Lou Barletta(ขวา)นายกเทศมนตรีเมือง Hazleton รัฐเพนซิลเวเนียให้สัมภาษณ์นักข่าววันที่ 12 มีนาคมระหว่างขึ้นศาลว่ารัฐบาลท้องถิ่นมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางหรือไม่(AP Photo/Steve Klaver)  
คาร์ลอส สลิม

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------

การสู้คดีกฎหมายอิมมิเกรชั่น

                คดีกำลังเป็นที่สนใจในสหรัฐปัจจุบันก็คือเมื่อประมาณกรกฎาคมปี 2006 เจ้าหน้าที่เมือง Hazleton รัฐเพนซิลเวเนียใช้กฎหมายที่ผ่านโดยสภาเมืองแห่งนี้ชื่ อ Illegal Immigration Relief Act เพื่อปรับเจ้าของบ้านเช่าหากให้คนอยู่อย่างผิดกฎหมายเช่า รวมทั้งปฏิเสธไม่ต่อใบอนุญาตให้บริษัทที่จ้างผิดกฎหมายทำงาน นอกจากนี้ผู้เข้าก่อนเช่าบ้านจะต้องไปลงทะเบียนไว้ที่ซิติ ฮอลล์ก่อน

                จากนั้นกลุ่มฮิสแปนิกร่วมกับสหภาพเพื่อเสรีภาพของพลเมืองอเมริกัน(ACLU)ยื่นฟ้องโดยระบุว่ากฎหมายของเมืองนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือที่เรียกว่า unconstitutional เป็นเหตุให้ผู้พิพากษาสั่งห้ามบังคับใช้กฎหมายจนกว่าการไต่สวนคดีจะสิ้นสุดลง  ซึ่งคาดว่าเมื่อเริ่มการไต่สวนคดีในวันที่ 12 มีนาคมอีก 2 สัปดาห์ผู้พิพากษาคงชี้ขาดได้

                Witold "Vic" Walczak ทนายความจาก ACLU เปิดคดีต่อผู้พิพากษาเมื่อวันที่ 12 มีนาคมว่ายังไม่มีหลักฐานอะไรที่นายกเทศมนตรีเมืองนี้กล่าวว่าผู้อยู่ผิดกฎหมายเข้ามาทำลายคุณภาพของชีวิตแห่งเมืองนี้  หรือถึงแม้ว่าผู้อยู่อย่างผิกดกฎหมายจะเข้ามาอยู่อาศัย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ระบบยุติธรรมเปลี่ยนแปลงไป

                คนแรกที่ขึ้นให้การในฝ่ายของกลุ่มฮิสแปนิกคือผู้นำฮิสแปนิกชื่อ Dr. Agapito Lopez อายุ 63 ปี้เป็นแพทย์เกษียณแล้วกล่าวว่าเขาได้รับจดหมายข่มขู่ แม้กระทั่งเพื่อนบ้านที่อยู่ด้วยกันมานานก็ไม่เป็นมิตรกับเขาอีกต่อไป

                ในขณะที่อาจารย์คริส โคบ๊าค(Kris Kobach)อาจารย์สอนกฎหมายอยู่มหาวิทยาลัยมิสซูรี่รับเป็นทนายความให้กับเมือง Hazleton เปิดคดีว่าเมืองแห่งนี้ยินดีต้อนรับผู้อพยพหากจะเริ่มตั้งแต่ประวัติศาสตร์ศตวรรษที่ 19 ก็มีชาวไอริชอพยพเข้ามาอยู่ จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 20 ชาวอิตาเลียนเข้ามาอยู่ และในช่วงทศวรรษที่ 1980-1990 ก็มีชนเชื้อชาติฮิสแปนิกอพยพเข้ามาอยู่

                แต่ในปี 2000 ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเพราะเมืองนี้เริ่มเห็นการประกอบอาชญากรรมใหม่ๆขึ้นมา เขช่นในปี 1994 มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น 1 คดี เป็นการกระทำของผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย จากนั้นคดีเกิดขึ้นอีก 5 คดีในปี 2005 ต่อปี 2006 เป็นการกระทำของผู้อยู่ผิดกฎหมายเช่นกัน

                จากเอกสารของซิตี้ระบุว่าตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปี 2006 มีคดีที่เกิดจากการกระทำของผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย 47 คดี ทำห้ซิตี้ต้องเสียเงินค่าจ้างล่วงเวลาแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายที่ถูกจับกุม 1 ใน 3 เป็นผู้ค้ายาเสพติด ทำให้ซิตี้ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาและค่าการศึกษาเพิ่มขึ้น

                พร้อมกันนี้ทนายของวิตี้ยังระบุว่าสภาคองเกรสพร้อมให้รัฐบาลมลรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นปฏิบัติตามกฎหมายอิมมิเกรชั่น ในปี 1996 สภาคองเกรสยังระบุว่าก่อนที่ทุกคนจะยื่นขอสิทธิประโยชน์จากรัฐ จะต้องตรวจสอบสถานภาพการอยู่อาศัยเสียก่อน

เทศบัญญัติหรือกฎหมายของซิตี้ดังกล่าวถูกยื่นฟ้องเป็นระลอก อาทิเช่นที่เมือง Escondido รัฐแคลิฟอร์เนีย ศาลรัฐบาลกลางระบุว่าการปรับเจ้าของบ้านพักที่ให้คนอยู่ผิดกฎหมายเช่าอยู่ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้เมืองนี้ต้องล้มเลิกกฎหมายฉบับน้และยอมเสียเงิน 90,000 ดอลลาร์ให้กับทนายความผู้ว่าคดีให้เจ้าของบ้าน

                ที่เมือง Valley Park รัฐมิสซูรี ผู้พิพากษาบาร์บาร่า วอลเลซ สั่งระงับใช้เทศบัญญัติโดยเห็นว่ามี

”ช่องโหว่”มากเพราะมีเป้าหมายที่จะเล่นงานบรรดาธุรกิจและเจ้าของบ้านพักเกินไป

ปัจจุบันมีมากกว่า 100 ซิตี้ใน 27 รัฐที่กำลังพิจารณาออกกฎหมายลักษณะต่อต้านผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย นับตั้งแต่ลงโทษบริษัทจ้างผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายทำงานไปจนถึงการประกาศให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาของทางการ

ดังนั้นเราก็จะต้องติดตามผลของคดีว่าจะปรากฎออกมาอย่างไรบ้าง

คนโคตรรวยอันดับ 3 ของโลก

ปีเดียวทำเงิน 19 พันล้านดอลลาร์

                คาร์ลอส สลิม (Carlos Slim) ชาวแม็กซิกันที่ร่ำรวยอับดับ 3 ของโลก จัดโดย Forbes magazine

เมื่อปี 2006 ปีเดียวเขาทำเงินได้เพิ่มถึง 19 พันล้านดอลลาร์ เขามั่งคั่งเป็นอันดับ 3 รองจากนายบิล เกตส์และวอร์เรน บัฟเฟตต์

                ธุรกิจของเขาเป็นการผูกขาดกล่าวคือเริ่มจากกิจการโทรศัพท์ที่รับสัมปทานจากรัฐบาลโดยจัดตั้งบริษัท Telmex นำไปสู่การจัดตั้งบริษัทอื่นๆตามมาอาทิเช่นบริษัทโทรศัพท์มือถือใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา,ธนาคาร,บริษัทอินเตอร์เน็ต,บริษัทนายหน้า,บริษัทประกันภัย,บริษัทจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับน้ำมันดิบ,ห้างสรรพสินค้าและภัตตาคาร

                คนเม็กซิกันทั่วไปเพิ่มความมั่งคั่งให้เขาไม่ว่าจะใช้โทรศัพท์,ซื้อโทรศัพท์มือถือ,เดินไปช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า  ขณะเดียวกันอัตราค่าโทรศัพท์ก็แพงขึ้น แม้ว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในเม็กซิโกประชาชนจะได้รับเฉลี่ยชั่วโมงละ 50 เซนต์  ส่วนคนยากจน(แบบดักดาน)จะมีรายได้วันละประมาณ 22 เปโซหรือ 2 ดอลลาร์สหรัฐ

                ประเมินว่าเขามีประมาณ 49 พันล้านดอลลาร์  สลิม อายุ 67 ปีเป็นลูกของชาวเลบานิสในเม็กซิโก  บริษัท Telefonos de Mexico SA ควบคุมสายโทรศัพท์ 90 % ของประเทศ ทำเงินปี 2006 รวม 15.9 พันล้านดอลลาร์ บริษัท America Movil SA ควบคุมกิจการโทร.มือถือ 70 % ในเม็กซิโก ปี 2006 ทำเงิน 21.6 พันล้านดอลลาร์

                การผูกขาดของเขาทำให้เขาจี้มาติดๆกับบิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์(56 พันล้านดอลลาร์)และวอร์เรน บัฟเฟตต์ (52 พันล้านดอลลาร์)

                ล่าสุดเขาประกาศสยายปีกเข้าสู่ธุรกิจด้านสุขภาพรวมทั้งจะทำโครงการคอมพิวเตอร์ราคาถูกแก่คนในชนบท  บริษัทTelmex ก็เป็นสปอนเซอร์ด้านการศึกษาและโครงการสังคมต่างๆ โดยบริจาคเป็นกองทุนไว้ 4 พันล้านดอลลาร์ ....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping