เขาเป็นลูกของผู้อพยพชาวโปแลนด์
นักการเมืองอเมริกันแนวสังคมนิยม
ปกติแล้วคนอเมริกันจะได้ยินแต่คำว่าประชาธิปไตย หรือได้ยินคำว่าพรรคเดโมแครต
ไม่เช่นนั้นก็รีพับลิกัน
คราวนี้เขาได้ยินคำว่าสังคมนิยม วุฒิสมาชิกอิสระจากรัฐเวอร์มอนต์ แม้จะเป็นนักการเมืองแนวคิดสังคมนิยมคนเดียว
แต่เขาก็พุ่งขึ้นมามีอำนาจในการตรวจสอบรัฐบาล,พิจารณากฎหมาย
หรือว่าสังคมอเมริกันเริ่มเกิดจุดเปลี่ยนขึ้นมา
วุฒิสมาชิกคนนี้ชื่อเบอร์นาร์ด(เบอร์นี่)แซนเดอร์
วัย 65 ปี ตามประวัติเขาเกิดที่บรู้คลิน,นิวยอร์ก
เป็นลูกของผู้อพยพชาวยิวจากโปแลนด์ซึ่งโปแลนด์ถือว่าเป็นประเทศซ้ายจัดในยุคก่อน เมื่อก้าวเข้ามามีอำนาจในวุฒิสภา
แน่นอนเขาจะต้องวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลจอร์จ
บุช อย่างหนัก
ร่วมกับพรรคพวกในพรรคเดโมแครตซึ่งมีแนวคิดเสรีนิยมมากกว่าพรรครีพับลกัน
เบอร์นี่คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน
2006 ด้วยคะแนน
65 % ของคนในรัฐเวอร์มอนต์ที่โหวตให้
เขาเล่นการเมืองโดยไม่ได้ปกปิดแนวความคิดสังคมนิยมของตัวเอง เขาเป็นนักธุรกิจ,เป็นอาจารย์สอนหนังสือในคอลเลจ
ใช้เงินของตัวเอง
7 ล้านดอลลาร์เพื่อหาเสียงเลือกตั้งและได้รับเลือก
การต่อสู้เพื่อให้ได้รับการยอมรับในแนวนโยบายไม่ใช่เรื่องง่าย
เบอร์นี่เข้าสู่วงการเมืองอเมริกันมา
30 ปี เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า
ผมเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย โดยอธิบายความเชื่อของตัวเองว่า
ในใจและตามเป้าหมายของเขาต้องการสร้างชนชั้นนักลงทุนด้วยตัวเอง(entrepreneurial class)เพื่อความมั่งคั่งและสร้างงานที่ดี ในขณะเดียวกันรัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนว่าอย่างน้อยพวกเขาจะต้องได้รับมาตรฐานความเป็นอยู่ขั้นต่ำเท่าเทียมกัน
(คือไม่ใช่ต่ำกว่ามาตรฐานของการดำรงอยู่)
ในช่วงแรกทศวรรษ
1970 เบอร์นี่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก
เขาได้รับเสียงสนับสนุนเพียง
6 % ต่อมาในปี
1981 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองBurlington ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดของรัฐนี้
ปรากฎว่าเขาเฆี่ยนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตเพียง
10 แต้มและได้รับเลือกตั้ง
ชัยชนะของเบอร์นี่ทำให้คนในเมืองนี้รู้สึกหงุดหงิดเพราะเขาตีตราสังคมนิยมไว้แล้ว
เขาประกาศว่าจะให้ชื่อเมืองนี้ว่า
สาธารณรัฐประชานแห่งเบอร์ลิงตัน(The People's Republic of Burlington.) ทุกคนตกใจมากกว่าถูกโจมตีจากโซเวียต ยิ่งเมื่อเขาประกาศว่าจะไม่ร่วมมือกับทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน
โดยเปิดแนวความคิดสังคมนิยมให้ขยายตัวมากขึ้น
ก็ยิ่งทำให้คนอเมริกันยุคนั้นลดลานมากขึ้น
แต่ภายหลังจากที่เข้าไปบริหารและจัดการเมืองเบอร์ลิงตันแล้วทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองมีชีวิตชีวามากที่สุดในสหรัฐ
เขาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี
3 สมัยในช่วงทศวรรษ
1980 ความเชื่อมั่นของผู้คนมีในตัวเบอร์นี่
ทำให้เขาได้รับเลือกเป็นส.ส.คนเดียวของรัฐเวอร์มอนต์ในปี
1990 ตำแหน่งส.ส.(เทอมละ
2 ปี) เขาเป็นส.ส.อยู่
8 สมัยรวม 16 ปี
จึงตัดสินใจลงต่อสู้ในตำแหน่งวุฒิสมาชิกเมื่อพฤศจิกายน
2006 ทำให้ได้รับเลือกง่ายดาย
ทุกคนยังแปลกใจว่าทำไมเบอร์นี่ได้รับเลือกเข้ามาทั้งๆที่เขามาจากตระกูลยิวบรู้คลิน,ไม่สังกัดพรรคการเมือง,ไม่มีความมั่นคั่งใดๆ,ไม่มีเสน่ห์และถือว่าเหมือนไม่มีตระกูลทางการเมือง
ไม่ได้ติดต่อกับตระกูลของตัวเอง
สิ่งหนึ่งที่เขาชนะใจคนเวอร์มอนต์ก็คือพูดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ
พูดความจริง ไม่ได้พูดเพราะต้องการให้คนฟังพึงพอใจ
เขาจึงเป็นนักการเมืองที่ทรงพลังและสามารถคุมแนวคิดผู้คนได้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่มีงานอดิเรก การเมืองคืองานอดิเรกของเขา
ดังนั้นจึงเชื่อว่าเบอร์นี่คงทำให้ประธานาธิบดีจอร์จ
บุช ประสาทเสียแน่นอน
ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในวงการเมืองอเมริกัน
คนอเมริกันเลือกเดโมแครตเพราะ
ค่าแรงขั้นต่ำและการวิจัย
Stem
cell
จากการสำรวจของสำนักข่าว Associated Press-AOL News พบว่าสาเหตุที่คนอเมริกันเลือกพรรคเดโมแครตเข้ามานั่งในสภาและกุมเสียงข้างมากได้นั้นมี
2 ประเด็นใหญ่คือการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและการสนับสนุนนโยบายวิจัยเซลต้นกำเนิดจากตัวอ่อน( embryonic stem cell research) รวมทั้งการให้ซื้อยารักษาโรค(ตามแพทย์สั่ง)ในราคาถูกจากต่างประเทศได้
แต่เมื่อสอบถามถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่จากรัฐแคลิฟอร์เนียคือแนนซี่
เปโลซี่ คำตอบที่ได้รับคือยังไม่รู้
การประชุมสภาสมัยที่
110 ของสภาคองเกรสจะเริ่มขึ้นในวันที่
4 มกราคม 2007 พรรคเดโมแครตอยากจะแสดงให้ประชาชนเห็นตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอิรัก,การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ,การวิจัยเซลต้นกำเนิด
โดยมีคะแนนเสียง
233-202 ในสภาผู้แทนและ
51-49 ในวุฒิสภา
ค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลาง
5.15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงใช้มาตั้งแต่ปี
1997 ผู้นำพรรคเดโมแครตเสนอให้ขึ้นเป็น
7.25 ดอลลาร์ เรื่องนี้จอร์จ
บุช สนับสนุนแต่มีข้อแม้ว่าต้องปรึกษาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อยด้วย ในขณะที่
80 % ของการสำรวจสนับสนุนเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ
พรรคเดโมแครต
90 % เห็นด้วย
ขณะที่รีพับลิกัน
65 % สนับสนุน
ความเห็นของสตีรี,บุรุษที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคอลเลจและสตรีโสดสนับสนุนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั้งสิ้น ประชาชนเกือบ
7 ใน 10 คนประมาณ
69 % เห็นด้วยที่จะให้รัฐบาลมีนโยบายซื้อยาตามใบสั่งแพทย์จากต่างประเทศซึ่งราคาถูกกว่ายารักษาโรคในสหรัฐ
นโยบายการซื้อยารักษาโรคจากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ส่วนตัวไม่ได้ห้าม
แต่การนำเข้ายาตามแพทย์สั่งเหล่านี้โดยบริษัทนำเข้าถือว่าผิดกฎหมาย
นอกจากนี้
56 % ยังสนับสนุนให้ใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลกลางเพื่อวิจัยเซลต้นกำเนิดจากตัวอ่อน
ผลของการวิจัยจะต้องนำมารักษาโรคได้เกือบทุกชนิดนับตั้งแต่โรคสั่น(Parkinson's disease)ไปจนถึงการรักษาโรคไขสันหลังพิการ
แต่ประธานาธิบดีจอร์จ
บุชไม่เห็นด้วยระบุว่าการนำเซลส์ของเด็กอ่อนในท้องแม่มาวิจัยถือว่าเป็นการทำลายชีวิตมนุษย์
ทำให้บุชใช้อำนาจประธานาธิบดีวีโต้การใช้เงินรัฐบาลกลางเพื่อวิจัยเซลต้นกำเนิด
แนนซี่
เปโลซี่ เป็นส.ส.หญิงพรรคเดโมแครตจากรัฐแคลิฟอร์เนีย
10 สมัย( 20 ปี) ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนเมื่อปี
2002 และล่าสุดเธอขึ้นสู่ตำแหน่งประธานสภาฯถือว่าเป็นบุคคลอันดับสองที่จะครองตำแหน่งประธานาธิบดี
(ในกรณีที่ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีว่างลง)
แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบแนวความคิดจึงไม่กล้าออกความเห็นกันมากนัก
การสำรวจความเห็นครั้งนี้ใช้โทรศัพท์สัมภาษณ์ผู้ใหญ่
1,004 คนระหว่างวันที่
19-21 ธันวาคม 2006
โดย
Ipsos โพลเสียคิดเป็นบวกและลบ
3 % รายละเอียดเข้าไปดูในเว็บไซท์
Ipsos: www.apipsosresults.com ....อ่านต่อ
|