รับน้องถึงตาย-รุ่นพี่ก็ต้องเจอคดี
เหตุเกิดที่เท็กซัสกับหนุ่มเอเชีย
เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม
2005 หลังจากที่นายพันธะ
“แจ้ค” ภูมะรัฐ(Phanta "Jack" Phoummarath )วัย 18 ปีนักศึกษาน้องใหม่มหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสตินเสียชีวิตลง เมื่อเขาเข้าร่วมในกลุ่มของนักศึกษาเอเชี่ยน-อเมริกันที่เรียกกันในภาษากรีกว่า
Lambda
Phi Epsilon กลุ่มนี้เกิดขึ้นครั้งแรกที่
UCLA ในทศวรรษ
1980 ต่อมาจึงขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วตามมหาวิทยาลัยต่างๆที่มีคนเอเชี่ยน-อเมริกันไปศึกษา
นักศึกษาน้องใหม่(pledges) 7 คนเข้าไปร่วมงานรับน้องที่รุ่นพี่จัดไว้เป็นบ้านหลังหนึ่งที่อยู่นอกเขตมหาวิทยาลัย
พิธีรับน้องเพื่อที่จะให้เข้ามาร่วมชายคาหรือองค์กรเดียวกันได้
มักจะออกไปทางทารุณกรรม
แจ้คเป็นนักศึกษาไปจากฮิวสตัน ทราบว่าหลังจากนั้นเขาเสียชีวิตลง
จากการผ่าศพพิสูจน์ทราบว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนดถึง
5 เท่า
เจ้าหน้าที่สอบสวนตลอดมา
จนกระทั่งเมื่อวันพุธที่
13 ธันวาคม 2006
คณะแกรนด์
จูรี่จึงชี้โทษว่าสามารถนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้
สำนักงานอัยการของทราวิสเคาน์ตี้ได้ยื่นฟ้อง
5 กระทงแก่
Lambda Phi Epsilon-Zeta Chapter ฐานทารุณกรรมแจ้คและคนอื่นๆ
อัยการแจ้งข้อหาแก่นายเบนนี่
ชาน(Benny
Chan)แห่งฮิวสตันในฐานะเป็นอดีตประธานกลุ่มรวม 7 กระทงคือมอบเมาผู้เยาว์ด้วยแอลกอฮอล์
ข้อหานี้โทษสูงสุดจำคุก
1 ปีปรับ 4,000 ดอลลาร์
และข้อหาทารุณกรรม(hazing) 22 กระทง
หากพบว่าผิดจำคุกสูงสุด
6 เดือนปรับ
2,000 ดอลลาร์
นอกจากนี้นายแอนดรูว์
เหงียน(Andrew Nguyen) แห่งออสตินในฐานะอดีตหัวหน้ารุกกี้
โดนคล้ายกันคือ
7 กระทงที่มอมเมาเยาวชนที่อายุยังไม่ถึงให้ดื่มแอลกอฮอล์
และ 28 กระทงในข้อหาทารุณกรรม
ส่วนนายคามาล
พูลูคูริ อดีตเป็นผู้ประกอบพิธี( hellmaster)แห่งออสตินเจอข้อหาทารุณกรรม
14 กระทง
อีก 3 คนยังหลบหนีคดีอาญานี้
ประเพณีการรับน้องใหม่เพื่อที่จะให้เข้าร่วมกลุ่มดังกล่าวมีอยู่ทั่วไป แต่ในระยะหลังการฝึกความอดทนกลับนำไปสู่เรื่องเศร้าเพราะไม่ว่าจะเป็นชาย(fraternities)หรือหญิง (sororities)ก็ตาม พฤติกรรมมักจะกระทำทารุณกรรมต่อน้องใหม่,การบีบบังคับให้ดื่มแอลกอฮอล์,หนักเข้าไปถึงการทำร้ายร่างกาย,การบีบบังคับทางอารมณ์
อย่างไรก็ตามลักษณะของกลุ่มชาวเอเชี่ยน-อเมริกันที่เรียกกันว่า Lambda Phi Epsilon มักจะเก็บเป็นความลับ
เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เวลาในการสืบสวนเพิ่มเติม
เพราะชื่ออันเป็นภาษากรีกนั้นก็บอกไว้เพื่อปกปิดซ่อนเร้นอำพรางในการกระทำกิจกรรมของกลุ่ม
วันที่
9 ธันวาคม 2005 ก่อนวันที่แจ้คจะเสียชีวิตนั้นได้มีการทำพิธีเข้ากลุ่มของบรรดาน้องใหม่
เริ่มด้วยการดื่มแอลกอฮอล์
1 เป๊กตามด้วยการถูกเฆี่ยนและน้องใหม่จะต้องดื่มเหล้าให้หมดขวด ทราบว่าในคืนนั้นกลุ่มน้องใหม่ล่อเหล้ากันเข้าไปถึง
8 ขวด ทั้งวอดก้า,รัมและวิสกี้
คืนนั้นแจ้คถูกรุ่นพี่หามมาอ๊วกใส่ที่นอนบริเวณลีฟวิ่งรูมและเขายังอ๊วกแตกใส่ผ้าห่มอีกด้วย
พอบ่ายวันถัดมาปรากฎว่าแจ้คเสียชีวิตแล้ว
อัยการบอกว่าทุกคนสามารรถที่จะเป็นพี่น้องร่วมกลุ่มกันได้
แต่ไม่จำเป็นต้องใช้พฤติกรรมของการบีบบังคับหรือทารุณกรรมและพฤติกรรมอันเป็นความลับของกลุ่มก็ควรจะกำจัดออกไปได้
พร้อมกับเสนอต่อศาลให้มีการเพิ่มโทษทั้งจำและปรับ
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทางมหาวิทยาลัยได้สั่งห้ามกลุ่มเอเชี่ยน-อเมริกันเป็นเวลา
6 ปีที่ทำพิธีต้อนรับน้องใหม่แบบทารุณกรรมหรือบีบบังคับ แต่โดยทั่วไปแล้วไม่ได้ห้ามการต้อนรับน้องใหม่ทั้งมหาวิทยาลัย
กัญชา : พืชเศรษฐกิจของสหรัฐ
ยอดขายปีละ
35 พันล้านดอลลาร์
เรื่องที่เหลือเชื่อเกิดขึ้นในสหรัฐคือการปลูกกัญชาเป้นพืชเศรษฐกิจของสหรัฐตกปีละ
35 พันล้านดอลลาร์
หรือทำรายได้มากกว่าการปลูกข้าวโพดและข้าวสาลีรวมกัน
นายจอน เก๊ตต์แมน
นักวิจัยและอดีตหัวหน้ากลุ่ม the National Organisation for the Reform of Marijuana Laws เปิดเผยผลการศึกษาเมื่อวันที่
18 ธันวาคม 2006
พบว่ากัญชาในสหรัฐปลูกมากที่สุดใน
5 รัฐปนะกอบด้วย
California,
Tennessee, Kentucky, Hawaii และ Washington
เฉพาะรัฐแคลิฟอร์เนียปลูกมากที่สุดปีละ
13.8 พันล้านดอลลาร์
นายทอม ไรลี่ย์
โฆษกจองสำนักงานนโยบายควบคุมยาเสพติด( the
U.S. Office of National Drug Control Policy)กล่าวว่าเขาไม่อาจยืนยันผลสรุปของบทรายงานชิ้นนั้นได้
แต่ทราบโดยรวมว่าสหรัฐใช้ยาเสพติดซึ่งผิดกฎหมายตกปีละ
200 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขที่นายเก๊ตต์แมนทำการรวบรวมและวิจัยมาจากรายงานต่างๆของหน่วยงานรัฐบาลระหว่างปี
2002-2005 โดยระบุว่าในแต่ละปีการปลูกกัญชาในสหรัฐตกปีละ
10,00 เมตริกตัน(
110 กิโลกรัมเท่ากับ
1 เมตริกตัน)
หากคิดกัญชาราคาปอนด์ละ
1,606 ดอลลาร์ ในขณะที่การขายปลีกกัญชาจะตกปอนด์ละระหว่าง
2,400-3,000 ดอลลาร์
(ตัวเลขปี
2001-2005) หากคำนวณ
10,000 เมตริกตันในราคาปอนด์ละ
1,606 ดอลลาร์ จะทำให้มูลค่าการปลูกกัญชาในสหรัฐตกปีละ
35.8 พันล้านดอลลาร์
ในทำนองเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบกับราคาพืชเศรษฐกิจอย่างอื่นของสหรัฐจะพบว่าในระหว่างปี
2003-2005 สหรัฐปลูกข้าวโพดมูลค่าปีละ
23.3 พันล้านดอลลาร์,ถั่วเหลือง
17.6 พันล้านดอลลาร์,หญ้าเฮย์
12.2 พันล้านดอลลาร์,ผักประเภทต่างๆปีละ
11.1 พันล้านดอลลาร์และข้าวสาลีปีละ
7.4 พันล้านดอลลาร์
เขาสรุปว่าการปลูกกัญชาในสหรัฐเพิ่มเป็น
10 เท่าตัวจากปี
1981 ที่ปลูกปีละ
1,000 เมตริกตันมาเป็น
10,000 เมตริกตันในปี
2006 แสดงให้เห็นว่านโยบายการนปลูกควบคุมการปลูกและการใช้กัญชาอย่างผิดกฎหมายล้มเหลว
ดังนั้นทำอย่างไรจึงจะทำให้นโยบายการควบคุมนี้มีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งออกออกกฎเกณฑ์ต่างๆ
และยิ่งไปกว่านี้จะมีการจัดเก็บภาษีหรือไม่เพื่อไม่ให้เด็กวัยรุ่นเข้าถึงได้ง่าย
นอกจากนี้กัญชาจะใช้กันมากในหมู่วัยรุ่นแทนยารักษาโรคชนิดอื่นๆรวมกัน
....ÍèÒ¹µèÍ
|