นักตัวอ่อนวิทยากำลังดึงเอารกจากตัวอ่อนออกมาศึกษาค้นคว้า ที่เมือง La Jolla, California เดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้วุฒิสภาได้ผ่านร่างกฎหมายที่ไม่ให้รัฐบาลจำกัดงบประมาณศึกษาและวิจัยเซลต้นกำเนิด แต่บุชประกาศวีโต้ (AFP/GettyImages/File/Sandy Huffaker)

วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมาย Stem  Cell

                เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2007 วุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านร่างกฎหมายให้รัฐบาลใช้เงินทุนของรัฐบาลกลางในการวิจัยและศึกษาเซลจากเยื่อตัวอ่อนด้วยคะแนน 63-34  เซลจากเยื่อตัวอ่อนเรียกว่า Embryonic stem cell หรือเรียกว่า”เซลต้นกำเนิด”

ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาสนับสนุนการลงคะแนนเสียงเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2006 ที่สนับสนุนโดยชาวอเมริกันมากกว่าเพื่อให้วิจัยเซลต้นกำเนิดเพื่อนำมาปลูกถ่ายในการรักษาโรคต่างๆในปัจจุบัน ซึ่งสามารถทำได้หลายโรครวมทั้งโรคสั่นหรือ พาร์คินสัน

                แคลร์ แมคแคสคิล ส.ว.มิสซูรี พรรคเดโมแครตให้การสนับสนุนว่าจะต้องกระทำเพราะโอกาสที่จะช่วยรักษาพยาบาลผู้ป่วยไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน  ส่วนผู้คัดค้านคือนายทอม โคเบิร์น ส.ว.โอคลาโอมา พรรครีพับลิกันเห็นว่าการใช้เงินงบประมาณจากรัฐบาลกลางเพื่อการนี้ไม่ว่าจะเป็นโดยตรงหรือโดยอ้อมถือว่าเป็นการทำลายตัวอ่อน(ในครรภ์) เขาเห็นว่าเซลต้นกำเนิดจากผู้ใหญ่ที่ใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคได้มีอยู่ทั่วไป

                ร่างกฎหมายฉบับเดียวกันนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเมื่อต้นปี 2007 คาดว่าสภาผู้แทนฯจะนำร่างของวุฒิสภาที่ผ่านนำไปร่วมกันในหลายสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อให้ประธานาธิบดีบุชพิจารณา ซึ่งบุชประกาศที่จะใช้อำนาจประธานาธิบดี”วีโต้”

                บุชกล่าวว่าร่างกฎหมายวุฒิสภาที่เพิ่งลงมติไปนั้นเหมือนกับร่างกฎหมายที่ตนได้วีโต้ไปเมื่อปี 2006 “ร่างฯนี้มันข้ามพรมแดนของจริยธรรม ผมและคนอื่นๆอีกหลายคนรู้สึกลำบากใจ หากมันผ่านเข้ามายังโต๊ะผม  ผมก็จะต้องวีโต้อีก” บุชกล่าวผ่านคำแถลงอย่างเป็นทางการ

                ขณะเดียวกันวุฒิสภายังลงมติผ่านด้วยคะแนน 70-28 ด้วยการสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันให้สนับสนุนการวิจัยเซลต้นกำเนิดจากผู้ใหญ่ ร่างฉบับนี้ประธานาธิบดีบุชสนับสนุนเพราะเห็นว่าถือเป็นความเหมาะสมทางด้านจริยธรรมในการวิจัย บุชเห็นว่าการวิจัยเซลต้นกำเนิดจะต้องไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างจริยธรรมและประเพณีกับการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์

                สำหรับการวิจัยเซลต้นกำเนิด(Stem cells)นั้นจะกระทำได้จากตัวอ่อนตั้งแต่วันแรก ส่วนใหญ่จะถูกนำไปเก็บแช่แข็งไว้ก่อน ซึ่งเซลจากตัวอ่อนนี้จะสามารถแปลงเป็นเซลพิเศษสามารถนำมาทำกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์(ปลูกถ่าย)เพื่อรักษาโรคต่างๆได้ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน,โรคสั่น(Parkinson's)และโรคความจำดับสูญ( Alzheimer's)

                ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2001 บุชประกาศสนับสนุนเงินจากรัฐบาลกลางที่จะมีการวิจัยเซลต้นกำเนิด โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการคุ้มครองชีวิตและพัฒนาชีวิต(protecting life and improving life)ทำให้เขาได้รับการสนับสนุนทั้งจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมและกลุ่มที่สนับสนุนการทำแท้ง แต่บุชก็จำกัดเงินสนับสนุนแก่คลินิกที่ทำวิจัยจากเซลของตัวอ่อน

                เซลต้นกำเนิดจากตัวอ่อนนั้นจะได้รับการบริจาคจากผู้สนับสนุนการวิจัย โดยการเซ็นยินยอมให้นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ดำเนินการได้

เมื่อเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางจำกัดหรือไม่มีให้ ทำให้รัฐต่างๆกันไปดำเนินการเองรวมทั้งต้องพึ่งทุนจากเอกชนอาทิเช่นรัฐCalifornia, New York และ New Jersey  ล่าสุด นายดีวัล แพคทริค ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเส็ทท์ประกาศเดินหน้าเพื่อไม่ต้องการให้รัฐนี้ล้าหลังโดยจะคว่ำบาตรพรรครีพับลิกัน

เรื่องนี้ก็คงจะเป็นที่ถกเถียงกันอีกต่อไประหว่างความก้าวหน้าทางวิทยาศาตร์และปัญหาทางศีลธรรม


มาร์ค แอนโทนี จ่ายภาษีย้อนหลัง 2.5 ล้าน

                มาร์ค แอนโทนี(Marc Anthony )ยินดีที่จะจ่ายภาษีที่ติดค้าง(back taxes)รวมทั้งดอกเบี้ยและค่าปรับเป็นเงิน 2.5 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่เขาไม่ได้ยื่นรายการภาษีประจำปีติดต่อกันถึง 5 ปี

                เรื่องนี้นายรอเบิร์ต มอร์เจนโธ อัยการแมนฮัตตันเปิดเผยว่าแอนโทนี่ไม่ได้ยื่นรายการภาษีระหว่างปี 2000-2004 ซึ่งเขามีรายได้ประมาณ 15.5 ล้านดอลลาร์ แต่กลับมายื่นในปี 2005

                มาร์ค แอนโทนี่ แต่งงานกับนักร้องดัง เจนนิเฟอร์ โลเปซ แต่ทั้งคู่ไม่ได้ยื่นภาษีรวมกัน เป็นเหตุให้สรรพากรไม่ยุ่งเกี่ยวกับเธอ

                อัยการยอมรับว่านายมาร์ค แอนโทนี ไม่น่าจะคิดโกงภาษี แต่ปัญหาเกิดขึ้นหลังจากเขาเปลี่ยนผู้จัดทำบัญชีและไม่ได้มีการแจ้งยื่นรายการภาษีให้เขา เป็นเหตุให้ต้องติดหนี้สรรพากร

                สรรพากรได้จับตาดูรายชื่อจริงของเขาคือ Marco Antonio Muniz เมื่อเกิดปัญหาและเขาทราบพร้อมกับยินยอมที่จะจ่ายเงิน 2.5 ล้านดอลลาร์เป็นอันว่าทุกอย่างก็ไปด้วยดี โดยเขาเซ็นยินยอมจ่ายหนี้ เมื่อวันที่ 3 เมษายน

                เมื่อเร็วๆนี้มาร์ค แอนโทนี ทำอัลบั้มภาษาสแปนิชล้วนๆให้ภรรยาเขาร้องชื่อ "Como Ama una Mujer (How a Woman Loves)"

                สำหรับคนอื่นๆที่เข้าไปทำหน้าที่จัดการเรื่องภาษีให้กับมาร์ค แอนโทนี่ อาทิเช่นนาย Bigram Zayes พี่ชายของเขายอมรับผิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน โดยจะมีการพิพากษาวันที่ 12 มิถุนายน แต่เป็นการตัดสินแบบมีเงื่อนไขเพราะเขายินดีจ่ายเงินภาษีคืน 4 แสนดอลลาร์และยังจ่ายอีก 5 แสนดอลลาร์เป็นค่าปรับและดอกเบี้ย

                บริษัทของมาร์ค แอนโทนี มี 3 บริษัทประกอบด้วย Ari Enterprises Ltd.ทำหน้าที่จัดทัวร์เดินสายด้านร้องเพลง บริษัท Bolero Records Ltd.,ทำแผ่นและอัดเพลงต่างๆ และบริษัทMarc Anthony Productions Inc. (MAP) ทำหน้าที่บริการจัดการ  ทั้ง 3 บริษัทก็ไม่ได้ยื่นรายการเสียภาษีระหว่างปี 2001-2004 ทั้งสองบริษัทจะถูกตัดสินวันที่ 7 มิถุนายน คาดว่าอาจจะถูกปรับบริษัทละ 4 หมื่นดอลลาร์

นี่คือปัญหาการเสียภาษีให้กับรัฐบาลอเมริกัน แม้แต่ อัล คาโปน  อันธพาลมาเฟียยังเดี้ยงมาแล้ว....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping