โบสถ์นี้ชื่อว่า The First Congregation Church อยู่เมืองRipon รัฐแคลิฟอร์เนียถูกปาสเตอร์ Randall Radic เขาไปกว่า 5 แสนดอลลาร์ ก่อนที่สมาชิกของโบสถ์จะรู้เรื่อง ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2006   (AP Photo/Al Golub)

สมภารฝรั่งเซ้งโบสถ์ไปซื้อ BMW

                เรื่องของศาสนจักรไม่ว่าที่ไหนดูเหมือนเป็นสิ่งลึกลับซ่อนเร้น ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เมื่อไม่นานมานี้แอ๊ด คาราบาว ก็แต่งเพลง”สมภารเซ้งโบสถ์”ขึ้นมาร้อง กรณีของโบสถ์คริสต์ที่รัฐแคลิฟอร์เนียก็เช่นกัน เหตุเกิดที่เมืองริปอน(Ripon) เมืองนี้อยู่ตอนกลางรัฐแคลิฟอร์เนีย มีโบสถ์อยู่หลายโบสถ์ในจำนวนนั้นก็มี First Congregational Church ซึ่งมีพระแรนดอล เรดิก (Pastor Randall Radic) อายุ 54 ปี เป็นสมภารอยู่ที่โบสถ์นี้  

                ไม่มีใครรู้เพราะถือว่าพระหรือบาดหลวง (Pastor ใช้เรียกกันมากในหมู่นิกายโปรแตสแตนท์)จะต้องทรงศีลอย่างเคร่งครัด จนกระทั่งเมื่อปีเศษๆที่ผ่านมาทุกคนจึงรู้เรื่องเมื่อท่านเรดิกยอมรับสารภาพว่าได้ทรยศ(betray)ต่อศรัทธาของผู้คน  ด้วยการนำโบสถ์แห่งนี้ออกขาย  จากนั้นก็ใช้เงินที่ได้มาไปซื้อรถเก๋ง BMW สีดำ,คอมพิวเตอร์แลปท็อป รวมทั้งประพฤติอื่นๆที่กลายเป็นคนบาปขึ้นมาทันที

                นายเดวิด แพรเตอร์ ประธานบอร์ดของโบสถ์แห่งนี้กล่าวว่า พวกเราไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับพฤติกรรมของบาดหลวง จนกระทั่งธนาคารโทร.มาแจ้งให้ทราบว่า บาดหลวงซื้อรถ

 BMW คันใหม่เอี่ยมออกมาขับ แล้วก็ขับรถคันนั้นเฉิดฉายในถนนเมนหรือถนนหลักของเมือง

                คดีนี้ศาลตัดสินให้จำคุกบาดหลวง 16 เดือน  ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทนายความของอดีตบาดหลวงผู้นี้แจ้งแก่ผู้สื่อข่าวว่าเขาไม่ต้องจำคุกอีกต่อไป เพราะติดมาแล้ว 6 เดือนในระหว่างรอการพิจรณาคดี สาเหตุเพราะนายเรดิกยินดีที่จะขึ้นให้การคดีฆาตกรรม

                ในช่วงนี้คดีความเรื่องทรัพย์สมบัติของโบสถ์ก็ยังเป็นเรื่องฟ้องร้องกันอยู่  โดยมีบาดหลวงจูดี้ เอ็ดเวิร์ด เข้าไปรับหน้าที่แทนตั้งแต่ปี 2006

                สำหรับนายเรดิกนั้นได้รับการยอมรับนับถือมากทีเดียวในเมืองที่มีประชากรประมาณ 14,000 คน เป็นเมืองที่เรียกว่าเขตเพาะปลูกของรัฐแคลิฟอร์เนียหรือ the San Joaquin Valley อยู่แยกออกไปทางเหนือของฟรีเวย์สาย 5 และเข้าไปที่สาย 99 ผ่านไปทางเบเคอร์ฟิลด์โน่นล่ะ

                สมาชิกของโบสถ์ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุคือระดับ 80,90 และบางคนก็ร่วม 100 ปี ทำให้นายเรดิกเป็นดาวเด่นของโบสถ์เพราะยังหนุ่มแน่น เมื่อเทียบกับสมาชิกโบสถ์  สำหรับโบสถ์นี้สร้างมาได้ 90 ปี ทำด้วยไม้ ส่วนนายเรดิกอาศัยอยู่บ้านพักที่ห่างออกไป 2-3 บล็อค แต่ก็เป็นสมบัติของโบสถ์

                ทุกคนให้ความไว้วางใจนายเรดิก แต่เขากลับทรยศหมดสิ้น พฤติกรรมของเขามีดังนี้

ประการแรกเขาปลอมเอกสารระบุว่าให้เขาเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน สามารถนำโบสถ์ไปค้ำประกันเพื่อนำเงินออกมาใช้ส่วนตัวได้ 2 แสนดอลลาร์ จากนั้นยังทำเอกสารปลอมว่ามีอำนาจเต็มในการขายโบสถ์และขายไป 525,000 ดอลลาร์

                ต่อมาฝ่ายสืบสวนเริ่มสืบถึงรถ BMW ราคา 102,000 ดอลลาร์ ทำให้นายเรดิกหลบหนีไปอยู่เดนเวอร์ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ไปควบคุมตัวกลับมาได้ เขาถูกจับกุมเมื่อปี 2005

                เมื่อเข้าไปอยู่ในคุกเพื่อรอการพิจารณาคดีนายเรดิกได้พบกับรอย เจอรัลด์ สมิธ(Roy Gerald Smith) ผู้ต้องโทษคดีลวนลามทางเพศและฆาตกรรมผู้หญิง คดีของนายสมิธมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต นายเรดิกนำเรื่องการสารภาพของนายสมิธขึ้นเก็บไว้ในอินเตอร์เน็ต

                ครั้นอดีตบาดหลวงผู้นี้ได้ชิ้นปลามัน เรียบร้อยเขาก็นำเรื่องไปต่อรองกับอัยการว่าเขาจะรับสารภาพ แต่จะต้องถูกปล่อยจากคุก รวมทั้งอัยการจะต้องไม่เอาโทษเขาในอีก 9 ข้อหาคดีอาญาเพื่อเขาจะได้ ขึ้นให้การเอาผิดนายสมิธ

                ในระหว่างการรอการระวางโทษจำคุก(Sentencing) อยู่นี้เขาอาศัยอยู่สบายๆในบ้าน จากนั้นก็เริ่มขึ้นเว็บไซท์เพื่อเล่าเรื่องชีวิตของเขา พร้อมทั้งติดต่อไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆที่จะเขียนหนังสือให้เล่มหนึ่งชื่อว่า  "SNITCH" รวมทั้งจะบอกเรื่องราวว่าเขาโกงโบสถ์อย่างไร

                เขาโฆษณาไปว่าหนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกความทรงจำเปรียบเสมือน”คัมภีร์ไบเบิ้ลใหม่” แต่ก็ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนสนใจ จนกระทั่งเมื่อเดือนมกราคม 2007 เขาตกลงจะขายหนังสือชื่อThe Sound of Meat บอกว่าเป็นบันทึกความทรงจำที่เป็นจริง ปัจจุบันเขายังอยู่เมืองริปอน

                เขาเขียนขึ้นเว็บไว้ว่า” ดังนั้นคุณคงอยากจะรู้ว่าผมอยู่ค่ายไหน ระหว่างความเป็นนักบุญ( Saint)หรือคนบาป(or ... Sinner?) ข้อเขียนนี้โพสไว้พร้อมกับมีรูปเกือบเปลือยกายของสตรีติดอยู่ด้วย จากนั้นเป็นภาพของนายเรดิกที่กำลังนั่งดื่มและสูบบุหรี่

                เขากล่าวต่อว่าความจริงนี้มันค่อนข้างจะซับซ้อน มันจะนำไปสู่หัวใจของมนุษย์และท้าทายใครก็ตามที่ติดตามเพื่อค้นหาความจริง

                กล่าวสำหรับความยุ่งยากของโบสถ์  เมื่อปีที่แล้วโบสถ์ได้รับโฉนดกลับคืนมา ทำให้สมาชิกโบสถ์สามารถเข้าไปทำกิจกรรมทางศาสนาได้ตามปกติ  แต่ก็ยังติดค้างชำระค่าธรรมเนียมอีกกว่า 1 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งนักอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อโบสถ์จากนายเรดิกเป็นเจ้าหนี้

                ส่วนบาดหลวงคนใหม่ทุกวันนี้ยังนอนอยู่ motor home

                นอกจากนี้นายเรดิกยังถูกฟ้องร้องจากนักค้าอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อโบสถ์ไปจากเขา บริษัทโฉนดที่รับประกันเงินกู้จากผู้เซ็นขาย ตลอดจนผู้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์และผู้ทำ notary public ฐานที่นายเรดิกปลอมแปลงโฉนดมาให้พวกนี้จัดการ  คดีต่างๆเหล่านี้อาจสิ้นสุดลงเมื่อเขารับสารภาพและจะขึ้นให้การเอาผิดนายสมิธ

                เรื่องนี้กล่าวได้ว่าอดีตบาดหลวงมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวทีเดียว แทนที่จะติดคุกและได้รับโทษอีก 9 คดี กลับไม่ต้องติดคุกแถมคดีทั้ง 9  ก็เจ๊ากันไป

8 ผู้แอพพลายเป็นพลเมืองอเมริกันยื่นฟ้องฐานล่าช้า

มายา แฮร์ริส แห่งสหภาพเพื่อสิทธิพลเมืองอเมริกา( ACLU of Northern California)ได้ยื่นฟ้องเอฟบีไอและกระทรวงความมั่นคงภายในต่อศาลรัฐบาลกลางในนามของผู้ถือใบเขียว 8 คนร่วมกับ  which filed   the Asian Law Caucus และ the Council on American-Islamic Relations เขต Bay Area  ระบุว่ารัฐบาลจะต้องตัดสินใจให้ความเป็นพลเมืองอเมริกันแก่ผู้ได้รับการสัมภาษณ์ภายใน 120 วัน หากไม่เป็นไปตามนี้ถือว่าขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องสิทธิ

                คริสโตเฟอร์ เบนท์ลี่ย์ โฆษกของสำนักงานพลเมืองและบริการผู้อพยพแจ้งว่าการตรวจสอบประวัติผู้แอพพลายถือเป็นเหตุผลสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ  เพราะเชื่อว่าสังคมอเมริกันคาดหวังว่าสำนักงานคงไม่ปล่อยให้คนไม่มีคุณสมบัติครบถ้วนได้เป็นพลเมืองอเมริกัน

                ปัจจุบันสำนักงานจะต้องตรวจสอบประวัติผู้คนปีละ 35 ล้านคนและเสร็จสิ้นภายใน 9  เดือน แต่หากพบว่าผู้ใดต้องสอบเพิ่มเติมอาจใช้เวลาหลายปี

                ซานา จาลิลิ วัย 26 ปีเกิดที่ปากีสถานปัจจุบันเป็นแม่ลูกสองเดินทางมาอยู่สหรัฐตั้งแต่อายุ 15 ปี เธอยื่นแอพพลายเป็นพลเมืองอเมริกันในปี 2003 มีการพิมพ์ลายนิ้วมือ,ผ่านการสอบประวัติอาชญากรรมและสัมภาษณ์เสร็จสิ้นเมื่อกันยายน 2004  หากเป็นไปตามขั้นตอนเธอจะต้องได้รับการแปลงสัญชาติอย่างสมบูรณ์ภายใน 3 เดือน แต่ปัจจุบันรอมาเกือบ 3 ปีแล้วทุกอย่างยังไม่เสร็จ

                “เมื่อสอบถามไปเขาก็บอกว่าจะต้องนำไปตรวจสอบประวัติ  แต่ฉันอยากทราบว่ามันใช้เวลาเท่าไหร่ที่จะต้องตรวจสอบประวัติอีก”เธอกล่าว

                เช่นเดียวกับ ยินาน ฉาง อายุ 32 ปีเดินทางเข้าสหรัฐอย่างถูกกฎหมายปี 1995  อาศัยอยู่ซาน

ฟรานซิสโก ยื่นแอพพลายในปี 2001 ผ่านการสอบพลเมืองกันยายน 2002 นับแต่นั้นมาก็รอผลการสอบประวัติจาก FBI ซึ่งยังไม่เสร็จ ด้วยความล่าช้าดังกล่าวจึงมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping