ฟิลลิป ฮิลล์ ซื้อคฤหาสน์หลังนี้ที่ตอนเหนือของเมืองแอตแลนต้าเป็นเงิน 1.4 ล้านดอลลาร์ในปี 2001 หลังจากประเมินราคาบ้านแบบโกหกทำให้เขาขายออกไปในราคา 3 ล้านเพียงไม่กี่วันหลังจากซื้อ(Photo:David Cho/The Washington Post)

อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา
กับประวัติศาสตร์ฉ้อโกงครั้งใหญ่

                ภายหลังจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์”บูม”อย่างมากเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการฉ้อฉลตามมามาก ตัวอย่างเช่นที่แอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย นายฟิลลิป ฮิลล์ เชื้อเชิญผู้คนมาร่วมงานปาร์ตี้ในคฤหาสน์ราคา 1.9 ล้านดอลลาร์ จากนั้นให้คำสัญญาว่าเขาจะทำให้ทุกคนร่ำรวย โดยทุกคนจะต้องให้ชื่อและประวัติเครดิตของตนเพื่อทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ แต่ละคนจะได้รับเช็คคนละ 10,000 ดอลลาร์ทันทีเมื่อลงชื่อกับเขา

                ต่อมาเครดิตของผู้ที่ร่วมลงชื่อเริ่มหายนะ บ้านนับพันๆหลังที่อยู่ในเขตมั่งคั่งหรือ Upscale properties ราคาตกและเริ่มถูกยึด  ราคาบ้านตกลงมาและในที่สุดฟิลลิป ฮิลส์ ก็ต้องเข้าคุก

                นักวิเคราะห์สรุปกันว่าภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่บูมในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพราะขาดมาตรฐานเรื่องการกู้ยืม ทำให้เกิดความต้องการสูงและเป็นตัวขับเคลื่อนให้ราคาบ้านพุ่งขึ้นไป จนนำไปสู่การฉ้อฉลเรื่องการกู้ยืมเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในที่สุด

                ไม่มีใครทราบแน่ว่าตัวเลขของการประกอบอาชญากรรมเหล่านี้มีเท่าใด แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลเชื่อว่าจะต้องเพิ่มเป็น 10 เท่า นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา อัยการค้นพบคดีฉ้อโกงเช่นนี้ทั่วประเทศเช่นการส่งเงินปลอม(Sham transactions)การประเมินทรัพย์สินปลอม(Fraudulent appraisals)เกิดการเปลี่ยนมือเจ้าของบ้านและบ้านราคาสูงเกินมูลค่าอันแท้จริง บริษัทปล่อยเงินกู้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ก็ไม่อาจให้การคุ้มกันผู้กู้ยืมได้

                นายฟิลลิป ฮิลล์ วัย 50 ปี ถูกพิพากษาเมื่อเดือนมีนาคม 2007 โดยเจ้าหน้าที่ถือว่าเป็นคดีฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ที่สุด 1 ในหลายคดีในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกาเพราะเกี่ยวเนื่องกับการขอกู้เงิน 400 ราย  มูลค่าอสังหาริมทรัพย์เกือบ 100 ล้านดอลลาร์ และมีทนายความ,นักประเมินทรัพย์สิน,โบรคเกอร์อสังหาริมทรัพย์และคนอื่นประมาณ 120 รายเข้าไปร่วมอยู่ในแวดวงของการฉ้อโกงด้วย

                กรณีของนายฟิลิป ฮิลล์ ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดที่แอตแลนต้า แต่ยังกระจายไปยังเมืองอื่นๆในทำนองเดียวกันอีกด้วย อาทิเช่นที่เมืองบรูมฟิลด์ รัฐโคโลราโด้ นายเจอรัลด์ สมอลล์ สามารถฉ้อโกงได้ 21.5 ล้านดอลลาร์นำไปซื้อเครื่องบินเล็ก 2 ลำ โดยใช้ข้อมูลของแต่ละคนที่ตกเป็นเหยื่อของเขาซึ่งลงโฆษณาหาผู้ช่วย (คนที่จะไปช่วยต้องกรอกรายละเอียดส่วนตัวเพื่อสมัครงาน) ขณะนี้เขาถูกพิพากษาว่ามีความผิดเรียบร้อย

ที่แคนซัสซิตี้ เมื่อปี 2006 นายเบรนท์ ไมเคิ่ล บาร์เบอร์( Brent Michael Barber )ถูกตัดสินจำคุก 12 ปีฐานจ่ายเงินแก่คนที่มีรายได้น้อยรายละ 2,000 ดอลลาร์ จากนั้นก็ใช้ชื่อของพวกเขา 300 รายนำไปยื่นขอกู้เงิน

เมื่อปี 2005 ที่แจ้คสันวิลล์ ฟลอริด้า J.R. Parker โบรคเกอร์ขายอสังหาริมทรัพย์และ Dale Beardsley ทนายความถูกตัดสินว่ามีความผิดในการฉ้อโกงโดยมีรายได้จากการโกงเป็นเงินสด 14 ล้านดอลลาร์,รถยนต์หรูหรา 6 คันและบ้าน 2 หลังมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์

 นายเดวิด นาห์เมียส์ อัยการสหรัฐผู้ดำเนินคดีนายฟิลลิป ฮิลส์ กล่าวว่าการดำเนินคดีได้กระทำลงไปแล้ว แต่ความเสียหายต่างๆเกิดขึ้น เพื่อนบ้านของเราต่างถูกทำลายลงและเงินก็หายไป

                ในอาณาบริเวณแอตแลนต้าทั้งเจ้าของบ้านและคอนโดมิเนียม เขตที่ถูกฉ้อโกงโดยแวดวงของนักฉ้อฉลเหล่านี้ เริ่มด้วยวิธีการสร้างกระแสราคาบ้านให้สูงเกินจริง  เมื่อส่งคนไปประเมินก็ประเมินราคาสูงเพื่อจะทำให้กู้เงินได้ง่าย  คนซื้อบ้าน(ที่ถูกต้องชอบธรรม)ก็รีบไปซื้อบ้านเพราะเชื่อว่าราคาบ้านเริ่มแพงขึ้น แต่เมื่อ”วงแตก”(ราคาบ้านไม่แพงจริง)ทุกคนก็หน้าแห้ง

                เมื่อ 30 ปีมาแล้วคนอเมริกันส่วนใหญ่จะกู้เงินเพื่อซื้อบ้านผ่านสถาบัน Savings-and-loan ซึ่งเดินตามกฎเกณฑ์ของการให้กู้ยืม แต่ปัจจุบันระบบการเงินของโลกเปลี่ยนไป  ช่วยให้คนมีบ้านได้ง่ายจึงทำให้การกู้ยืมไม่ได้มาตรฐาน

                 แทนที่จะมีการเขียนสัญญาด้วยกระดาษซึ่งใช้เวลาหลายสัปดาห์ก่อนจะอนุมัติ  แต่โลกยุคนี้เป็นโลกอิเลคทรอนิคสามารถเขียนขอกู้ผ่านอีเมลได้ง่าย ทำให้คนอเมริกันยุคใหม่ประมาณ 70 % กู้เงินผ่านโบรคเกอร์อิสระ ซึ่งโบรคเกอร์เหล่านี้จะได้เงินโบนัสพิเศษจากสถาบันการเงินหากสามารถดึงดอกเบี้ยให้สูงขึ้นได้

                จากการเปิดเผยตัวเลขของบริษัท Wholesale Access เมืองโคลัมเบียพบว่านับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมามีโบรคเกอร์อิสระเกิดขึ้นอีกประมาณ 90,000 ราย กฎเกณฑ์ต่างๆเริ่มหละหลวม มี 18 รัฐไม่จำเป็นต้องตรวจสอบภูมิหลังของโบรคเกอร์ว่ามีประวัติอาชญากรรมติดตัวหรือไม่ Conference of State Bank Supervisors รายงานว่าโบรคเกอร์ส่วนใหญ่มีความซื่อสัตย์ แต่จะมีส่วนน้อยที่เข้ามาเป็นศูนย์ กลางของการฉ้อฉล

                เมื่ออสังหารมิทรัพย์”บูม”ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงเรื่องการกู้ยืม โดยธนาคารไม่จำเป็นต้องถือครองด้วยตัวเอง  แต่นำมารวมกันเป็นเหมือน bonds แล้วจำหน่ายให้กับ Wall Street  เมื่อบริษัทการเงินต้องการขอกู้เงิน เพียงใช้รายละเอียดของผู้กู้เล็กน้อยเรื่องของรายได้ เช่นใบแจ้งภาษีประจำปีที่ได้รับกลับมาจาก IRS หรือ tax return บางรายบอกว่าทำงานของตัวเอง (self-employed)ก็กู้ได้ง่าย การปล่อยเงินกู้ด้วยวิธีการนี้จึงได้รับชื่อเรียกว่าเงินกู้ตอแหล (liar loans)

                ยิ่งไปกว่านั้นบรรดาโบรเกอร์แข่งกันทำงานโดยเสนออัตราดอกเบี้ยเดียวกัน,อสังหาริมทรัพย์คล้ายกัน แต่ว่าใครจะปล่อยกู้ได้รวดเร็วกว่าถือว่า”เฉือน”โบครเกอร์คู่แข่งได้เป็นดี

                ดังนั้นการแจ้งรายได้ของผู้กู้ซื้อบ้านลักษณะนี้จึงเกิดการฉ้อฉลตามมา โดยโบรคเกอร์ที่ได้รับคอมมิชชั่นพยายามผลักดันลูกค้าของตัวเองให้ผ่านการพิจารณา ทำให้เกิดการฉ้อโกงได้ 2 ประเภท ดังนี้

ประเภทแรก เรียกว่าการฉ้อโกงบ้าน(Fraud for housing) คนขอกู้เงินที่คุณสมบัติไม่ครบได้เข้าไปอยู่ในบ้านที่ตัวเองไม่อาจรับภาระผ่อนไหว เพราะบางคนไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานรายได้ หรือบางรายแสดงแต่ก็เขียนคำเท็จลงไปในใบสมัครขอกู้เงิน ซึ่งถือว่าเป็นความผิดทางอาญาระดับรัฐบาลกลาง(Federal crime)

ประเภทที่สองเรียกว่าการฉ้อโกงกำไร(Fraud for profit) วิธีการนี้กระทำกันเป็นระบบกล่าวคือนักฉ้อโกงฉวยโอกาสต่อระบบที่หละหลวม เช่นการว่าจ้างคนประเมินราคาให้ตีค่าบ้านสูงกว่ามูลค่าแท้จริง,คนซื้อบ้านบางรายยอมรับเงินเพื่อนำชื่อของตัวเองและประวัติเครดิตมอบแก่นักฉ้อโกงและทนายความผู้ทำหน้าที่ยืนยันการซื้อขาย ช่วยกันตบตาธนาคารหรือสถาบันการเงินที่”มืด”มองไม่เห็นอะไรเลย เห็นแต่กระดาษที่ส่งมาให้ดู

                กระทรวงการคลังสหรัฐรายงานว่าการฉ้อฉลด้านเงินกู้อสังหาริมทรัพย์จากปี 2002-2004 เพิ่มขึ้นเท่าตัวเกือบทุกปี ในปี 2006 กระทรวงการคลังได้รับรายงานว่ามีการฉ้อฉลเกิดขึ้น 37,313 ราย หรือนับเป็น 10 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2000 ตัวเลขนี้เป็นการรายงานเฉพาะสถาบันการเงินที่เข้าอยู่ในกฎเกณฑ์ควบคุม แต่ไม่นับรวมบริษัทโบรคเกอร์ 53,000 บริษัททั่วประเทศ

                 กรณีของ Phillip Hill จากประวัติทราบว่าเขาเคยฉ้อฉลเรื่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ฟลอริด้าและที่อื่นๆโดยถูกจับได้ 1 ครั้ง ต่อมาช่วงทศวรรษ 1990 เขาเดินทางมาแอตแลนตาจัดตั้งบริษัทต่างๆขึ้นมาหลายบริษัทอาทิเช่นWe Build Atlanta Inc., The Estate Firm Inc., Estate Artistians of Georgia Inc., Estates Atlanta Inc., เป็นต้น พร้อมโครงการขนาดใหญ่ เขาเป็นคนพูดนิ่มสร้างบุคคลิกที่ดี จากนั้นแทรกตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มระดับนำของสังคม จัดปาร์ตี้ ใกล้กับทำเนียบผู้ว่าการรัฐจอร์เจียดึงคนที่ต้องการซื้อบ้านมาพบ  วิธีการของเขาก็คือการกู้เงินระยะสั้นจากเพื่อน,นักธุรกิจชั้นนำและนักกีฬา

                ในกลุ่มของเขาจะทำหน้าที่ซื้อบ้านและขายไปยังคนซื้อที่เรียกว่าหนังหน้าไฟ(straw buyers) ซึ่งเขาว่าจ้างไว้  จากนั้นใช้การตีราคาบ้านสูงและขายออกไป โดยนำเงินไปจ่ายเงินกู้ระยะสั้นซึ่งพวกให้กู้ระยะสั้นได้กำไรจำนวนมาก

บ้านบางหลังราคา 1.9 ล้านดอลลาร์ เขาสามารถปั๊มมันขึ้นมาได้ 5.5 ล้านดอลลาร์ ผ่านการประเมินราคา เมื่อรวมกับที่เขาปั๊มเงินวิธีนี้ทำให้เขามีเงินสดถึง 14.5 ล้านดอลลาร์

                พวก  Straw buyers ส่วนใหญ่จะถูกนำชื่อมาใช้เช่นนักศึกษา คนเหล่านี้ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่านายฟิลลิป ฮิลล์ ทำอะไรกับชื่อและเครดิตของพวกเขา บางรายเซ็นรวดเร็วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเซ็นไปเพื่ออะไร ส่วนใหญ่เชื่อว่าพวกเขาจะเป็นเจ้าของบ้านตามชื่อโดยมีนายฮิลส์ เป็นผู้ดูแลและให้คนอื่นเช่าเพื่อนำเงินมาจ่ายเงินกู้รายเดือน 

                ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เกิดอะไรกับบ้านส่วนใหญ่ บ้านบางหลังก็ถูกถอดอุปกรณ์อำนวยความสะดวก( appliances)ออกไป เมื่อเรื่อง”แดง”ขึ้นปรากฎว่าบ้านประมาณ 300 หลังกำลังอยู่ในขั้นตอนของการถูกยึด

                บริษัทที่ให้กู้เงินมารู้ภายหลังว่าไม่ได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นของใบขอกู้เงินที่นายฮิลส์ ยื่นขอกู้มา ทำให้สูญเงินไปประมาณ 41 ล้านดอลลาร์  เงินจำนวนนี้บางส่วนรับผิดชอบโดยหน่วยงานของรัฐที่ชื่อว่า Fannie Mae และ Freddie Mac

                Bruce H. Morris ทนายความของฮิลล์โต้แย้งในศาลว่าฟิลลิป ฮิลล์ ไม่ทราบว่ารูปแบบธุรกิจของเขานั้นผิดกฎหมาย แต่คณะลูกขุนไม่ยอมรับ โดยตัดสินว่านายฮิลล์มีความผิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคมรวม 166 กระทงในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน  คดีนี้ยังไม่ได้มีการระวางโทษ แต่ผู้พิพากษาธอมัส  แธรส กล่าวว่า”ฮิลล์กำลังมองหาที่พักผ่อนตลอดชีวิตของเขาในคุก”  อย่างไรก็ตามทนายความกำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์ 

                จำเลยในคดีนี้ยังประกอบด้วยกลุ่มที่ถูกโยงอีก 9 รายอาทิเช่นนักประเมินราคาทรัพย์สิน,เอเยนต์อสังหาริมทรัพย์,ทนายความ, ในจำนวนนี้ 13 รายให้การรับสารภาพ ส่วนพวกหนังหน้าไฟหรือ straw buyers ประวัติเครดิตของเขาเสียหายทันที

                คนที่เจ็บมากที่สุดคือคนซื้อบ้านที่แท้จริง เพราะบ้านนับพันหลังกำลังอยู่ในขั้นตอนของการถูกยึด อีกทั้งมูลค่าบ้านก็เริ่มดำดิ่งลง

                สรุปแล้วก็คือการใช้เล่ห์เหลี่ยมต้มตุ๋นคนทั้งระบบ ใครทำผิดจึงต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ดังนั้นใครจะมาขอชื่อและประวัติเครดิตของท่านไปใช้โปรดระมัดระวังให้ดี ที่สร้างมา 20-30 ปีอาจ มลายสิ้นไปในพริบตา ....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping