วิลลาเรโกซ่า / วีระศักดิ์ ฟูตระกูล / จักร บุญ-หลง /ทรงศีล สุเสวี / สันติ ชุดินธรา / นฤชา ฤชุพันธุ์

อยากให้นายกเทศมนตรีแอล.เอ.

วิลลาเรโกซ่าไปเมืองไทยบ้าง(จบ)

ฉบับที่แล้วเขียนรายละเอียดกรณีที่นายแอนโทนิโอ วิลลาไรโกซ่า (Mayor Antonio R. Villaraigosa)นายกเทศมนตรีนครแอล.เอ.เดินทางไปเยือน 3 ประเทศคือจีน,ญี่ปุ่น,เกาหลีแถมฮ่องกงรวม 14 วันในช่วงเดือนตุลาคม 2006 โดยนำนักอุตสาหกรรม,นักธุรกิจไปเป็นทีมเรียกว่า Trade Mission และก็ได้ผลเพราะไปดึงเกาหลีมาลงทุนก่อสร้างได้ 300 ล้านดอลลาร์ ดึงร้านอาหารญี่ปุ่นและตลาดมาตั้งในแอล.เอ. นำสินค้าแฟชั่นแอล.เอ.ออกเสนอแก่ประเทศเหล่านี้รวมทั้งรณรงค์ดึงคนเอเชียมาท่องเที่ยวในแอล.เอ.

โดยเฉพาะญี่ปุ่นนั้นวิลลาเรโกซ่าไปเปิดแคมเปญ“SEE MY LA” วิธีการก็คือรณรงค์โฆษณาให้คนเดินทางมาเที่ยวแอล.เอ.ด้วยการปิดโปสเตอร์ในร้าน FamilyMart ซึ่งเป็นร้าน convenience store ในประเทศญี่ปุ่น,เกาหลีใต้,ไต้หวันและประเทศไทยรวม 12,000 สาขา  เป้าหมายต้องการให้คนหนุ่มสาวที่ยังไม่เคยเดินออกมาท่องเที่ยวออกมาเที่ยวเแอล.เอ.เป็นครั้งแรก

วิธีการโปรโมชั่นจะใช้ภาพของดาราฮอลลีวู้ดชักจูงคนในเอเชียมาเที่ยวแอล.เอ.ปิดโปสเตอร์ตามสถานีรถไฟ,ลงโฆษณาในนิตยสารแฟชั่น,แจกแผ่นพับ,โฆษณาในสถานีโทรทัศน์และปิดโปสเตอร์ตามศูนย์การค้าใหญ่ของประเทศเหล่านี้โดยมุ่งหวังว่าคน 4 ประเทศรวมประมาณ 300 ล้านคนจะได้เห็นโฆษณา นอกจากนี้ยังจะเปิดโอกาสให้กรอกใบสมัครจับสลากจาก FamilyMart ใครโชคดีก็จะได้เดินทางมาเที่ยวแอล.เอ.ฟรี 4 คืน 5 วัน มีทั้งหมด 40 รางวัล หรือประเทศละ 10 รางวัล

ที่สำคัญ City of L.A. จะทำงานร่วมกับสายการบินของแต่ละประเทศรวมทั้งบรรดาสื่อมวลชนในประเทศนั้นๆเพื่อรณรงค์และดึงคนมาเที่ยวแอล.เอ. คนญี่ปุ่นเดินทางมาแอล.เอ.ในปี 2005 นำเงินมาใช้จ่ายประมาณ 347 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยไต้หวัน 140 ล้านดอลลาร์และเกาหลีใต้ 109 ล้านดอลลาร์

คราวนี้วิธีการของไทยในสหรัฐที่จะเชิญวิลลาเรโกซ่าไปเยือนกรุงเทพฯนั้นคงจะต้องใช้การเจรจาภายในเหมือนการทูต เรื่องนี้คงจะเป็นหน้าที่ของ Team Thailand เพราะช่วงที่ท่านทูตวีระศักดิ์ ฟูตระกูล เดินทางมารับหน้าที่ใหม่ๆก็จัดทีมประเทศไทยออกเดินทางไปพบกับกลุ่มธุรกิจ-อุตสาหกรรมใหญ่ๆในสหรัฐมาแล้ว โปรแกรมนี้หากจะทำก็น่าจะเป็นไปได้เพราะทีมไทยแลนด์ในแอล.เอ.ก็มีกงสุลใหญ่จักร บุญ-หลง เป็นตัวหลักอยู่ มีสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่มี ผอ.ทรงศีล สุเสวี เป็นหัวเรือ เรามีสำนักส่งเสริมการลงทุนซึ่งมีคุณนฤชา ฤชุพันธุ์ เป็นผอ.

นอกจากนี้ยังมีสำนักงานททท.แอล.เอ.ที่มีผอ.สันติ ชุดินธรา เป็นผู้บริหารหลัก,มีบริษัทการบินไทยที่มีคุณมานิตย์ ไชยสุกุมาร เป็นผอ.การบินไทยภูมิภาคอเมริกา มีธนาคารอย่างน้อยก็ 2 ธนาคารคือธนาคารกรุงไทยโดยคุณสมศักดิ์ นนทกนก และธนาคารกสิกรไทยโดยคุณประเสริฐเชาว์ ธุวะนุติ

ในภาคเอกชนเรายังมีสภาหอการค้าไทยฯโดยมีคุณสมหมาย ปัทมคันธิน เป็นประธานฯมีสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้,ศูนย์ส่งเสริมชาวไทย ฯลฯรวมทั้งห้องอาหารไทยประมาณ 800 แห่ง(ใหญ่บ้างเล็กบ้าง)ที่โดดเด่นในคำว่า Thai Food  กระจายอยู่ในแอล.เอ.และปริมณฑลรอบๆ

ในภาคของ City of L.A. เชื่อว่ามีคนไทยทำงานอยู่ในหลายระดับอย่างน้อยคนไทยที่เป็นตำรวจ LAPD ก็มีอยู่หลายคนซึ่งตำรวจถือเป้นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของ Mayor  

การติดต่อเพื่อนำวิลลาเรโกซ่าไปเยือนเมืองไทยคงทำกัน 2 ระดับ ในระดับเมืองก็เป็นกทม.ซึ่งมีคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯ ในระดับรัฐบาลก็คงเป็นทั้งรัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวและการกีฬาตลอดจนพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นต้น

วิธีการที่จะกระทำได้ตัวอย่างเช่นในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ทราบว่าสถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.และทีมประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดเชิญบรรดากงสุลใหญ่ประเทศต่างๆรวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่นไปร่วมงาน”วันชาติ”ที่ลินคอล์น พลาซ่า มอนเทอเรย์พาร์ค อาจเชิญวิลลาเรโกซ่า(หรือเชิญแล้วก็ได้)ไปร่วมงานครั้งนี้ หากไปไม่ได้ก็ขอ Chief of Staff ของเขาไปเป็นผู้แทน

ในปี 2007 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระชนมายุครบ 80 พระชันษา จะต้องใช้ปีหน้าเป็นปีจุดพลุให้วิลลาเรโกซ่าเดินทางไปเยี่ยมเมืองไทยรวมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ตรงนี้ให้กระชับแน่น

อาจมีคำถามว่าทำไมใช้แอล.เอ.และแอนโทนิโอ วิลลาเรโกซ่าเป็นหลัก ทำไมไม่ใช้เมืองอื่น คำตอบมีเหตุผลอยู่หลายประการดังนี้

1.แอล.เอ.และเมืองรอบนอกเป็นเมืองที่มีคนไทยอาศัยอยู่มากที่สุด มีธุรกิจการค้าที่นำเข้าจากเมืองไทยมากที่สุดอีกทั้งยังเป็นเมือง Pacific rim ที่บินตรงระหว่างแอล.เอ.กรุงเทพฯ โดยมีทีมประเทศไทยอยู่ครบถ้วน

2.วิลลาเรโกซ่าเป็นนักการเมือง”ติดดิน” ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ขณะเรียนอยู่ไฮสคูลก็เป็นพวก Drop off ก่อนจะกลับมาเรียนจบ เคยเป็นประธานสภานิติบัญญัติรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็น L.A. City Council member ก่อนจะไต่มาเป็น Mayor และถือเป็นนักการเมืองดาวดวงเด่นสุดของสหรัฐในหมู่นักการเมืองเชื้อสายฮิสแปนิก

ประเด็นนี้ประเทศไทยไม่เพียงแต่จะได้จากแอล.เอ. และจากสหรัฐ แต่ยังรวมไปยังประเทศเชื้อสายฮิสแปนิกทั้งหลายต้องจับตามองเพราะเขาเป็นคนมี”สีสัน”ทีเดียว

3.เป็นที่ทราบกันดีว่าธุรกิจห้องอาหารไทยหรือ Thai Food ยังต้องการปริมาณผู้บริโภคต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนเชื้อสายฮิสแปนิกนิยมรับประทานอาหารไทยที่มีรสชาติเผ็ดที่พวกเขารับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเภทโป๊ะแตก,ข้าวผัดและก๋วยเตี๋ยวแบบผัดจีน ส่งผลให้ร้านอาหารไทย”ร่ำรวย”กันมากแห่ง แต่อาหารไทยยังมีอีกมากมายที่ต้องแนะนำเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคสหรัฐ ปัจจุบันที่หลักๆก็มีผัดไทย,ต้มยำกุ้ง,ไทย บาร์บีคิวหลายอย่าง

  ธุรกิจการนำเข้าสินค้าจากเมืองไทย (Wholesale)และห้องอาหารไทยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นแรงขับเศรษฐกิจของแอล.เอ.เพราะมีการจ้างงานคนรวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอีกหลายอย่าง ประเด็นนี้ใช้มาเป็นจุดชักชวนวิลลาเรโกซ่าได้ด้วย

 4.ผลที่จะตามมาถือเป็นการแลกเปลี่ยน 2 ทางระหว่างแอล.เอ.กับประเทศไทย ยิ่งช่วงนี้สถานการณ์การเมืองไทยโดยรัฐบาลชุดพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ต้องการทำความเข้าใจกับประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดินทางออกไปพบผู้นำประเทศเพื่อนบ้านตีวงออกไปจากกลุ่มอาเซียน,กลุ่มประเทศเอเชียและระดับอื่นๆทั่วโลกเช่นการประชุมกลุ่ม APEC ที่ฮานอยในเร็วๆนี้

 ข้อเสนอแนะเหล่านี้อาจเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าทีมประเทศไทยจะเห็นสมควรแค่ไหนอย่างไรเพราะลำพังเราชาวบ้านคงไม่มีอำนาจหน้าที่ไปเชื้อเชิญนายกเทศมนตรีแอล.เอ.ให้เดินทางไปเยือนเมืองไทยได้ เรื่องนี้จำเป็นต้องใช้”การเมืองนำธุรกิจ-การค้า”

ผมอยากเห็นบริษัทคนไทยไปเปิดเมืองนอก

นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าวันที่ 13 ..นี้จะประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศจากทุกประเทศ (ทูตพาณิชย์) เพื่อหารือทิศทางการส่งออกในปี 2550 และแนวทางในการทำงานโดยเฉพาะแผนการบุกเจาะตลาดจะปรับให้เข้มข้นขึ้น และให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เพราะปีหน้ายอมรับว่ามีปัจจัยเสี่ยงสูง ทั้งเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว ปัญหาราคาน้ำมัน และความผันผวนของค่าเงิน

โดยแผนงานที่จะนำมาดำเนินการเพิ่มเติมในด้านตัวสินค้าจะให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศ ต่างๆ ไปศึกษาดูว่ามีสินค้าอะไรใหม่ๆที่จะขายได้ วิธีขายควรจะเป็นอย่างไร การเข้าสู่ตลาดต้องทำอย่างไร เพราะหากสามารถกำหนดเป้าหมายสินค้าเป้าหมายตลาดได้แล้ว จะสามารถผลักดันการส่งออกให้เพิ่มขึ้นได้ สำหรับด้านบริการ มีธุรกิจบริการอีกหลายธุรกิจที่ไทยมีขีดความสามารถ นอกเหนือจาก บริการที่ไทยทำสำเร็จอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ภัตตาคาร สุขภาพ บันเทิง

“เป้าหมายของผม ผมอยากเห็นบริษัทคนไทยไปเปิดในเมืองนอก อยากให้เลิกคิดว่าผลิตและส่งออกไปก็พอใจแล้ว เพราะเมื่อมีสินค้าที่ถูกกว่าก็ต้องมาวุ่นวายลดต้นทุน เช่น มาขอให้รัฐช่วยลดภาษี ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากและในที่สุดก็จะแข่งขันไม่ได้ ทำไมไม่คิดจะไปผลิตในที่ที่ต้นทุนแรงงานถูกแทนที่จะผลิตในประเทศและส่งออกไป อันนี้เป็นเรื่องของการเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจอยากทำให้เห็นว่าปีหน้าบริษัทไทยจะต้องไปลงทุนต่างประเทศกี่บริษัท สินค้าอะไรบ้าง จะกำหนดเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน” นายราเชนทร์กล่าว....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping