COBRA GOLD is an annual joint/combined multilateral exercise to improve readiness and interoperability between participating forces. Here, the five-nation color guard posts their colors during the opening ceremony for COBRA GOLD 2004 in Korat, Thailand.(Photo by SSgt. JoAnn S. Makinano, USAF)

A U.S. and Thai Marine quickly clear the area after loading the M198 Howitzer during Exercise Cobra Gold 2002. The two forces shared tactics and techniques for employing the M198 Howitzer in a jungle environment.
ประธานาธิบดีจอร์จ บุช(ขวา)ร่วมกับนายพลเปอร์เวซ มูสาราฟ แห่งปากีสถานแถลงข่าวที่ห้อง  the East Room ของทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2006(REUTERS/Joshua Roberts)
คอนดี ไรซ์ รมว.ต่างประเทศสหรัฐแสดงออกอย่างไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารครั้งนี้ เธอมีความสัมพันธ์อันดีกับ ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล อดีตรมว.ต่างประเทศของไทย

นโยบายสหรัฐขึ้นอยู่กับผลประโยชน์
ตัดสัมพันธ์-งดกิจกรรมทหารกับไทย

ข่าวจากสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2006 ว่าหนังสือพิมพ์รายวันสตาร์ แอนด์ สไตรพ์ส หนังสือพิมพ์ทางการของกองทัพสหรัฐอเมริกามีคำสั่งให้ระงับกิจกรรมทางทหารที่ดำเนินในลักษณะชั่วคราวทั้งหมดในประเทศไทย ขณะที่พลเรือเอกวิลเลียม ฟัลลอน ผู้บัญชาการกองบัญชาการกองทัพสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก กล่าวว่าการรัฐประหารในไทยอาจทำให้ความ สัมพันธ์ระหว่างกองทัพอเมริกันและไทยที่ดำเนินมาเป็นเวลายาวนานต้องถดถอย

ทั้งนี้กองทัพทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างลึกซึ้งและมีการฝึกร่วมทางทหารระหว่างกันไม่น้อยกว่า 40 ครั้งในแต่ละปี เนื่องจากไทยถูกยกระดับความสัมพันธ์เป็นหนึ่งในประเทศพันธมิตรสำคัญนอกกลุ่มนาโต้ (เมเจอร์ น็อน-เนโต อัลลาย) ที่สหรัฐอเมริกาสามารถมีสัมพันธ์ทางทหารเป็นพิเศษได้เพื่อผลในเชิงยุทธศาสตร์ แม้จะไม่ใช่ประเทศที่เป็นสมาชิกในกลุ่มประเทศเพื่อการป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ก็ตาม

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันประมาณ 100 นาย ที่ประจำอยู่ในไทยในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ กลุ่มให้ความช่วยเหลือทางทหารร่วมในไทย (เจเอ็นเอจี-ที) จะไม่ตกอยู่ในข่ายต้องระงับการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวนี้

นายมาร์ก เคิร์ก ..รัฐอิลลินอยส์ สังกัดพรรครีพับลิกัน ออกโรงเรียกร้องให้กระทรวง กลาโหมให้ยุติความสัมพันธ์ทางทหารใดๆที่มีกับกองทัพไทยทั้งหมด หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ตีพิมพ์บทบรรณาธิการเรียกร้องให้ยุติความสัมพันธ์ใดๆกับไทยแม้แต่กับรัฐบาลที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คปค. จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ขณะที่นสพ. นิวยอร์ก ไทม์ส ตั้งข้อสังเกตไว้ในวันเดียวกันว่าพิจารณาจากประวัติศาสตร์ของไทยแล้วไม่เคยมีการรัฐประหารครั้งไหนทำให้ประเทศนี้ดีขึ้นเลย

กล่าวได้ว่าทุกคนในโลกนี้มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์และไม่เห็นด้วยในหลักการทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐ แต่หากลองมาพิจารณานโยบายของสหรัฐเกี่ยวกับเรื่องนี้ดู สหรัฐพิจารณาทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าอื่นใด กล่าวคือในหลักการสหรัฐเป็นประเทศแม่แบบประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งทุกระดับเพื่อนำตัวแทนประชาชนขึ้นมาบริหารงานตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประธานาธิบดี

แต่ในวิธีการแล้วสหรัฐจะต้องรักษาผลประโยชน์ของตัวเองอย่างถึงที่สุด ตัวอย่างมีให้เห็นดังนี้ ในช่วงที่พลเอกเปอร์เวซ มูสชาราฟ ประธานาธิบดีปากีสถานเดินทางมาเยือนสหรัฐโดยเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่นิวยอร์ก จากนั้นเข้าพบประธานาธิบดีจอร์จ บุช ที่วอชิงตันดี.ซี. ทั้งๆที่มูสชาราฟก็ขึ้นครองอำนาจด้วยการทำรัฐประหารเมื่อ 7 ปีที่แล้ว โดยไม่เสียเลือดเนื้อเหมือนเช่นคณะคปค.กระทำเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2006

อาจมีคำถามว่าทำไมรัฐบาลจอร์จ บุช ยังคงยินยอมต้อนรับนายพลมูสชาราฟ สาเหตุก็เพราะสหรัฐมีผลประโยน์อยู่ในประเทศปากีสถาน รัฐบาลสหรัฐต้องใช้ปากีสถานเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารตั้งแต่กรณีบุกเข้าทำลายเครือข่ายการก่อการร้ายอัล ไควดะในประเทศอัฟกานิสถาน จนถึงปัจจุบันจึงไม่สนใจภูมิหลังว่านายพลมูสชาราฟขึ้นสู่อำนาจรัฐด้วยวิธีใด

ในทำนองเดียวกันเมื่อย้อนกลับไปในช่วงสงครามเวียดนามยุคค.ศ. 1960 ต่อ 1970 สหรัฐใช้ประเทศไทยเป็นฐานทัพเพื่อส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดในเวียดนามเป็นการทำสงครามเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ ส่งทหารเข้ามาพักผ่อนในประเทศไทย (บางคนมีเมีย-มีลูกกลายเป็นเด็ก Amerasian ขึ้นมาคือเด็กที่เกิดจากพ่อชาวอเมริกันมีแม่เป็นชาวเอเชียจะพบเห็นได้ในหลายประเทศที่เกี่ยวพันกับสงครามอินโดจีน เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่กลายเป็นเด็กกำพร้า สังคมจะต้องรับภาระ) หนักเข้าสงครามเวียดนามขยายอาณาเขตกลายเป็นสงครามอินโดจีนโดยรวมเอาประเทศเขมรและลาวเข้าไปด้วย สงครามจบลงเมื่อเดือนเมษายน 1975 สหรัฐพ่ายแพ้กลับประเทศ

ระหว่างที่ทำสงครามอินโดจีนอยู่นั้น รัฐบาลในภูมิภาคอินโดจีนเป็นรัฐบาลเผด็จการทหารทั้งสิ้น ประเทศไทยจอมพลถนอม กิตติขจร,จอมพลประภาส จารุเสถียรและคณะเรืองอำนาจ ประเทศเขมรรัฐบาลนายพลลอนนอลเรืองอำนาจ ประเทศเวียดนามรัฐบาลนายพลเหงียน วันเทียวและนายพลเหงีวยน เกากี เรืองอำนาจ

ก็ไม่เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐต้องการให้ประเทศเหล่านี้จัดการเลือกตั้งตาม”หลักการ”ของระบอบประชาธิปไตยที่สหรัฐยึดถือแต่อย่างใด

หรือจะยกตัวอย่างอีกกรณีก็ได้เช่นรัฐบาลจีนได้ใช้กำลังทหารบดขยี้กลุ่มเรียกร้องประชาธิป ไตยที่จัตุรัสเทียน อัน เหมิน ทำให้สหรัฐประนามการกระทำครั้งนี้ว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ต่อมารัฐบาลจีนอนุญาตให้บริษัทรถยนต์อเมริกัน,บริษัทธุรกิจ-อตุสาหกรรมและอื่นๆเข้าไปลงทุนในจีน มีการเปิดตลาดให้สินค้าจีนเข้าสหรัฐ ก็ไม่เห็นสหรัฐประนามจีนว่าละเมิดสิทธิมนุษยนอีกต่อไป ดังนั้นจึงสรุปได้ว่านโยบายสหรัฐขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของประเทศมากกว่าอื่นใด

 การแสดงออกของสหรัฐในกรณีลดความสัมพันธ์กับทหารไทยดูแล้วเสมือนปากว่าตาขยิบกล่าวคือ ประการแรก ยังคงนายทหารอเมริกันกว่า 100 คนปฏิบัติการในประเทศไทยต่อไปโดยไม่ถอนกลับ ประการที่สองจะต้องแสดงออกว่าไม่ยอมรับการกระทำของคปค.รวมทั้งรัฐบาลใหม่ที่จะถูกแต่งตั้งโดย คปค.จนกว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้ง  เรื่องนี้เราต้องเห็นใจอเมริกันเพราะจะต้องแสดงบทบาทของความเป็น”แม่แบบ”ประชาธิปไตยให้ชาวโลกได้รับรู้ 

ส่วนนักวิจารณ์ชาวอเมริกันรวมถึงส.ส. เชื่อว่าหลายคนคงอาจไม่เคยเดินทางไปเมืองไทยหรือศึกษาเนื้อแท้ของเมืองไทย นักวิจารณ์เหล่านี้คิดตามแบบฉบับว่าเมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว นั่นคือประชา ธิปไตย โดยไม่ได้สัมผัส”เนื้อหา”อันแท้จริงว่าหลังการเลือกตั้งแล้วรัฐบาลพลเรือนนั้นเป็น”เผด็จการทางรัฐสภา” หรือไม่ ได้อำนาจมาด้วยการซื้อเสียงเพื่อค้ำจุนอำนาจของตัวเองหรือไม่ ตักตวงผลประ โยชน์ของส่วนรวมไปสู่กลุ่มและพรรคพวกตนหรือไม่  เมื่อมีองค์กรอิสระเข้าไปตรวจสอบก็ซื้อองค์กรอิสระไว้เป็นพวกของตน ทำให้คนไทยในประเทศไทยคับแค้นใจ พวกเขามองถึงสิ่งเหล่านี้หรือไม่

นี่ต่างหากคือสิ่งที่นักวิจารณ์จะต้องเข้าไปศึกษาให้ถ่องแท้ รวมทั้งศึกษาถึงประวัติศาสตร์ของสงครามอินโดจีนและสงครามในอัฟกานิสถานปัจจุบันด้วย จึงจะเห็นภาพรวมเรื่องความสัมพันธ์

ทางด้านทหารของประเทศสหรัฐและประเทศไทย....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping