วิกฤติที่เกิดกับ Subprime Lender
ในตลาดอสังหาริมทรัพย์อเมริกัน

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2007  แบร์ สเติร์น ได้เขียนบทวิเคราะห์ถึงวอลสตรีทหรือตลาดหุ้นเกี่ยวกับบริษัทปล่อยเงินกู้ที่เรียกว่า Subprime Lender คือบริษัทเงินกู้ที่ปล่อยกู้ซื้อบ้านสำหรับคนที่เครดิตไม่ดีหรือมีเงินรายได้น้อย โดยเฉพาะปัญหาของบริษัท New Century Financial ภายใน 3 สัปดาห์หุ้นของบริษัทตกลงมาเหลือ 15 ดอลลาร์ต่อหุ้นหรือตกไปครึ่งหนึ่งของราคาซื้อขายปกติ

ต่อมาบริษัท New Century ประกาศหยุดปล่อยเงินกู้รวมทั้งต้องการเงินเข้าไปช่วยเหลือด่วน ทำให้ทุกคนเทขายหุ้นออกไป ส่งผลให้ราคาหุ้นตกลงมาเหลือ 3.21 ดอลลาร์ต่อหุ้น  วิกฤตินี้เหมือนกับหุ้นของบริษัทไฮเทคที่เคยตกต่ำในปี 2000

                สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นปัญหาตามมาของตลาดซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่า 6.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเป็นตลาดใหญ่กว่าตลาดหุ้นพันธบัตรรัฐบาล

( the United States treasury )

                วิกฤตินี้ยังส่งผลถึง 1.การขอกู้เงินของประชาชนที่จะซื้อบ้านโดยเฉพาะกลุ่มที่เครดิตไม่ค่อยดี อาจมีโอกาสน้อยในการซื้อบ้าน 2.ผู้ที่มีบ้านอยู่แล้วและดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นบ้านจะถูกยึดและนำออกขายทอดตลาด

                เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นย่อมส่งผลสะเทือนไปยังทุกส่วนของระบบเศรษฐกิจเพราะตลาดบ้านถือเป็นเส้นเลือดอย่างหนึ่งของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะผลโดยตรงต่อการลงทุนในตลาดหุ้นและส่งผลถึงกลุ่มออกกฎเกณฑ์ต่างๆหมายถึงสภาคองเกรสและฝ่ายบริหาร

                หากเปรียบเทียบ”ผู้เล่น”ทั้งหมดก็คือประชาชนคนเครดิตไม่ดีไปกู้เงินซื้อบ้าน เมื่อดอกเบี้ยเพิ่ม ไม่มีเงินผ่อนพอเพียง บ้านก็ถูกยึด,บริษัทปล่อยเงินกู้เจอเข้ากับ”หนี้เน่า”มากๆก็ต้องวิ่งหาสถาบันการเงินอื่นมาช่วยพยุงสถานการณ์หากไม่มีแบ็คอัพที่ดีก็เริ่มปั่นป่วน,นักลงทุนหรือผู้ซื้อหุ้นในตลาดหุ้นใครจะถือหุ้นบริษัทเหล่านี้ย่อมขายทิ้ง ดังนั้นภาพโดยรวมจึงไปปรากฎในตลาดหุ้นมีการเทขายหุ้นตลอดติดต่อกัน 2 สัปดาห์

ตัวอย่างเช่นเมื่อเดือนสิงหาคม 2006บริษัท Morgan Stanley เข้าไปซื้อบริษัท Saxon 706 ล้านดอลลาร์เพื่อเข้าไปทรงสิทธิ์ในเงินกู้อสังหาริมทรัพย์ 6.5 พันล้านดอลลาร์   

เดือนกันยายน 2006 บริษัท Merrill Lynch จ่าย 1.3 พันล้านดอลลาร์เพื่อซื้อบริษัทFirst Franklin Financial อันเป็นบริษัทปล่อยเงินกู้อสังหาริมทรัพย์แห่งเมืองซาน โฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยหวังว่าจะทำกำไรได้ในปี 2007 แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า Merrill จะสูญเงินแน่นอน

เมื่อวันที่ 16 มีนาคมบริษัท Fremont General Corp. เปิดเผยว่าบริษัท Credit Suisse เพิ่มเครดิตไลน์แก่บริษัท 1 พันล้านดอลลาร์ บริษัท Accredited Home Lenders Holding Co.ประกาศขายเงินกู้อสังหาริมทรัพย์มูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์โดยจะลดราคาแก่สถาบันการเงินที่ต้องการซื้อ ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม มีข่าวว่าบริษัทกองทุนรวม Farallon Capital Management LLC แห่งซานฟรานฯเข้ามาให้เครดิต 200 ล้านดอลลาร์แก่บริษัท Accredited ทำให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้น 24 % ทันที สำหรับบริษัทกองทุนรวม Farallon เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์มีทรัพย์สินรวมกัน 26 พันล้านดอลลาร์

คราวนี้แยกย่อยมายังออเรนจ์ เคาน์ตี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัท subprime lenders ในเขตออเรนจ์ เคาน์ตี้ประกอบด้วย Ameriquest Mortgage. ECC Capital. Fremont General Corp. Resmae Mortgage. New Century Financial Corp.

สาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติเพราะการปล่อยเงินกู้ที่ง่ายดาย นับตั้งแต่ปี 1990 ถึง 2006 ธนาคารกลางลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงเพื่อที่จะช่วยส่งเสริมตลาดการขายบ้าน ทำให้ผู้คนหันไปซื้อบ้านหลังใหญ่ขึ้น,บ้างก็รีไฟแนนซ์เงินกู้เดิมออกมาใช้ ทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมาก

                ในปี 2005 ยอดที่ประชาชนนำเงินออกไปใช้รวม 575 พันล้านดอลลาร์ ต่อเมื่อปี 2006 อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นทำให้การนำเงินออกมาจากรีไฟแนนซ์ลดเหลือ 309 พันล้านดอลลาร์

                การนำเงินออกมาหมุนเวียนหากเกิดประโยชน์เช่นนำไปลดดอกเบี้ยที่สูงกว่าหรือนำไปจ่ายเครดิต คาร์ด ก็จะเกิดประโยชน์ แต่หากนำเงินออกมาเพื่อใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายผลร้ายก็จะตามมา

                สมาคมผู้ค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งแคลิฟอร์เนียระบุว่าในความเป็นจริงแล้วครอบครัวคนแคลิฟอร์เนียมีเพียง 24 % เท่านั้นที่ถือว่ามีคุณสมบัติที่จะเริ่มต้นซื้อบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเป็นคนหนุ่มสาว แต่ก็มีเงื่อนไขว่า”ไม่จำเป็นต้องวางดาวน์,ไม่ต้องพิสูจน์รายได้” ทำให้ผู้ต้องการซื้อบ้านมีคุณสมบัติครบที่จะซื้อ แต่สิ่งที่ตามมาคือการผ่อนบ้านในปีที่ 3 (ของระยะเวลา 30 ปี)ค่าผ่อนส่งจะเพิ่มเท่าตัวหรือ 2 เท่าตัว

ผลกระทบวิกฤติบริษัท Subprime Lenders อีกด้านคือพนักงานถูกลอยแพดังนี้ ACC Capital Holdings เป็นบริษัทแม่ของบริษัท Ameriquest Mortgage Co. แห่งเมือง Orange รัฐแคลิฟอร์เนียและบริษัทArgent Mortgage Co. ประกาศลดพนักงานในทุกส่วนของธุรกิจ หลังเกิดปัญหาขึ้น คาดว่าพนักงานที่ถูกลอยแพครั้งนี้อยู่ระหว่าง 2,800-3,200 ราย

บริษัท  ACC ลอยแพเป็นระลอกสอง ทั้งนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2006 ลอยแพพนักงานไประลอกแรก 3,800 คน ยกเลิกสำนักงานสาขาทั่วประเทศ ทำให้เหลือพนักงานประมาณ 7,000 คน บริษัท ACC อาจมีทางออกหากกลุ่ม Citigroup เข้ามาอัดฉีดเงินดำเนินการต่อไปโดยมีเงื่อนไขว่าอาจจะ”ซื้อ”กิจการของบริษัทในอนาคตเช่นในส่วนบริการด้านอสังหาริมทรัพย์และในส่วนปล่อยเงินกู้ 

Ameriquest ประกาศระงับการปล่อยเงินกู้ ,บริษัท New Century Financial Corp.แห่งเออร์ไวน์ถูกถอดออกจากกระดานซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นนิวยอร์กและเข้าสู่ภาวะล้มละลาย  นอกจากนี้ยังมีบริษัท  Fremont Investment & Loan แห่งเมือง Brea หยุดปล่อยเงินกู้ รวมทั้งบริษัท Option One Mortgage แห่ง Irvine กำลังมองหาคนที่จะมาซื้อบริษัท

 สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งระบบเกิดจากคำว่า”เสี่ยง”โดยเฉพาะบริษัทปล่อยเงินกู้เสี่ยงกับคนเครดิตไม่ดี

เรื่องราวของเจ้าของบ้านที่กำลังจะถูกยึด

                เรื่องเล่านี้นี้อ่านเป็นอุทาหรณ์แก่ทุกคนคือ การปล่อยเงินกู้ให้กับ ธอมัส ฮิลชีย์ และคู่หมั้นของเขา รอบิน ครีเวียร์ เริ่มจากอัตราดอกเบี้ยที่เรียกว่า”ทีเซอร์” (teaser)หรือ 3 เด้ง อันเป็นแรงดึงดูดใจในระยะ 2 ปีแรกที่จะต้องผ่อนบ้านเดือนละ 1,692 ดอลลาร์ ถือว่าอยู่ในงบประมาณที่ทำได้

                ทั้งคู่อาศัยอยู่ Harwicha หมู่บ้านในเมืองCape Cod รัฐแมสซาชูเส็ทท์ จากนั้นทั้งคู่เชื่อว่าจะรักษาบ้านไว้ได้ เมื่อหันมาใช้ดอกเบี้ยปรับตามอัตราขึ้นลงของไพรมเรท โดยนำบ้านไปรีไฟแนนซ์กับบริษัท Ameriquest Mortgage Co.

ในปี 2005 อัตราดอกเบี้ยประเภท AMR( adjustable rate mortgages) เพิ่มจาก 5.75 เป็น 7.75 % ทำให้การผ่อนเพิ่มเป็นเดือนละ 2,035 ดอลลาร์ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคมดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 9.75 % ทำให้เขาต้องผ่อนบ้านเดือนละ 2,750 ดอลลาร์  จุดนี้เองที่ทำให้บ้านจะต้องถูกยึดเพราะไม่อาจผ่อนได้

                ทั้งคู่หันไปพึ่งระบบยุติธรรมโดยจ้างทนายความยื่นฟ้องว่าบริษัท Ameriquest ทำให้เขาเข้าใจผิด พร้อมกับฟ้องว่าเซลส์ของบริษัทไม่ได้แจ้งเอกสารรายละเอียดให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขของกฎหมายรัฐบาลมลรัฐและรัฐบาลกลาง

                นายบรูซ เบียร์แฮน ทนายความของทั้งสองคนกล่าวว่า เมื่อคุณไปขอกู้เงินในอัตราดอกเบี้ย 5.75 % ได้รับอนุมัติ  ต่อมาอัตราดอกเบี้ยพุ่งขึ้นไป 9.75 ภายในเวลา 2 ปีคุณคิดดูว่าจะมีใครสักกี่คนที่มีคุณสมับิตครบถ้วน ยกเว้นคุณจะร่ำรวยจริงๆ(extremely wealthy)

                ผู้พิพากษารัฐแมสซาชูเส็ทท์สั่งให้บริษัท Ameriquest ระงับเงินที่เรียกเก็บเพิ่มอีกเดือนละ 725 ดอลลลาร์ไว้ชั่วขณะนับตั้งแต่มีนาคม 2007 เป็นต้นไปรวมทั้งสั่งระงับการยึดบ้านเพื่อนำออกขายทอดตลาดไว้ก่อน จนกว่าการพิจารณาคดีจะสิ้นสุด

                การต่อสู้ครั้งนี้อาจยากที่จะชนะ นายจอร์แดน แอช ผู้อำนวยการ the Acorn Financial Justice Center กลุ่มช่วยเหลือประชาชนแห่งเมืองเซนต์พอล รัฐมินเนโซต้ากล่าวว่า หากเอกสารทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์มีลายเซ็นของผู้ขอกู้เงินครบตามจำนวน การต่อสู้เรื่องคดีเห็นจะลำบาก

                เรื่องเล่าอีกเรื่องที่น่าสนใจเกิดขึ้นกับนางแมรี่ บีเยอร์ วัย 52 ปี หญิงหม้ายเลิกกับสามีและมีลูก 4 คนแห่งเมืองเจนิสัน รัฐมิชิแกน เธอยอมรับว่าเธอเข้าใจผิดเมื่อเซลส์แมนมาเสนอให้เงินกู้แบบ subprime loan  โดยเซลส์แมนเขียนลงไปในใบสมัครว่าเธอมีงานทำ แม้ว่าเธอจะบอกว่าเธอไม่มีงานทำและยังรับเงินช่วยสวัสดิการด้าน disability จากรัฐเดือนละ 643 ดอลลาร์ 

ขณะนี้บ้านของเธอกำลังอยู่ในขั้นตอนของการถูกยึดเพราะไม่มีเงินผ่อน อย่างไรก็ตามกลุ่มช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายกำลังเข้ามาช่วยเหลือเพื่อนำเรื่องขึ้นสู่ศาล ....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping