เกิดอะไรขึ้นกับสื่อบริษัททรีบูน
บริษัทสื่อขนาดยักษ์ชื่อทรีบูน(Tribune Co.)มีกิจการในเครือหลายประเภทประกอบด้วยหนังสือพิมพ์ the
Los Angeles Times,the
Chicago Tribune,หนังสือพิมพ์อื่นๆอีก 9 ฉบับ,เป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ 25
ช่องรวมทั้งทีวีช่อง 5 ในแอล.เอ.(KTLA-TV)และเจ้าของทีมเบสบอลthe
Chicago Cubs,สนามเบสบอลริงลี่ย์ ฟิลด์ และมีบริษัทโฆษณาย่อยออนไลน์
กิจการนี้มีครอบครัวChandler เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
20 % ส่วนรายอื่นๆถือเป็นรายย่อยทั้งหมดต้องถือผ่านตลาดหลักทรัพย์ ต่อมาเมื่อ 4 เดือนที่แล้วนำบริษัทออกประมูลเพื่อหาผู้สนใจเข้ามาเสนอซื้อ กำหนดปิดรับข้อเสนอวันที่ 17 มกราคม 2007
เหตุที่นำเสนอขายเพราะปัจจุบันรายได้จากโฆษณาและผู้อ่านลดลง
หันไปเข้าสู่อินเตอร์เน็ตกันมากขึ้นทำให้ผู้ถือหุ้นไม่พอใจนัก
ปรากฎว่ามีผู้สนใจ 3 รายประกอบด้วย
1.กองทุนแชนด์เลอร์ผู้ถือหุ้นใหญ่โดยตระกูลแชนด์เลอร์เสนอเงิน
7.6 พันล้านดอลลาร์ โดยไม่ยอมรับธุรกิจสถานีโทรทัศน์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ถือหุ้น
ข้อเสนอต่อคณะกรรมการตลาดหลัก ทรัพย์ระบุว่ากองทุนแชนด์เลอร์จะถือหุ้น
51 % ที่เหลือ 49 % จะเป็นของบริษัท equity 2 บริษัทซึ่งไม่ได้เปิดเผยชื่อ ทั้งนี้กองทุนแชนด์เลอร์เสนอเงินแก่ผู้ถือหุ้นๆละ
19.30 ดอลลาร์รวมทั้งหุ้นในส่วนของสถานีทีวี.หุ้นละ 12.40 ดอลลาร์
เมื่อรวมกันแล้วจะเป็นมูลค่า 31.70 ดอลลาร์
2.มหาเศรษฐีอีไล บรอด(Eli Broad)และรอน เบิร์กเกิ้ล(Ron
Burkle) ทั้งคู่ประกาศซื้อร่วมกัน ให้มีการปรับโครงสร้างเกี่ยวกับการถือหุ้นของบริษัทใหม่
(Recapitalization) เพื่อมอบเงินสดให้กับผู้ถือหุ้นครั้งเดียวโดยมูลค่าหุ้นจะสูงประมาณ
34 ดอลลาร์ต่อหุ้น ทั้งสองจะอัดฉีดเงินสดเข้าไป 500 ล้านดอลลาร์
โดยจ่ายแก่ผู้ถือหุ้นๆละ 27 ดอลลาร์
ผู้ถือหุ้นจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัททรีบูน
ส่วนสองคนจะถือหุ้น 30 % ของบริษัท จากนั้นทีมงานของทั้งสองขอสิทธิ
6 ที่นั่งจาก 16 ที่นั่งในคณะกรรมการอำนวยการ ตลอดจนขอร่วมเป็นประธานบอร์ดโดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน
นอกจากนี้ยังเสนอให้ขายสิ่งที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัทเช่นทีม Chicago Cubs และสนามเบสบอล
Wrigley Field ทั้งไป ซึ่งทั้งสองอย่างมูลค่าที่ตระกูลแชนด์เลอร์ตีราคาไว้ที่
558 ล้านดอลลาร์
ส่วนเอกชนรายที่สองที่สนใจร่วมประมูลคือนายเดวิด
เก็ฟเฟน(David
Geffen)โดยเสนอซื้อหนังสือพิมพ์แอล.เอ.ไทมส์อย่างเดียว 2 พันล้านดอลลาร์ แต่ไม่ได้รับการพิจารณา
3.กลุ่ม Carlyle Group ต้องการสถานีทีวี.25 ช่อง กลุ่มนี้มีเงินบริหารอยู่ประมาณ 47
พันล้านดอลลาร์
นายวิลเลียม เอ.ออสบอร์น
เป็นหัวหน้าคณะกรรมการอำนวยการชุดพิเศษของบริษัททรีบูน
ออกคำแถลงหลังประชุมว่าคณะกรรมการจะพิจารณารายละเอียดต่างๆและตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว คาดว่าการตัดสินใจจะกระทำได้ไม่เกินวันที่
31 มีนาคมศกนี้
จากประวัติความเป็นมา ในปี
2000 ตระกูลแชนด์เลอร์ขายบริษัท Times Mirror ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์แอล.เอ.ไทมส์แก่บริษัททรีบูนเป็นเงิน
6.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังทรงสิทธิ์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 20
% ต่อมายอดผู้อ่านและโฆษณาลดลง ทำให้ผู้ถือหุ้นไม่พอใจ บริษัทจึงเสนอปรับโครงสร้างใหม่เปิดให้มีการประมูลเพื่อนำเงินเข้ามาดำเนินกิจการต่อ
มีนักสังเกตการณ์ตั้งคำถามดังนี้
ข้อเสนอของอีไล บรอดและรอน เบิร์กเกิ้ลจะทำให้แก้ปัญหาได้รวดเร็วกว่ากองทุนแชด์เลอร์ซึ่งใช้เวลาประมาณ
6 เดือน แต่จะทำให้บริษัทมีหนี้เพิ่มประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์
ปัจจุบันบริษัททรีบูนมีหนี้สินอยู่แล้วประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์
มีรายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่าผู้สนใจที่จะซื้อกิจการของทรีบูนยังมีอีก
3 บริษัทโดยจะรวมตัวกัน ประกอบด้วยMadison Dearborn Partners(จากชิคาโก้), Providence Equity Partners
(จากโรด ไอส์แลนด์)และ
Apollo Management (จากนิวยอร์ก) แต่เมื่อเข้าไปศึกษารายละเอียดแล้วพบว่ารายได้ของ
ทรีบูนลดลงและอาจจะมีปัญหาเรื่องภาษีตามมา จึงล้มเลิกความตั้งใจ
สำหรับนายอีไล บรอด อายุ
73 ปีเกิดที่บร้องซ์ นิวยอร์ก เป็นลูกผู้อพยพชาวลิทัวเนีย ร่ำรวยมาจากธุรกิจสร้างบ้านในนามบริษัท Kaufman & Broad จากนั้นก็ขยายกิจการไปลงทุนก่อสร้างบ้านพักคนเกษียณในนาม Sun America พร้อมกันนั้นยังมีธุรกิจประกันภัยอีกด้วย
นิตยสารฟอร์บส์ประเมินว่าเขามีทรัพย์สินประมาณ 5.8 พันล้านดอลลาร์
เขาต้องการให้หนังสือพิมพ์แอล.เอ.ไทมส์เป็นหนังสือพิมพ์ของคนท้องถิ่นแอล.เอ.
ทางด้านนายรอน เบิร์กเกิ้ล อายุ 53 ปี เติบโตมาจากธุรกิจตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตประเมินว่าเขามีทรัพย์สินประมาณ
2.5 พันล้านดอลลาร์ เป็นผู้บริจาครายใหญ่แก่พรรคเดโมแครต ในช่วงเวลาที่บิล
คลินตัน เป็นประธานาธิบดียังเคยนั่งเครื่องบินโบอิ้ง 757 อันเป็นเครื่องบินส่วนตัวของเขา
ธุรกิจสื่อในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เราจะเห็นว่าหนังสือพิมพ์ออนไลน์มีให้อ่านมากขึ้นหรือพูดง่ายๆก็คือเว็บไซท์นั่นเอง
บริษัทไทม์ประกาศลดคนงาน 289 ตำแหน่ง
บริษัทTime Inc. ประกาศลดพนักงานลง 289 ตำแหน่ง โดยจะให้สมัยใจหรือบางส่วนต้องถูกลอยแพ บริษัทสำนักพิมพ์ Marquee ซึ่งเป็นบริษัทลูกผู้พิมพ์นิตยสารTime magazine, Sports Illustrated และ People
จะมีพนักงานถูกลอยแพมากที่สุด โดยไทม์จะหันเข้าไปสู่โลกยุคดิจิตอลมากขึ้น
นายจอห์น ฮูอี้ หัวหน้ากองบก.ได้ส่งสารไปยังพนักงานทุกคนว่าการลอยแพสต๊าฟครั้งนี้เพื่อปรับโครงสร้างขององค์กรเพื่อนำองค์กรไปสู่อนาคตที่ทำงานกันได้แบบยืดหยุ่นและหลายรูปแบบมากขึ้นในเรื่องการสร้างสรรค์ทางเนื้อหา
นิตยสารไทม์ปิดสำนักงานที่Chicago, Atlanta และ Los Angeles แต่นักข่าวกระเป๋าหิ้วหรือ Laptop correspondents รวม 3 คนยังทำงานอยู่แอล.เอ. ส่วนนิตยสาร People ปิดสำนักงานที่ Washington, Miami, Chicago และ Austin ในระหว่างธันวาคม 2005 ธันวาคม 2006 ลอยแพสต๊าฟไป 600 ตำแหน่งรวมทั้งปิดนิตยสารฉบับเล็กๆอาทิเช่น Parenting และ Baby Talk
สไตล์การทำงานของไทม์เปลี่ยนไปจากปี 1922 วิธีการนี้ผู้สื่อข่าว (Correspondents or Reporters) ประจำอยู่จุดต่างๆส่งข่าวเข้านิวยอร์กเพื่อให้นักเขียน(the Writers) ที่นั่งอยู่สำนักงานเป็นผู้เขียนและนำเสนอ ต่ำกว่าระดับผู้สื่อข่าวลงไปเรียกว่าสายข่าว (the Stringers)ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทสคอยส่งข้อเท็จจริง (facts)มายังนักเขียนที่นิวยอร์ก ปัจจุบันไม่มีระบบนี้แล้วแต่ไทม์หันไปจ้างนักเขียน-นักประพันธ์ดังๆมาเขียน
รวมทั้งออกวางตลาดทุกวันศุกร์
วิธีการแก้ปัญหาของไทม์เรื่องโฆษณาก็คือลดค่าโฆษณาลง
,ลดยอดพิมพ์จาก 4 ล้านฉบับเหลือ 3.25 ล้านฉบับ แต่ไปเพิ่มค่าหนังสืออีก
1 ดอลลาร์เป็น 4.95 ดอลลาร์ ....อ่านต่อ
|