
การซื้อรถเก่าข้างถนนต้องระวัง
เรื่องนี้น่าสนใจเพราะรถยนต์เป็นพาหนะของทุกคนที่จะนำไปทำงาน
ทำธุรกิจ ไปโรงเรียน
ไปท่องเที่ยว
คนอเมริกันจึงหนีไม่พ้นรถยนต์อันเป็นมาตรฐานของชนชั้นกลาง เมื่อมีรถยนต์จำหน่ายก็ต้องมีปัญหาตามมาจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวท่านเองด้วย
บรรดาเซลส์แมนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบการ
ไม่ได้สังกัดดีลเลอร์ที่ไหน
จึงเกิดศัพท์ที่ใช้เรียกคนพวกนี้ว่า”นักค้ามุมถนน”หรือ Curbstoners พวกนี้อาจจะขายรถที่แย่มากๆนำกลับมาซ่อมทำให้ตัวถังดูดี แต่อะไหล่อย่างอื่นไม่สนใจ
เมื่อขับไปแล้วอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
นี่คือความหมายของคำว่า
Lemon Car
ดังนั้นแต่ละรัฐจึงมีกฎหมายออกมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
เช่นรัฐแคลิฟอร์เนียก็จะมี
California Lemon
Law หรือเรียกเป็นทางการว่า
The Tanner Consumer Protection Act กฎหมายฉบับนี้
นำมาคุ้มครองผู้บริโภคโดยเฉพาะที่ซื้อรถยนต์ใหม่ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง,แวน,บรรทุกปิ๊คอัพและรถ
SUV ที่มีน้ำหนักไม่เกิน
10,000 ปอนด์ โดยครอบคลุมไปถึงชัชซีรถและอะไหล่อื่นๆ
แต่ไม่ครอบคลุมถึงการออกแบบตัวถัง,รถใช้แล้วหรือการบำรุงรักษา
เราจะเห็นดีลเลอร์รถยนต์หลายแห่งมีโครงการนำรถยนต์ใช้แล้วหรือรถที่ลูกค้านำเข้าไป
Trade- in มาขายแก่เรา
โดยระบุว่าเป็นรถ
pre-owned
certified vehicle ซึ่งหมายความว่ารถคันนี้แม้จะใช้แล้วทางดีลเลอร์ก็รับประกัน
อาจจะประกัน
1 ปีหรือใช้ไมล์เลจเป็นมาตรวัดในการประกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
หากความเสียหายเกิดในระหว่างรับประกันผู้ซื้อไปก็นำกลับไปซ่อมฟรี
เป็นต้น
เราคงจะเห็นการซื้อขายรถที่ติดไว้ตามข้างถนนว่า
"For Sale" ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ารถคันนี้จะต้องหลีกเลี่ยงเพราะไม่คุ้มเป็นการค้าขายของพวก
Curbstoners ความหมายก็คือเป็นพ่อค้าที่ซื้อรถมาและขายไป
โดยไม่มีใบอนุญาตเหมือนดีลเลอร์เป็นพวกไม่มีใบอนุญาตประกอบการค้า(unlicensed dealer ) พวกนี้ไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดตามมา
ไม่รับผิดชอบหากเกิดความเสียหายในวันนี้หรือพรุ่งนี้
ทำเงินเสร็จก็จากไป
รถที่นำมาจัดจำหน่ายอาจจะเป็นรถชนแล้วตกอยู่ในสภาพ
Total lost หรือเป็นรถพวก salvage vehicles บางคันชนกันมาเหมือนเศษเหล็กแล้วนำมาซ่อมจึงถูกเรียกว่า
scrap metal หรือโลหะวัตถุที่ถูกบี้ไปเรียบร้อย
บางทีก็เป็นรถที่ถูกขโมยมาและขายต่อให้ท่านโดยท่านไม่รู้ตัว รถพวกนี้จึงถูกจัดอยู่ใน Lemon cars
ซ้ำร้ายไปกว่านั้นมีบางคนไปซื้อรถปิ๊คอัพทรัคส์ข้างถนนในราคา
15,000 ดอลลาร์ ภายหลังตรวจสอบพบว่ามีรถทรัคส์
2 คันที่ถูกชนแต่นำมาต่อเชื่อมกันเข้าแล้วทำตัวถึงให้ดูกลมกลืน
ครั้นจะนำออกขายต่อจำเป็นต้องแจ้งแก่ผู้ซื้อรายต่อไปว่าสภาพรถเป็นอย่างไร หรือไม่งั้นก็ต้องทนกล้ำกลืนรับรถคันนั้นไว้
และก็ไม่แน่ใจว่าขับไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
การทำธุรกิจแบบ
Curbstoner นี้ไม่ต้องเสียภาษีใดๆเพราะขายข้างถนน
มีข้อน่าสังเกตว่าหากเป็นรถยนต์ของกลุ่มคนพวกนี้เบอร์โทรศัพท์จะมีซ้ำๆกันในการขายหลายคัน
สังเกตุได้จากการลงโฆษณาย่อยในหนังสือพิมพ์
ถ้าเบอร์ซ้ำๆก็ต้องตั้งข้อสังสัยไว้ก่อน
นอกจากนี้ยังมีประเภทรถที่จอดตามมอลล์ติดป้ายไว้ขายหรือจอดตามถนนหลายๆคัน
พวกนี้จะต้องระวัง
เพราะดูภายนอกอาจจะดี
แต่ภายในนั้นอาจแย่เอามากๆก็ได้
พ่อค้าพวกนี้จะมีวิธีการหลบหนีเก่งเช่นให้เฉพาะหมายเลขเพจเจอร์หรือเบอร์โทร.มือถือแก่ท่าน
หลังจากขายเสร็จก็หายเข้ากลีบเมฆ บางรายบอกว่านำรถมาขายเพราะเป็นรถของตัวเองที่มีอยู่คันเดียว
ตอนนี้ไม่มีเงินใช้จึงอยากจะขายทิ้ง
แบบนี้ก็มี
เมื่อจะซื้อรถท่านต้องถามหาใบแสดงรายละเอียดของรถเรียกว่า Title paperwork lists ซึ่งจะระบุถึงตัวเลขเข็มไล์ที่แท้จริงของรถ ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งชื่อของผู้ขายอาจจะไม่ตรงกับชื่อของเขาเพราะพวกนี้มักจะเก็บชื่อเจ้าของเดิมหรือชื่อของบริษัทประมูลรถ(auction house)กำกับไว้กับพิ้งค์สลิป และในที่สุดดีลเลอร์เถื่อนพวกนี้มักจะขอเป็นเงินสดแทนที่จะรับเช็ค หากขอเป็นเงินสดก็บอกได้เลยว่าเป็นดีลเลอร์เถื่อนแน่นอน
ข้อสังเกตอื่นๆ
ถามหาหมายเลขประกอบการของดีลเลอร์ซึ่งหากบริษัทขายรถเก่าก็จะต้องมีใบอนุญาตติดไว้เช่นกัน ให้ผู้ขายโชว์รายละเอียดของรถ
(the title) ขอดูชื่อจากใบขับขี่ของเขา
เพื่อบันทึกไว้
และตรวจดูว่า
the vehicle identification number (VIN) ตลอดจนยี่ห้อรถ,รุ่นไหนและปีของรถที่ผลิตตรงกับ the title ของรถด้วย
การตรวจสอบเข็มไมล์
โดยปกติรถจะแล่นระหว่างปีละ
10,000-12,000 ไมล์ หากรถคันนั้นแล่น
10 ปีเข็มไมล์ก็น่าจะอยู่ระหว่าง
120,000-150,000 ไมล์ หากเป็นเจ้าของดั้งเดิมมักจะเก็บประวัติการบำรุงรักษารถยนต์ของตนไว้ ถ้าท่านขอเขาก็จะมอบให้
แต่หากเป็นพวกพ่อค้าเถื่อนจะไม่มีประวัติเหล่านี้
หากท่านชอบรถคันที่จะซื้อจริงๆจะต้องนำช่างที่ท่านไว้ใจไปช่วยตรวจสอบเครื่องยนต์และอะไหล่อื่นๆของรถด้วย
ช่างจะรู้สภาพรถคันนั้นได้ดีกว่าท่านแน่นอน
หากท่านรู้ตัวว่าถูกหลอกซื้อรถจากพวกพ่อค้าเถื่อน
ท่านสามารถแจ้งเรื่องไปยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
(consumer protection agencies)และ DMV เพื่อทำรายละเอียดยื่นเรื่องราวต่างๆ ถ้าท่านโชคดี
เจ้าหน้าที่ก็อาจจะลงมือสอบสวนหาตัวคนผิดมาดำเนินคดี
แต่โอกาสที่จะได้เงินกลับคืนน้อยเต็มที
ที่สำคัญเมื่อปี
2005 เกิดพายุเฮอร์ริเคนแคทรีน่า
ส่งผลให้รถประมาณ
600,000 คันในบริเวณที่เกิดเหตุจมอยู่ใต้น้ำ
ท่านจะต้องระวังรถเหล่านี้อาจจะออกมาสู่ท้องตลาดโดยพวก
Curbstoners บ้าง-ขอให้ท่านโชคดีในการซื้อรถใช้แล้ว
....ÍèÒ¹µèÍ
|