
นักศึกษาในโครงการ SEVIS
โครงการ
SEVIS คือระบบฐานข้อมูลในเว็บไซท์ที่นำข้อมูลของนักศึกษาต่างประเทศผู้ถือวีซ่าประเภท nonimmigrant students และ
exchange visitors เดินทางเข้ามาสหรัฐเพื่อศึกษาเล่าเรียน
เป็นฐานข้อมูลสำคัญของกระทรวงความมั่นคงภายในสหรัฐ(DHS) ที่ต้องจัดทำเพื่อความมั่นคงของประเทศ
ชื่อเต็มของโครงการ SEVIS คือ the Student and Exchange Visitor
Information System เกิดขึ้นโดยอาศัยมาตรา
641 ของกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปการเข้าเมืองและความรับผิดชอบ( the Illegal Immigration Reform
and Immigrant Responsibility Act (IIRIRA) ปี 1996 รวมทั้งยังอาศัยกฎหมาย
USA
PATRIOT Act ปี 2001 เพื่อให้โครงการนี้มีผลบังคับใช้ก่อนวันที่
1 มกราคม 2003
หน่วยงานที่บริหารโครงการ
SEVIS คือ SEVP สังกัด
DHS ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหารให้คำแนะ
นำตลอดจนอนุมัติโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในโครงการ(สถาบันการ
ศึกษาที่ไม่อยู่ในโครงการไม่มีสิทธิรับนักศึกษาต่างชาติ)
SEVP จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดเก็บรวบรวมข้อมูลรวมทั้งมอบข้อมูลนี้ให้กับทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วมเข้าถึงได้
อาทิเช่นแก่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ(
the Department of State)สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน(
U.S. Customs and Border Protection,) สำนักงานบริการพลเมืองและแปลงสัญชาติ(U.S.
Citizenship and Immigration Services)และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร(
U. S. Immigration and Customs Enforcement)
โครงการ
SEVIS จะทำหน้าที่ตรวจสอบและคอยตรวจตรานักศึกษาต่างชาติที่เดินทางเข้ามาศึกษาด้วยวีซ่า
F หรือ Mและยังสามารถรับบุคคลเข้ามาสหรัฐด้วยวีซ่า J(วีซ่า J เรียกในภาษาอังกฤษว่า
exchange
visitor program )ได้ด้วย
SEVIS ทำความเข้าใจง่ายๆก็คือเป็นฐานข้อมูลของนักศึกษาต่างชาติที่ถูกบรรจุอยู่ในระบบอินเตอร์เน็ตของทางการสหรัฐ
ข้อมูลของนักศึกษาจะถูกบรรจุเข้าไว้ก่อนและในระหว่างอยู่ในสหรัฐ แต่เมื่อนักศึกษาพ้นจากสหรัฐหรือย้ายไปเข้าสถาบันการศึกษาอื่น
ข้อมูลก็จะมีการ
updated ให้ทราบ
การที่นักเรียนนักศึกษาได้รับวีซ่าประเภท
F-1
หมายความว่าจะเข้ามาศึกษาเล่าเรียนเต็มเวลา
ส่วน F-2 คือคู่สมรสและลูกๆของผู้ถือวีซ่า
F-1
M-1 เป็นวีซ่าที่อาจมาฝึกอาชีพหรือเป็นสถาบันการศึกษาประเภท
nonacademic
institution ส่วนผู้ถือวีซ่าประเภท M-2 คือคู่สมรสหรือลูกๆของผู้ถือวีซ่า
M-1
วิธีการทำงานก็คือหลังจากวันที่
30 มกราคม 2003 สถาบันการศึกษาทุกแห่งที่ได้รับเข้าร่วมในโครงการมีหน้าที่ออก
I-20 โดยใช้ SEVIS Forms I-20 เป็นหลักในการอนุมัติ
I-20
แก่นักศึกษา
เพื่อนักศึกษาจะได้นำไปยื่นขอวีซ่าจากสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกันในประเทศนั้นๆออกวีซ่า
ให้ก่อนจะเดินทางเข้ามาเรียนในสหรัฐ
สถาบันการศึกษาจะต้องกรอกข้อมูลของนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนก่อนวันที่
30 มกราคม 2003 ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่
1 สิงหาคม 2003
สถาบันการศึกษาจะต้องรายงานที่อยู่ซึ่งนักศึกษาพักอาศัยและที่อยู่เพื่อรับไปรษณีย์(physical and mailing address) ในกรณีที่อยู่ทั้ง
2 ประเภทไม่ตรงกัน
นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอื่นๆอาทิเช่นนักศึกษาย้ายสถานที่เรียน,นักศึกษาไม่อาจเรียนเต็มเวลาได้อาจเกิดจากสุขภาพหรือปัญหาเรื่องการเรียน
ฯลฯ
นักศึกษาที่ขอวีซ่าทั้งประเภท
F, J,M ในโครงการ
SEVIS ต้องเสียค่าธรรมเนียม
100 ดอลาร์ เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่
1 กันยายน 2004 เป็นต้นไป
ในกรณีของผู้ขอวีซ่า J-1(exchange visitor programs )จะได้รับการลดหย่อน
35 ดอลลาร์หรืออาจได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม
การเสียค่าธรรมเนียมอาจเสียผ่านอินเตอร์เน็ตด้วยระบบเครดิต
คาร์ด,ส่งเช็คทางไปรษณีย์,จ่ายผ่านบริษัท
the
Western Union Quick Pay ™ สามารถใช้เงินสกุลของประเทศท้องถิ่นได้
หรือบุคคลที่สามเช่นสถาบันการศึกษาหรือสปอนเซร์ก็สามารถจ่ายแทนนักศึกษาได้เช่นกัน
วิธีการคุมเข้มนักศึกษา
นักศึกษาเมื่อถือวีซ่า
F-1
หรือ M-1 เข้าสหรัฐจะต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สถาบันการศึกษาภายใน
30 วันนับจาก the Program Start Date หากนักศึกษรายงานตัวสถาบันการศึกษาจะต้องลง
ทะเบียน หากไม่แสดงตัวให้จำหน่าย(terminate for no show)
ทุกภาคการศึกษาสถาบันการศึกษาจะต้องจัดทำรายงานภายใน
30 วัน เริ่มจาก Next
Session Start Date หากนักศึกษาลงทะเบียนเรียนต่อให้บันทึกการลงทะเบียน
แต่ถ้าไม่แสดงตัวให้จำหน่าย
( terminate for Failure to Enroll) และนักศึกษาผู้นั้นก็จะถูกจำหน่ายออกจากระบบ
SEVIS
นักศึกษาที่จะย้ายสถาบันการเรียนโรงเรียนจะต้องร่างบันทึกส่งตัว
โดยให้กระทำหลังจากโรงเรียนได้ปล่อยตัวนักศึกษาไปแล้ว
(the Record Release Date)แต่จะต้องกระทำก่อนวันเริ่มเรียน(
the Program Start Date) หากโรงเรียนไม่จัดทำตามนี้หรือทำไม่สมบูรณ์นักศึกษาก็จะถูก
terminates จากระบบ
SEVIS
ในกรณีที่นักศึกษาย้ายสถาบันการศึกษาใหม่
ทางสถาบันจะต้องรับแจ้งจากนักศึกษาภายใน
15 วัน หลังจากวันเริ่มเรียน(the Program
Start Date)หรือจะแจ้งล่วงหน้าก็ได้ หากภายใน
30 วันนักศึกษาไม่ไปรายงานตัวให้
terminate
ระเบียบปฏิบัติของนักศึกษา
กฎเกณฑ์ทั่วไปมีว่านักศึกษาผู้ใดที่ไม่ได้เข้าเรียนติดต่อกันเป็นเวลา
5 เดือน ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกสหรัฐจะต้องยื่นขอวีซ่า F-1 ใหม่จึงจะกลับเข้าเรียนในสหรัฐได้
บุคคลเหล่านี้ถือว่าขาดสถานภาพการเป็นนักศึกษา
(fallen
out of student status )
ภายใต้กฎหมายคนเข้าเมือง
นักศึกษาที่ขาดสถานภาพอาจเกิดจากสถาบันการศึกษาไม่ได้เปิดหลักสูตรหรือไม่ได้เปิดสอนติดต่อกันเป็นระยะ
5 เดือนก็ได้ หรือเมื่อสถาบันการศึกษาเดิมส่งตัวนักศึกษาไปเรียนสถาบันใหม่
แต่นักศึกษาไม่ติดต่อเข้าเรียนภายใน
5 เดือนก็ถือว่าขาดสถานภาพ
หากนักศึกษาในสหรัฐที่ขาดสถานภาพและต้องการสถานภาพนักศึกษากลับคืนมาจะต้องยื่นขอจากสำนักงานบริการพลเมืองและแปลงสัญชาติ (USCIS)ด้วยการกรอกแบบฟอร์มForm I-539 รวมทั้งกรอกรายละเอียด SEVIS Form I-20 ให้สมบูรณ์ ในระหว่างการยื่นขอสถานภาพและยังไม่ได้รับอนุญาตนั้นนักศึกษาสามารถเรียนหนังสือต่อได้ เมื่อนักศึกษาได้รับสถานภาพกลับคืนมาให้ถือว่าวีซ่าประเภท
F-1
หรือ M-1 ไม่ขาดอายุ
ในกรณีที่
USCIS ปฏิเสธคืนสถานภาพ
ผู้ถือวีซ่า
F-1/M-1 ถือว่าสูญสถานภาพ
ทางเดียวที่จะทำได้คือการเดินทางออกนอกสหรัฐโดยด่วน
เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาในอนาคตที่ไม่อาจยื่นขอวีซ่าเข้าสหรัฐได้ในระยะเวลา
3 ปีหรือ 10 ปี
ตามกฎหมายอิมมิเกรชั่น
ในระหว่างการถือวีซ่านักศึกษาเช่น
F-1 นักศึกษาสามารถเดินทางออกนอกสหรัฐไปเยี่ยมบ้านได้ในช่วงปิดเทอมหรืออาจจะขอหยุดทั้งภาคเรียนก็ได้หากสถาบันการศึกษาอนุมัติ
แต่อย่างไรก็ตามหากขาดเรียนติดต่อกัน
5 เดือนจะถือว่าวีซ่านั้นขาดสถานภาพ
ดังนั้นถ้าได้รับอนุญาตให้หยุดติดต่อกันเกิน
5 เดือน สถาบันการศึกษาแห่งนั้นต้องจำหน่ายชื่อนักศึกษาออกจากระบบ (SEVIS record
terminated for Authorized Withdrawal) เมื่อต้องการจะกลับเข้ามาเรียนใหม่ต้องยื่นขอ Form I-20 ใหม่เพื่อที่จะได้รับหมายเลข
SEVIS ใหม่และต้องจ่ายค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 ($100.00)อีกด้วย
ในกรณีที่สถาบันการศึกษามีโครงการให้นักศึกษาผู้นั้นเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศเพื่อประโยชน์ของสถาบัน
(เหมือนส่งไปเรียน)
แม้ว่าจะอยู่นอกสหรัฐเกิน
5 เดือนก็ให้ถือว่าได้ลงทะเบียนเรียนในสหรัฐ ไม่ถือว่าวีซ่าขาดอายุ
สำหรับตัวเลขของสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมในโครงการ
นับไตรมาสสุดท้ายของปีงบประ
มาณ 2005 รวม 10,174 แห่ง
มีนักศึกษาในโครงการ
766,052 ราย เป็นผู้ถือวีซ่า
F-1,
M-1 และ J-1นอกจากนี้ยังมีคู่สมรสและลูกๆของผู้ถือเหล่านี้ติดตามมาอยู่ในสหรัฐด้วยรวม 115,747 ราย ....ÍèÒ¹µèÍ
|