Jan Ruff O'Herne กำลังให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันที่ 15 กุมภาพนธ์ 2007 เกี่ยวกับการถูกทหารญี่ปุ่นข่มขืน-ทารุณกรรมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  (AP Photo/Dennis Cook)

ทาสทางเพศในสงครามโลกครั้งที่ 2

                แม้ว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 จะยุติไปตั้งแต่ปี 1945 แต่ปัญหาต่างๆยังไม่จบสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีหลายชาติที่ถูกทหารญี่ปุ่นข่มขืนและทารุณกรรมทางเพศ ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง และเหยื่อเหล่านั้นก็ยังมีชีวิตอยู่ เช่นกรณีของนางแจน รัฟฟ์ โอเฮิร์น(Jan Ruff O'Herne) ให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2007

ทั้งนี้คณะกรรมาธิการฯจะจัดทำ Resolution เพื่อให้รัฐบาลญี่ปุ่นทำหนังสือขอขมาอย่างเป็นทางการต่อเหยื่อทั้งหลายในห้วงสงครามโลกครั้งที่สอง  ประเมินกันว่ามีสตรีชาติต่างๆไม่น้อยกว่า 2 แสนรายตกเป็นเหยื่อกามรมณ์ของทหารญี่ปุ่นนับล้านคน  สตรีต่างชาติส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลีรองลงมาเป็นคนจีน,อินโดนีเซีย,ฟิลิปปินส์และไต้หวัน

สตรีเหล่านี้ถูกต้อนเข้าไปอยู่ในค่ายที่จัดตั้งเป็นซ่องเพื่อให้ทหารญี่ปุ่นได้สำเร็จกามกิจ เรื่องนี้จึงกลายมาเป็นประเด็น หากมีการข่มขืนกันธรรมดา(เท่าที่จะหาได้ในสงคราม)ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่โต  แต่ที่เป็นเรื่องเพราะกองทัพจักรพรรดิญี่ปุ่นจัดตั้งซ่องขึ้นมาเองกลายเป็น”พ่อเล้า”เอง

โอเฮิร์นเล่าว่าเธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นที่สนใจของทหารญี่ปุ่นเช่นโกนหัว,หนีขึ้นไปซ่อนตัวบนต้นไม้,หากเธอจะถูกข่มขืนเธอต่อสู้ถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นการชก,เตะหรือตะโกนเพื่อป้องกันตัวสุดฤทธิ์ 

                “ก่อนที่เขาจะเข้ามาข่มขืนฉันได้จะต้องสู้กัน”เธอกล่าวต่อคณะกรรมาธิการฯซึ่งการข่มขืนและทารุณกรรมเกิดขึ้นทั้งกลางวันกลางคืน ครั้งหนึ่งแพทย์เคยตรวจร่างกายเธอพบว่าเธอติดกามโรค “ทำให้สิ่งนี้ติดอยู่ในใจของฉันตลอดชีวิต  ฉันอาจจะยกโทษให้ทหารญี่ปุ่นที่ทำกับฉัน แต่เรื่องนี้ฉันลืมไม่ได้”

                โอเฮิร์นเกิดที่ชวา อินโดนีเซียซึ่งเป็นอาณานิคมของดัทช์มาก่อน ปัจจุบันอาศัยอยู่ออสเตรเลีย  เธอพร้อมด้วยสตรีเกาหลีอีก 2 รายที่เป็นเหยื่อการข่มขืนเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการฯเพื่อสนับสนุนการร่าง resolution ให้รัฐบาลญี่ปุ่นขอขมาอย่างเป็นทางการต่อเหยื่อที่ถูกกระทำทารุณกรรมทางเพศในช่วงสงครามโลกครั้งที่  2

                จุดประสงค์ของการร่าง resolution ก็คือไม่ต้องการให้รัฐบาลญี่ปุ่นชดใช้ค่าเสียหาย แต่ต้องการให้เป็นที่รับทราบกันว่าสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นจริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง (บางคนบอกว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ถือเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์) นอกจากนี้ยังจะต้องให้การศึกษาแก่คนรุ่นหลังว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงและมีผู้ให้การด้วยวาจาไว้

                ระเบียบวิธีนี้สหรัฐต้องการให้ญี่ปุ่นกระทำเช่นเดียวกับที่สหรัฐได้ขอขมาอันเป็นข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นซึ่งระบุว่าสหรัฐได้บังคับให้คนญี่ปุ่นเข้าไปอยู่ในค่ายกักกันช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นสภาคองเกรสได้ผ่านร่างกฎหมายนี้และประธานาธิบดีรอนัลด์ เรแกนเซ็นเป็นกฎหมายเมื่อปี 1988

                สำหรับ the resolution นี้รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่ยอมรับ แม้ว่าอดีตผู้นำญี่ปุ่นหลายคนจะแสดงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจก็ตาม  แต่เมื่อจะกระทำอย่างเป็นทางการยังไม่มีใครอาสาออกมาจริงจัง   

ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้คือไมค์ ฮอนด้า ส.ส.แคลิฟอร์เนียพรรคเดโมแครต โดยให้เหตุผลว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้เกิดการสมานฉันท์ (Reconciliation)ของคนสองชาติถือเป็นเรื่องดี หากผ่านไปแล้วก็จะทำให้สัมพันธ์ดีขึ้น  ฮอนด้าเป็นคนญี่ปุ่น-อเมริกันก็ถูกต้อนเข้าไปอยู่ในค่ายกักกันช่วงสงครามโลกขณะนั้นเขายังเป็นเด็ก

รัฐบาลญี่ปุ่นยังเคยรับทราบว่ากองทัพญี่ปุ่นจัดตั้งซ่องโสเภณีขึ้นมาเพื่อปลดเปลื้องความใคร่แก่ทหารในกองทัพ แต่ปฏิเสธที่จะชดใช้สินไหม โดยอ้างว่าทุกอย่างเป็นไปตามสนธิสัญญาหลังสงครามยุติ

                ต่อมาในปี 1995 มีการจัดตั้ง The Asian Women's Fund โดยรัฐบาลญี่ปุ่น แต่การดำเนินการและเงินทุนได้มาจากเอกชนและเสนอเงินสินไหมให้แก่เหยื่อที่ตกเป็นทาสทางเพศ  แต่ทว่าสตรีที่เป็นเหยื่อไม่ยอมรับเพราะถือว่าไม่ใช่เงินทางการจากรัฐบาลญี่ปุ่น

                นางลี ยอง-ซู สตรีชาวเกาหลีถึงกับน้ำตาพรากเมื่อคิดถึงเรื่องในอดีต เธอยอมรับว่าเธอโกรธ,เจ็บปวด,อายและยังส่งผลกระทบมายังปัจจุบันทั้งด้านอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ “มันทำให้ฉันทั้งเขินทั้งอาย  แต่ฉันจะไม่เก็บเรื่องไว้คนเดียว ฉันจะไม่ปล่อยให้รัฐบาลญี่ปุ่นนิ่งเฉย จนกว่าเขาจะมาคุกเข่าต่อหน้าฉันและขอขมาฉันอย่างเป็นทางการ”

เรื่องนี้ยังไม่มีบทสรุปเพราะสภาคองเกรสจะต้องผ่านร่างกฎหมายนี้  ส่วนท่าทีของกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นยังไม่ยอมรับ ทว่านายกรัฐมนตรีชินโซ  อาเบ ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะมีข้อเท็จจริงที่เป็นพยาน

เราก็ต้องจับตาดูกันต่อไป การจะเป็นประเทศจักรพรรดินิยมรุกรานดินแดนประเทศอื่นๆได้ แต่เมื่อพบกับปัญหาทางเพศถือว่าเป็นเรื่องไร้ศีลธรรม ไร้มนุษยธรรม ไม่มีใครยอมแน่นอน

ใครคือหน่วยตระเวณชายแดน

                หน่วยตระเวณชายแดนหรือThe U.S. Border Patrol รัฐบาลจอร์จ บุช กำหนดให้เพิ่มอีก 6,000 คนเพื่อป้องกันชายแดนสหรัฐในหลายพื้นที่โดยเฉพาะชายแดนด้านสหรัฐและเม็กซิโก หากเพิ่มเต็มตามจำนวนแล้วหน่วยนี้จะมีกองกำลังทั้งหมด 14,000 คน

ในเขตใดที่มีการลักลอบเข้าทางชายแดนมากที่สุด กองกำลังหน่วยนี้ก็จะมีมากเป็นเงาตามตัว อาทิเช่นพรมแดนรัฐอริโซน่า-เม็กซิโกมีความยาว 260 ไมล์ ในปี 2000 พรมแดนด้านนี้มีเจ้าหน้าที่ตระเวณชายแดน 1,500 คน  ปี 1996 มี 702 คนและปี 1994 มี 300 คน

เมื่อแยกย่อยออกไปจะพบว่าที่เขตทูซอน(Tucson)เมื่อถึงเดือนกันยายน 2008 จะเพิ่มให้ถึง 3,100 คน จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 2,600 คน ที่เขตยูม่า(The Yuma sector)ในปี 2001 มีเจ้าหน้าที่ 300 คน ปัจจุบันมี 800 คนและเมื่อถึงกันยายน 2008 จะเพิ่มให้ครบ 1,100 คน

 ปัจจุบันรัฐบาลได้นำกองทัพ National Guard เข้ามาช่วยเหลือเพื่อสร้างรั้ว,เครื่องกีดขวางพาหนะ,ถนน,ติดตั้งกล้องจับความเคลื่อนไหวตลอดจนติดตั้งไฟฟ้าให้แสงสว่าง โดยมอบหมายงานลาดตระเวณให้กับ Border Patrol ทำอย่างจริงจัง  เมื่อหน่วยลาดตระเวณมีกำลังครบแล้วก็จะถอนตัวออกไป

                กระทรวงความมั่นคงภายในซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยลาดตระเวณกำลังระดมรับสมัครเจ้าหน้าที่ ผู้สมัครจะต้องเป็นพลเมืองอเมริกัน,ต้องสอบข้อเขียน,สามารถพูดภาษาสแปนิชหรือต้องเรียนรู้,ผ่านการตรวจยาเสพติด,ตรวจร่างกาย,ตรวจประวัติ,สอบสัมภาษณ์และเข้าฝึกอบรม 5 เดือนก่อนจะถูกส่งเข้าประจำการ รายได้ปีละระหว่าง 30,000-40,000 ดอลลาร์ ....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping