สายการบิน
EVA
ไม่ควรมองข้าม
มีโอกาสเดินทางจากแอล.เอ.กลับเมืองไทยในห้วงเดือนเมษายน
2007 โดยใช้สายการบิน EVA
เป็นครั้งแรก หลังจากที่เคยใช้สายการบิน Thai
Airways, Korean Airline, China Airline มาแล้ว
ส่วนใหญ่จะใช้การบินไทยมากกว่าสายอื่นๆ เหตุแห่งการใช้บริการของสายการบินของแต่ละคนขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายประการ
น่าจะนำมาประมวลให้ได้เห็นภาพดังนี้
1.ระยะเวลาการเดินทาง คนส่วนหนึ่งมีภารกิจที่จะต้องทำในห้วงเวลาหนึ่ง
เมื่อตรวจสอบไปยังบริษัทเอเยนต์ในวันที่ต้องการเดินทางไปและกลับไม่ได้ตามความมุ่งหวัง
จึงจะต้องหาสายการบินที่เหมาะสมกับเวลาของตน โดยไม่เกี่ยงว่าจะบินด้วยสายการบินอะไร
หร อสมมติว่าบางคนมีญาติพี่น่องบุคคลสำคัญของครอบครัวถึงแก่กรรมลงจะต้องรีบเดินทางไปงานศพให้ทัน
ถึงจะเป็นสายการบินใดก็ต้องบินทันที
2.งบประมาณ หากเป็นนักธุรกิจที่เดินทางประจำ เรื่องงบประมาณไม่น่าจะเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่กับผู้โดยสารทั่วไปที่นานๆเดินทางกลับบ้านสักครั้งก็ต้องจัดทำงบประมาณให้ลงตัว
นั่นคือการประหยัดมากที่สุด ถ้าเป็นครอบครัวมีพ่อ-แม่ลูกรวม
4 คนเดินทางด้วยกัน ค่าโดยสารในอัตราส่วนที่แตกต่างกันจะถูกนำมาคำนวณ
อาทิเช่นเดินทางกับการบินไทย 1,000 ดอลลาร์ เดินทางกับ EVA 800 ดอลลาร์หรือหากได้ราคาถูกสัก
700 ดอลลาร์สายการบินใดก็ได้
การเดินทางเป็นกลุ่มครอบครัวจะทำให้ประหยัดค่าโดยสารได้ เงินจำนวนที่เหลือจากส่วนต่างนำมาใช้จ่ายในประเทศไทยหรือประเทศเป้าหมายได้เป็นอย่างดี
เรื่องงบประมาณนี้ไม่เว้นแม้กระทั่งพนักงานของการบินไทยที่มีสิทธิ์บินฟรีหรือซื้อตั๋วโดยสารราคาพิเศษให้แก่ครอบครัวของตนก็ทำเหมือนกัน
ไม่มีใครอยากใช้จ่ายเกินงบประมาณแน่นอน
3.การบริการ ผู้คนส่วนหนึ่งจะประทับใจเรื่องการบริการและส่วนหนึ่งไม่พอใจกับการบริการเป็นเหตุผลสำคัญเช่นกัน
โดยเฉพาะในหมู่นักธุรกิจที่ใช้บริการประจำ บางรายเมื่อใช้มาถึงจุดหนึ่ง(รวมทั้งการได้สะสมไมล์เลจ)อาจได้รับการปฏิบัติไม่ดี
จึงเปลี่ยนสายการบิน จุดนี้แทนที่สายการบินจะดึงลูกค้าไว้ได้ตลอดไปกลับเสียลูกค้าไปโดยใช่เหตุ
ดังนั้นสายการบินที่ดีมักจะให้โอกาสแก่ผู้โดยสารขาประจำถือเป็น Priority ที่จะต้องดูแลให้ดีอย่าให้หลุดจากจอสกรีน
4.ความถี่และจุดหมายปลายทาง สังเกตได้ว่าหากสายการบินนั้นบินได้ครอบคลุมหลายประเทศโอกาสที่จะดึงลูกค้าหลากหลายชาติเข้ามาใช้บริการย่อมได้รับประโยชน์กับสายการบินนั้นๆ เรื่องนี้สายการบินจะต้องโฆษณาเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายด้วยเพื่อทำความเข้าใจกับคนชาตินั้นๆ
ในที่นี้ขอใช้สายการบิน EVA เป็นตัวอย่าง
เช่นออกบินจากแอล.เอ.วันละ 3 เที่ยวบิน จุดหมายอยู่ที่ไทเป ประเทศไต้หวัน
จากนั้นก็จะมีเที่ยวบินแยกไปยังมะนิลา-ฟิลิปปินส์,กรุงเทพฯ-
ประเทศไทย,กัวลาลัมเปอร์-มาเลเซีย, พนมเปญ-กัมพูชา,เวียงจันทน์-ประเทศสปป.ลาว(สัปดาห์ละเที่ยว),เวียดนาม,ฮ่องกง,มาเก๊า,ญี่ปุ่นและจุดหมายอื่นๆ
สำหรับบางเที่ยวบิน EVA บินจากไทเปถึงกรุงเทพฯต่อไปยังลอนดอน
ประเทศอังกฤษ ทำให้รับผู้โดยสารจากไทเปที่จะไปกรุงเทพฯและลอนดอนได้อีกด้วย
แสดงให้เห็นว่า EVA ให้ความสำคัญกับตลาดใหม่ผู้โดยสารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือประเทศในกลุ่มอินโดจีนและอาเซียน
เพราะเมื่อขึ้นไปนั่งจะเห็นคนฟิลิปปินส์,คนเขมร,คนไทย,คนเวียดนามใช้บริการกันมาก ไม่นับรวมคนอเมริกัน,คนจีนที่ใช้บริการประจำอยู่แล้ว
ยิ่งสายการบินอีวีเอบินจากแอล.เอ.ไปสู่ไทเปวันละ 3 เที่ยว ผู้โดยสารย่อมมีทางเลือกในการใช้บริการมากขึ้น โอกาสดึงดูดลูกค้าไปใช้บริการเพิ่มเติมย่อมมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
เทียบกับการบินไทยแม้ว่าเราจะมีจุดบินไม่น้อยหน้า
EVA
ก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับเที่ยวบินจากแอล.เอ.มายังกรุงเทพฯ เราด้อยกว่าแน่นอน การจัดตารางบินสัปดาห์ละ
5 วันเท่านั้น (ขณะที่อีวีเอบินสัปดาห์ละ 21 เที่ยว) เหตุผลเพราะเราไม่มีเครื่องบินพอ
และเหตุผลลึกกว่านั้นก็คือปัญหาการบริหารจัดการ ตั้งแต่เราขาดโอกาสในการซื้อเครื่องบินเข้าประจำการเพิ่มเติมไม่ทันท่วงที
เราอาจจะบอกว่าเป็นเพราะปัญหาทางการเมือง จนครั้งหนึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยบอกว่าการบินไทยห่วย (Sucker) คุณมานิตย์ ไชยสุกุมาร ผู้จัดการการบินไทยภูมิภาคอเมริกาเคยบอกว่าการบริการภาคพื้นดินที่สนามบิน
LAX
ของการบินไทยยุคหนึ่งห่วยแตก
ดังนั้นประเด็นความถี่ของเที่ยวบินจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การบินไทยสูญเสียรายได้ที่ควรจะเป็น
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อการบินไทยบินสัปดาห์ละ 4-5
วันไม่ต่อเนื่อง ทำให้เกิดการว่างงานซ่อนอยู่ในตัว กล่าวคือสมมติว่าบินจากกรุงเทพฯมาถึงแอล.เอ.วันอังคาร
แต่เครื่องจะออกอีกครั้งวันพฤหัสบดีทำให้ลูกเรือทั้งหมดได้พักฟรีวันพุธ
1 วัน การบินไทยต้องเช่าโรงแรมให้อยู่,จ่ายค่าอาหารและอื่นๆในวันพุธ
ใครได้ทำงานเที่ยวบินนี้ก็สบายไปเพราะมีเวลาช้อปปิ้งหรือทำธุระส่วนตัว
1 วันเต็ม แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของลูกเรือเป็นเพราะนโยบายการบินไทยเป็นเช่นนี้
จึงเป็นเหตุผลร่วมประการหนึ่งว่าทำไมการบินไทยขาดทุน
5 พันล้านบาทในการเปิดบินเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-แอล.เอ.และกรุงเทพฯ-นิวยอร์กในปีงบประมาณ
2549
อย่างไรก็ตามการบินไทยจะเริ่มบินทุกวันตั้งแต่
1 พฤษภาคม 2007 ในสายตรงแอล.เอ.-กรุงเทพฯและ นิวยอร์ก-กรุงเทพฯ
เพื่อตอบรับกับผู้โดยสารที่มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูปิดภาคการศึกษาของนักเรียนในเดือนกรกฎาคมของทุกปี
ซึ่งอาจเป็นวิธีบริหารจัดการเรื่องการบินอีกประการหนึ่งที่การบินไทยคิดว่าจะทำให้บริษัทลดการขาดทุนในเส้นทางสายนี้ลงได้บ้าง
แต่สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงก็คือทำอย่างไร เราจะยังดึงลูกค้าอินโดจีนไว้ได้อย่างน้อยคนเวียดนาม-ลาว-เขมร
ยังเป็นลูกค้าที่ดี ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสร้างความถี่ในด้านเที่ยวบินได้อย่างไร
และยิ่งไปกว่านั้นเวียดนามเริ่มพัฒนาบ่อนคาสิโนขึ้นมาใหม่โดยใช้หลักการเดียวกับมาเก๊าและ
ลาส เวกัส จะทำให้เกิดเส้นทางบินตรงสู่เวียดนามมากขึ้นจะโดยสายการบินใดก็ตามแต่
จึงขอให้นำไปคิดเพื่อประโยชน์ของไทยโดยรวม....อ่านต่อ
|