เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ
7 พ.ย.- ชิงธงคุมสภาคองเกรส
วันที่
7 พฤศจิกายน
2006 เป็นการเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐหรือที่เรียกว่า
Midterm
elections
การเลือกตั้งครั้งนี้แบ่งเป็น
2 ระดับคือระดับรัฐบาลกลางกับระดับมลรัฐ ในระดับรัฐบาลกลางจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)สภาล่างทั้ง
435 เขต เพราะส.ส.อยู่ในตำแหน่งเทอมละ
2 ปี
พร้อมกันนี้ยังมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาหรือซีเนต
1 ใน 3 ที่ครบวาระหรือ
33 ที่นั่งซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแต่ละรัฐส.ว.คนไหนครบวาระเพราะการครบวาระแตกต่างกัน
ในจำนวนนี้พรรครีพับลิกันจะป้องกันตำแหน่ง
15 ที่นั่ง พรรคเดโมแครตป้องกัน
17 ที่นั่งและอีก
1 ที่นั่งเป็นของส.ว.อิสระคือนายจิม
เจฟฟ์เฟิร์ด(Jim Jeffords)แห่งรัฐเวอร์มอนต์
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะคุมสภาคองเกรสได้อย่างแท้จริง
ปัจจุบันพรรครีพับลิกันควบคุมอยู่ทั้ง
2 สภาหรือมีจำนวนมากกว่า
ณ เวลานี้ที่นั่งส.ว.เปิดกว้าง
4 ที่นั่งกล่าวคือนายบิล
ฟริสต์ ผู้นำพรรครีพับลิกันสภาสูงประกาศไม่ลงป้องกันตำแหน่งวุฒิสมาชิกรัฐเทนเนสซี่เพราะเขาเตรียมตัวจะไปลงสมัครชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีในปี
2008 ส่วนจิม เจฟฟ์เฟิร์ด
ส.ว.อิสระก็ประกาศวางมือ อีก 2 ที่นั่งนั้น
พอล ซาร์เบนส์
พรรคเดโมแครตรัฐแมรี่แลนด์และจอน
คอร์ซีน เดโมแครตรัฐนิวเจอร์ซี่
วางมือเช่นกัน
ดังนั้นแต่ละพรรคก็วางแผนที่จะชิงชัยในแต่ละเขตเพื่อให้สมาชิกพรรคของตนครองตำแหน่งเหมือนเดิมหรือชิงชัยมาจากพรรคอื่น
เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม
การเลือกตั้งในระดับที่สองคือระดับมลรัฐที่น่าสนใจก็คือมีตำแหน่งผู้ว่าการรัฐเป็นเดิมพัน
36 รัฐ ในจำนวนนี้
22 รัฐพรรครีพับลิกันต้องป้องกันตำแหน่งที่เหลือเป็นผู้ว่าสังกัดพรรคเดโมแครต
ในจำนวนนี้รัฐแคลิฟอร์เนีย
นายอาร์โนลด์
ชวาเซนเนกเกอร์
จะต้องป้องกันตำแหน่งโดยมีนายฟิล
แองเจลิดี้
ผู้แทนจากพรรคเดโมแครตลงมาชิงชัย
การเลือกตั้งระดับมลรัฐยังมีลงคะแนนอีกหลายประเภทอาทิเช่นตำแหน่งรองผู้ว่าการรัฐ,เลขานุการรัฐ(
Secretary of State),อัยการสูงสุด,มนตรีคลัง,ผู้ควบคุมการเงินของรัฐ (Controller),อินชัวรันซ์
คอมมิชชั่นเนอร์
ฯลฯ ตลอดจนผู้พิพากษา นอกจากนี้แต่ละคนยังจะลงคะแนนเสียงสนับสนุนร่างกฎหมาย
(Proposition) ต่างๆที่อยู่ในบัตรเลือกตั้งว่าจะรับหรือไม่รับร่างกฎหมายนั้นๆ
อาทิเช่นรัฐแคลิฟอร์เนียเสนอ
Prop.86 ขอขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่อีกเป็นซองละ
2.60 ดอลลาร์
การเลือกตั้งที่กล่าวมาไม่ได้มีเฉพาะพรรครีพับลิกันกับพรรคเดโมแครตเท่านั้น
ยังมีพรรคอื่นๆลงร่วมชิงชัยอาทิเช่นพรรคกรีน,พรรคสันติและเสรีภาพ,พรรคอเมริกันอิสระ,พรรคอิสรภาพ
เป็นต้น
ท่านที่เป็นพลเมืองอเมริกันแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง
ในรัฐแคลิฟอร์เนียกำหนดวันสุดท้ายลงทะเบียน
(Register to Vote) เป็นวันจันทร์ที่
23 ตุลาคม รัฐอื่นๆก็ดูตามที่กฎหมายแต่ละรัฐกำหนดว่าจะลงทะเบียนล่วงหน้าก่อน
Election day ได้เมื่อใด
ช่วงนี้ยังไม่ทราบว่าใครจะเป็นหมู่หรือจ่า แต่เท่าที่โพลออกมานั้นพรรครีพับลิกันเพลี่ยงพล้ำอยู่
2 ประเด็นใหญ่ๆในช่วงนี้กล่าวคือประการแรก
นโยบายสงครามในอิรัก
ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มต่อต้านไม่เห็นด้วยกับการใช้จ่ายเงินมหาศาล
ประการที่สองเป็นเรื่องของศีลธรรม
หลังจากที่ส.ส.มาร์ค
ฟอลี่ย์ แห่งฟลอริด้าทำเรื่องอื้อฉาวได้การส่งอีเมลขอมีเซ็กซ์กับเด็กผู้ชายวัยรุ่น
โพลของ Associated Press-Ipsos ระบุว่าในขณะที่เรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นพบว่า
2 ใน 3 จะเลือกพรรคเดโมแครตเพราะเห็นว่าพรรครีพับลิกันมีข่าวคอร์รัปชั่นและข่าวอื้อฉาวทางเซ็กซ์
ถือเป็นเรื่องไร้จริยธรรมของนักการเมือง
ขณะที่ยุทธวิธีของพรรคเดโมแครตยังหวังจะได้คะแนนเสียงจากกลุ่มฮิสแปนิกโดยมุ่งหาเสียงเรื่องการปฏิรูปกฎหมายคนเข้าเมือง
แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นผลหรือไม่เพราะมีสมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนลงคะแนนเสียงสนับสนุนการล้อมรั้วกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกความยาว
700 ไมล์
ฮิสแปนิกเป็นชนกลุ่มน้อยขนาดใหญ่ในสหรัฐ
จำนวนนี้ 60
% มีเชื้อสายเม็กซิกัน
ปกติแล้วกลุ่มฮิสแปนิกจะเป็นผู้เลือกพรรคเดโมแครต
แต่ทว่าในปี
2004 การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปรากฎว่าฮิสแปนิกเลือก
จอร์จ บุช
ระหว่าง 40-45 %
คนเชื้อสายฮิสแปนิกในสหรัฐมี
42.7 ล้านคน ในจำนวนนี้
17.2 ล้านคนมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่ในปี
2004 พวกเขาลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์โหวตเพียง
9.3 ล้านคน
เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์
ดังนั้นคนไทยทุกคนที่เปลี่ยนสัญชาติเป็นพลเมืองอเมริกันแล้ว
สมควรที่จะไปลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะการแปลงสัญชาติเป็นอเมริกันประเด็นสำคัญที่สุดคือการมีสิทธิ์มีเสียงลงคะแนน ประการที่สองคือสิทธิประโยชน์
(Benefits) ที่จะได้รับจากสหรัฐ
นักการเมืองอเมริกันทุกคนจะวิ่งมาหาเรา หากเรามีเสียงให้เขานี่คือสัจธรรม....อ่านต่อ
อ่านต่อ.....เพลย์บอย คลับ ลาส เวกัส"คิดใหม่"ให้บันนี่เป็นดีลเลอร์และเสิร์ฟเหล้า
|