ซาส์ช่า เฮอร์รีร่า(Sascha Herrera)ภรรยาของเคิร์ต ทอมป์สัน (ขวา)วุฒิสมาชิกแห่งรัฐจอร์จเจียขณะเดินทางไปยังสำนักงานอิมมิเกรชั่นตึก the Martin Luther King Jr.ที่แอตแลนต้า เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2006  (AP Photo/Ric Feld)

สถานภาพการอยู่อาศัยอันซับซ้อน
ของภรรยาวุฒิสมาชิกรัฐจอร์เจีย

 สถานภาพการอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใดเช่นวีซ่านักเรียน,วีซ่าท่องเที่ยว,วีซ่าทำงาน,เจ้าหน้าที่ของประเทศอื่นๆ,การถือใบเขียวตลอดจนการเป็นพลเมืองอเมริกัน ย่อมเป็นที่ปรารถนาของทุกคน ไม่มีใครอยากเป็นโรบินฮู้ดตลอดไป

 เรื่องที่เกิดขึ้นกับภรรยาวุฒิสมาชิกแห่งรัฐจอร์เจีย (State Senator ) น่าสนใจ ดังนี้

ซาส์ช่า เฮอร์รีร่า(Sascha Herrera) วัย 28 ปี เกิดที่ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2006 เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น(Immigration and Customs Enforcement)ไปยังบ้านของเธอเพื่อนำตัวไปคุมขังรอการเนรเทศ แต่เธอไม่อยู่บ้านในขณะนั้น

 จนกระทั่งวันที่ 5 ธันวาคม เธอพร้อมด้วยสามีคือนายเคิร์ต ทอมป์สัน เป็นวุฒิสมาชิกมลรัฐจอร์เจียและนายชาร์ลส์ คักค์ ทนายความเดินทางไปยังตึก the Martin Luther King Federal Building ในแอตแลนต้าอันเป็นสำนักงานอิมมิเกรชั่น

 เธอให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าตอนนี้เธอรู้สึกเป็นกังวลมาก แต่เชื่อว่าตัวเองทำถูก และหวังว่าชื่อของเธอและชื่อของสามีไม่มีอะไรด่างพร้อย ขณะที่สามีของเธอกล่าวว่าสิ่งที่เขาคาดหวังก็คือหลังจากมีการสัมภาษณ์แล้วเธอจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน โดยไม่ต้องถูกเนรเทศ

  ทางด้านนาย Charles Kuck ทนายความยื่นเรื่องเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมเพื่อไม่ให้คำสั่งเนรเทศมีผลบังคับรวมทั้งขอนำเรื่องขึ้นพิจารณาใหม่ สาเหตุเพราะการยื่นขอลี้ภัย(an asylum petition)โดยผู้รับจ้างยื่นเรื่องหรือรู้จักกันในนามภาษาสแปนิชว่า notario นั้นเธอไม่ได้ยินยอมและไม่รู้ อีกทั้งในระหว่างนี้สามีของเธอกำลังทำเรื่องขอใบเขียวให้เธอ ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อเดือนเมษายน 2006

 เหตุที่เธอต้องถูกเนรเทศเป็นเพราะกรณียื่นเรื่องขอลี้ภัยการเมืองนั้นเธอไม่ได้ไปปรากฎตัวต่อหน้าผู้พิพากษาตามคำร้องที่ยื่นไว้ แม้จะมีหมายเรียกมาแล้วหลายครั้งก็ตาม ดังนั้นเธอจึงต้องหมายเรียกจากอิมมิเกรชั่นเพื่อเนรเทศ เรื่องจากเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะถือว่าผิดกฎหมาย

  สามีของเธอเป็นวุฒิสมาชิกระดับรัฐแห่งพรรคเดโมแครตและเป็นทนายความผู้ต่อสู้เพื่อคนอพยพเข้าเมืองตลอดมา

  จากการเปิดเผยของทนายความทราบว่าซาส์ช่าเดินทางเข้าสหรฐเมื่อปี 2003 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ซึ่งพ่อแม่ของเธออาสัญอยู่ในสหรัฐอยู่แล้ว ก่อนวีซ่าจะหมดอายุเธอยื่นขอต่อวีซ่าผ่าน

 Notario ซึ่งเป็นเสมือนพวกพารารีกัลหรือมีคุณสมบัติครบในการทำเรื่องให้ แต่ยังไม่ได้รับจนกระทั่งได้รับอนุญาตก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ 20 วัน

 จากนั้นThe notario แนะนำให้เธอยื่นขอลี้ภัยการเมืองเพื่อให้เธอลงชื่อ แต่เธอไม่ประทับใจในกรณีนี้จึงไม่ได้อนุญาตให้ทำ นี่เป็นคำพูดจากทนายความของเธอ

   ต่อมาในปี 2004 เธอได้รับวีซ่านักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Kennesaw State University แล้วเธอก็แจ้งให้  the notario ทราบว่าเธอไม่ต้องการให้เขาทำอะไรแก่เธออีกแล้ว

  เมื่อปี 2006 เธอได้พบกับทอมป์สันทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อเดือนเมษายน จากนั้นวุฒิสมาชิกทอมป์สันก็ยื่นเรื่องขอใบเขียวเพื่อให้เธออยู่อย่างถาวร ในระหว่างนั้น the notario ก็ยื่นขอลี้ภัยแก่เธอโดยใช้ที่อยู่ของเธอและสามี เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นมาตามตัวได้ถึงบ้าน

ทางด้านอัยการเทอรร์รี่ เบิร์ด(Terry Bird)ยินดีที่จะนำคดีนี้กลับมาพิจารณาใหม่ ซึ่งเธอจะได้รับการปล่อยตัวหลังจากสอบปากคำเสร็จโดยการยื่นคำร้องของสามีคือวุฒิสมาชิกเคิร์ต ทอมป์สัน แต่ตารางเวลาของการไต่สวนจะยังไม่ได้กำหนด อย่างไรก็ตามคดีนี้จะนำไปสู่การทำให้เธอได้อยู่อย่างถาวรเพราะสามีเป็นผู้ยื่นเรื่องให้

 สำหรับทนายความชาร์ลส์ คักค์ กล่าวว่าขณะนี้ยังถือว่าเธออยู่ในระหว่างการการดำเนินการขั้นเนรเทศ หลังจากคดีถูกฟื้นขึ้นพิจารณาใหม่ คาดว่าคงจะเป็น 2-4 เดือนข้างหน้า

 สรุปแล้วคนๆเดียวกว่าจะมาถึงจุดที่ได้อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมายต้องผ่านหลายด่าน ครั้งแรกได้วีซ่านักท่องเที่ยว,ต่อมาจะยื่นขอลี้ภัยการเมือง,จากนั้นได้วีซ่านักศึกษา และล่าสุดเมื่อแต่งงานสามีต้องยื่นแอพพลายให้อยู่อย่างถาวรถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ทั้งนั้น แต่ขอให้โชคดีอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นใช้ได้

มินเนโซต้าคือรัฐที่ผู้คนมีสุขภาพดีที่สุดติดต่อกัน 4 ปี

 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมกองทุนรวมสุขภาพ (United Health Foundation)ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรสังกัดในกลุ่ม United Health Group ออกรายงานประจำปีผลการสำรวจสุขภาพของประชากรในรัฐต่างๆพบว่าในปี 2006 คนอเมริกันมีสุขภาพดีเพิ่มขึ้น 0.3 % เมื่อเทียบกับปี 2005

 การจัดเก็บข้อมูลเพื่อนำมาเป็นมาตรวัดกระทำดังนี้พฤติกรรมส่วนบุคคล,สภาพแวดล้อมที่ผู้คนอาศัยอยู่และทำงาน,การตัดสินโดยสาธารณะรวมทั้งนักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง,คุณภาพการรักษาพยาบาลที่จัดให้จากเจ้าหน้าที่ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอื่นๆเช่นอัตราการสูบบุหรี่,อัตราการตายจากอุบัติเหตุยานยนต์,อัตราการเรียนจบไฮสคูล,อัตราความยากจนของเด็ก,การเข้าถึงและป้องกันโรค

  ผลการสำรวจพบว่ารัฐมินเนโซต้าติดอันดับ 1 มา 4 ปีซ้อนและยังติดอันดับ 1 ใน 11 ปีจาก 17 ปีที่ทำการสำรวจ รัฐนี้อัตราการไม่ประกันสุขภาพน้อยคือ 8.4 % (ที่เหลือมีประกันสุขภาพ) เด็กๆยากจนน้อยหรือ 10 % และอัตราการตายของเด็กเกิดใหม่น้อยเช่นกันคือตาย 5.1 ต่อ 1,000 รายของเด็กเกิดใหม่

 สำหรับรัฐอื่นอยู่อันดับต้นๆเรียงตามลำดับดังนี้Vermont,New Hampshire, Hawaii และ Connecticut สำหรับรัฐที่แย่สุดในบรรดา 50 รัฐคือรัฐ Louisiana ตามด้วย Mississippi, South Carolina, Tennessee และ Arkansas

 รัฐที่พัฒนาขึ้นมากคือก้าวกระโดดมาสู่ระดับดีคือรัฐ Illinoisตามด้วยรัฐOhio, Wisconsin และ Kansas ส่วนรัฐที่แย่ลงประกอบด้วยรัฐ New Mexico ตามด้วยรัฐ Idaho และ West Virginia

 การสำรวจครั้งนี้ยังพบว่าคนอเมริกันไม่มีประกันสุขภาพเพิ่มมากขึ้นกล่าวคือจากปี 1990 ไม่มีประกันสุขภาพ 13.4 % มาเป็น 15.9 % ในปี 2006 รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่  http://www.americashealthrankings.org....ÍèÒ¹µèÍ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping