคาร์ดเดิมของเครื่องโทรศัพท์มือถือทั่วไปได้ โทรศัพท์ประเภทนี้สามารถใช้ได้กับการสื่อสารระหว่างประเทศ
แต่จะต้องเปิดบัญชีกับบริษัท AT&T โดยผู้ใช้จะเสียเงินค่า roaming จำนวนมาก เพราะไม่อาจใช้กับบัตรโทรศัพท์ทั่วไปได้
ขณะเดียวกันบางส่วนของสหรัฐอเมริกาก็ไม่อาจใช้
iPhone ได้ตัวอย่างเช่นรัฐอลาสก้า,รัฐเวอร์มอนต์และรัฐดาโก้ต้า
หรือแม้แต่รัฐวิสคอนซินสามารถใช้ได้ในเขตทางตะวันออกของรัฐรวมทั้งเมืองแมดิสันและบางส่วนของทางใต้ของรัฐ ส่วนคนที่อยู่เมือง Wausau ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองแมดิสันขึ้นไปทางเหนือประมาณ 140 ไมล์ หมดสิทธิ์ใช้
กล่าวโดยสรุปประชากรอเมริกันมี 300 ล้านคนในจำนวนนี้
270 ล้านคนมีโอกาสใช้เพราะเครือข่าย (network) ของ AT&T ครอบคลุม 13,000 เมือง ตลอดจนเขตที่อยู่ติดไฮเวย์ประมาณ 40,000 ไมล์ ขณะนี้บริษัทกำลังวางเครือข่ายเพิ่มเติม
แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใดและในเขตรัฐใดบ้าง
ต้องยอมรับว่าเครื่อง iPhone เป็นเทคโนโลยี่ที่รวมเอา
3 สิ่งเข้าไว้ด้วย แต่ถามว่าทำให้เราตื่นเต้นหรือไม่ อาจตอบได้ว่าน่าตื่นเต้นเพราะถือเป็นของเล่นชิ้นใหม่ แต่จะยั่งยืนแค่ไหนอย่างไรจะต้องติดตามผล
ทั้งนี้เคยมีตัวอย่างมาแล้ว บริษัทบางผลิตเครื่องถ่ายเอกสารบางแห่งเคยเสนอ
2 เครื่องอยู่ในเครื่องเดียวกันประกอบด้วยเครื่องก๊อปปี้และ
Printer เมื่อออกมา ใหม่ๆหลายรายบอกว่าใช้งานได้ดีและประหยัด แต่เมื่อเครื่องรวนหรือเมื่อถึงเวลาแล้วไม่นำไป
Service ตลอดจนบางโปรแกรมใช้ไม่ได้จะทำให้เครื่องอื่นพลอยมีผลกระทบไปด้วย
ก็เป็นเทคโนโลยี่ทางการสื่อสารสมัยใหม่ที่ง่ายต่อการพกพาติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก
แต่จะให้ทรงประสิทธิภาพสูงคงลำบากเพราะ 3 อย่างรวมอยู่ในเครื่องเดียวกัน
ทุกอย่างจะถูกบีบรัด การทำงานก็เรียกว่าพอทำได้ แต่จะให้ดีเหมือนการแยกส่วนเช่นโทรศัพท์ก็โทรศัพท์,กล้องถ่ายรูปก็กล้องถ่ายรูป,เครื่องเสียงก็ส่วนเครื่องเสียง เรียกว่าจะให้ดีหมดเหมือนการแยกส่วนคงเป็นไปได้ลำบาก
รอสักหน่อยให้เครื่องมีการพัฒนามากขึ้นราคาคงถูกลง และไม่จำเป็นต้องไปรอเข้าคิวตั้งแต่เช้าให้เมื่อย
ข้อสำคัญต้องถามตัวเองก่อนว่าในช่วงเวลานี้ท่านจำเป็นไหมที่จะต้องซื้อมาใช....อ่านต่อ
|