แก๊งผิวขาวเริ่มจากบวยน่า พาร์ค ขยายตัวไปทั่วฝั่งตะวันตก
แก๊งคนผิวขาว(white supremacist gang) ชื่อ Public
Enemy No. 1 ตั้งขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้วจากเมืองบวยน่า
พาร์ค ขยายไปยังแคลิฟอร์เนียภาคใต้และกระจายไปยังรัฐตะวันตก แก๊งนี้เริ่มจากกลุ่มวัยรุ่นผิวขาวชนชั้นกลาง
พวกนี้จะเป็นแฟนเพลงแนวพั้งค์-ร็อค (punk-rock) จากแฟนเพลงขยับขยายไปรวมตัวกันใช้ยาเสพติด,ค้ายาเสพติด,ติดอาวุธ,ขโมยไอดีคนทั่วไป โดยมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มคนผิวขาวอีกกลุ่มที่ชื่อ
อารยัน บราเธอร์ฮู้ด(Aryan
Brotherhood)
แก๊งผิวขาวเหล่านี้ยังมีเป้าหมายบัญชีฆ่า เรียกว่า hit list โดยต้องการสังหารตำรวจ 5 คนและอัยการอีก 1 คนในเขตออเรนจ์ เคาน์ตี้ นี่คือที่มาของชื่อแก๊งว่า
Public Enemy
เจ้าหน้าที่ตำรวจ Nate Booth แห่งสถานีบวยน่า
พาร์ค รัฐแคลิฟอร์เนียฝ่ายสืบสวนและปราบ ปรามแก๊งกล่าวว่าแก๊งเหล่านี้ทำให้ตำรวจประสาทเสียมาก
การก่อตัวของพวกเขาจะมีคอนเนคชั่นจากในคุก โดยเฉพาะแก๊ง The Aryan Brotherhood เป็นแก๊งที่โดดเด่นมานานในคุก แก๊งนี้มีแก๊งสาขาเหมือนพลเดินเท้าเรียกว่า the Nazi Low Riders ทำหน้าที่ติดต่อเรื่องยาเสพติดและขโมยไอดีอยู่นอกคุก
เมื่อปี 2000 เจ้าหน้าที่ได้ลาดเลาถึงฐานบัญชาการในคุก หลังจากพวกนี้พ้นโทษออกมาจึงเข้าประกบและตัดเส้นทางการติดต่อ
ส่งผลให้การติดต่อระหว่าง the Aryan Brotherhood กับ the Nazi Low Riders เป็นไปด้วยความลำบาก จากนั้นจึงหันมาติดต่อกับแก๊ง Public Enemy แทน
ในปี 2005 ได้มีการแนะนำให้หัวหน้าแก๊ง Public Enemy ที่ชื่อดอนัลด์ รีด มาซซา
เจ้าของฉายาป๊อบอาย ไปอยู่ร่วมกับอารยันฯ
ส่งผลให้แก๊ง Public Enemy มั่งคั่งขึ้นและขยายสมาชิกได้กว้างขึ้น
รอบ 3 ปีที่ผ่านมาสมาชิกที่มีอันดับของแก๊งนี้ขยายตัวเป็น
400 คน การระดมสมาชิกเกิดขึ้นทั้งแคลิฟอร์เนีย,อริโซน่าบางรายมาจากเนวาด้าและไอดาโฮ
รากเหง้าของแก๊งนี้เกิดขึ้นที่ลอง บีช เมื่อทศวรรษ 1980
ช่วงที่เพลงแนวพั้งค์-ร็อคกำลังเติบโตและได้รับความนิยม จากนั้นฐานของแก๊งก็ขยับมาออเรนจ์
เคาน์ตี้และช่วงปี 1990 ก็ระดมสมาชิกที่เป็นคนผิวขาวลูกของชนชั้นกลางในละแวกนั้น
ปัจจุบันแก๊ง Public
Enemy เข้าไปเกี่ยวพันกับการขโมยไอดี บ่อยครั้งที่แก๊งนี้ขโมยไอดีจากเตู้ไปรษณีย์ตามบ้านหรือเก็บตามถังขยะ
จากนั้นก็กวาดเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้ถูกขโมยไปทำรายได้เช่นแอพพลายบัตรเครดิตออกมารูดเป็นเงิน
โดยการช่วยเหลือจากภรรยาหรือแฟนที่ทำงานอยู่ตามธนาคาร,บริษัทปล่อยเงินกู้เพื่อซื้อบ้าน,รวมทั้ง
DMV เป็นต้น
เงินที่ได้จากการขโมยไอดีก็จะนำมาต่อเติมธุรกิจการจำหน่ายยาเสพติด methamphetamine
สร้างกำไรเพิ่มขึ้นไปอีก
เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ออเรนจ์ เคาน์ตี้บุกเข้ากวาดล้างสมาชิกแก๊ง
67 คน ฐานเป็นผู้ต้องสงสัยหลังจากทราบว่าแก๊งนี้มีบัญชีฆ่า( hit list)ตำรวจอนาไฮม์,บวยน่า พาร์คและคอสตา
เมซ่า แก๊งที่ถูกจับถูกตั้งข้อหาเป็นธุระจัดหาเพื่อการฆาตกรรม,มีอาวุธผิดกฎหมายไว้ในครอบครองและขโมยไอดี ตำรวจยังไม่เปิดเผยรายชื่อทั้งหมดเพื่อขยายผลการสอบสวนและจับกุมเพิ่มเติม
เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกวาดล้างเป็นเพราะเกรงว่าแก๊ง Public Enemy อาจได้รายชื่อและที่อยู่ของตำรวจและครอบครัว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายรายยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ถอดที่อยู่ของตนออกจากบันทึกของทางการเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและอาชีพของตน
หมายเหตุชื่อ Public
Enemy หรือ PE ยังรู้จักกันในนามกลุ่มเพลง
hip hop จากลอง ไอร์แลนด์
,นิวยอร์ก เป็นเพลงที่มีเนื้อหาด้านการเมืองและเกี่ยวเนื่องกับชุมชนคนผิวดำ,ชอบวิจารณ์การทำงานของสื่อ
กลุ่มเพลงนี้ถูกจัดไว้อันดับ 44 ในนิตยสาร Rolling Stone
ในฐานะ 100 Greatest Artists of All Time
เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้กลุ่มเพลงนี้จะเข้าสู่ the Rock & Roll Hall of Fame อันเป็น
rap artists กลุ่มแรกที่ได้เข้าสู่หอแห่งเกียรติยศ อย่างไรก็ตามกลุ่มเพลงกับแก๊งไม่เกี่ยวกัน
ท่านสาธุคุณมีปัญหาทางเพศ-ยาเสพติด
พนักงานของโบสถ์ก็เริ่มถูกลอยแพ
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เดนเวอร์ รัฐโคโลราโด้ โบสถ์ของชาวคริสต์นิกาย Evangelicals ชื่อ The Megachurch
ก่อตั้งโดยท่านสาธุคุณเท็ด แฮ็กการ์ด(Rev. Ted Haggard) มา 22 ปีมีสมาชิก 14,000 คน
ต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนท่านถูกไล่ออกจากเป็นประธานโบสถ์รวมทั้งประธานคริสตจักร
the National Association of Evangelicals อีกด้วย
สาเหตุเพราะมีเรื่องเอื้อฉาวทางเพศกับชายชาวเดนเวอร์ผู้หนึ่ง ที่เขายอมรับว่าท่านสาธุคุณแฮ็กการ์ดได้มอบยาเสพติด
methamphetamine แก่เขาเพื่อเป็นค่าจ้างให้ความสุขทางเพศกับท่าน และแฮ็กการ์ดก็ยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมทางเพศที่ไร้คุณธรรม(sexual immorality)
โบสถ์นี้มีผู้ดูแลใหม่คือท่านสาธุคุณร้อบ
เบรนเดิ้ล(Rob
Brendle)ตำแหน่งของท่านคือผู้ช่วยผู้ปกครอง (associate
pastor) แต่เมื่อเกิดเรื่องเอื้อฉาวขึ้นมารายได้ของโบสถ์ก็ลดลงเพราะชาวบ้านขาดศรัทธา
ทำให้โบสถ์ต้องลอยแพพนักงาน 44 คน หรือ 12 % ของกำลังงานของโบสถ์ เจ้าหน้าที่เหล่านี้อยู่ในฝ่ายต่างๆประกอบด้วยฝ่ายศาสนกิจ(pastoral staff)ฝ่ายธุรการ(support
staff )และคนงานด้านบำรุงรักษาสนามและต้นไม้(nursery workers)
ท่านเบรนเดิ้ลประเมินว่ารายได้ของโบสถ์ลดลงประมาณ 10
% นับตั้งแต่เกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี 2006
ท่านสาธุคุณรอส พาร์สลี่ย์(Ross
Parsley)ผู้ปกครองอาวุโสของโบสถ์ยอมรับว่างานหลายตำแหน่งจะต้องรวมกันเป็นตำแหน่งเดียวและโบสถ์ต้องประกาศรับสมัครอาสาสมัครเข้ามาทำงานแทนสต๊าฟที่ต้องจ่ายค่าจ้าง ....อ่านต่อ
|