
ใบเขียว:ที่แสวงหาใกล้เข้ามาหรือยัง
การหยุดงาน,หยุดเรียนและชุมนุมตลอดจนเดินขบวนประท้วงเมื่อวัน
1 พฤษภาคม 2006 เพื่อสนับสนุนให้ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายได้รับสิทธิการอยู่อาศัยอย่างถูกต้องนั้นต้องแยกออกเป็น
2 ด้าน ประการแรกเพื่อประท้วงร่างกฎหมายที่ผ่านโดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ
เมื่อเดือนธันวาคม
2005 มีหลักการสำคัญ
3 ประการคือเอาผิดทางอาญาแก่ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย,เอาผิดนายจ้างหรือองค์กรใดๆที่สนับสนุนผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายและสร้างกำแพงยาวประมาณ
700 ไมล์กั้นระหว่างสหรัฐและเม็กซิโก
อีกประการหนึ่งเป็นการสนับสนุนร่างกฎหมายในส่วนของวุฒิสภา
ซึ่งมีหลักการว่าจะป้องกันชายแดนให้เกิดความมั่นคงปลอดภัย,จัดโครงการ
a guest-worker program สำหรับชาวต่างชาติพร้อมทั้งเสนอให้สิทธิที่อยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายของผู้อยู่ผิดกฎหมาย
ปัจจุบันประธานาธิบดีจอร์จ
บุช ผู้สนับสนุนร่างกฎหมายในส่วนของวุฒิสภาและมีความมั่นใจว่าวุฒิสภาจะสามารถตกลงกันได้ในหลักการทั้งในส่วนของพรรค
Democratic
และ Republican จากนั้นประธานาธิบดียังมั่นใจว่าคำพูดของ J. Dennis Hastert ประธานสภาผู้แทนและผู้นำของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรว่าจะช่วยให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านไปได้
อย่างไรก็ตามจะต้องไปดูวิปของพรรครีพับลิกันคือนายรอย
บลั้นท์ กล่าวว่าจุดยืนของสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้อยู่ที่การอนุญาตให้ผู้อยู่ผิดกฎหมายได้เป็นพลเมืองอเมริกันเพราะพวกเขาต้องจ่ายเงินภาษีย้อนหลัง,เรียนภาษาอังกฤษ,มีงานทำและไม่มีประวัติอาญชากรรม แต่ชายแดนจะต้องมั่นคงปลอดภัยเสียก่อน
จึงจะมาพิจารณาให้วีซ่าแก่ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายในโครงการ guest-worker
ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสัญชาติเป็นพลเมืองอเมริกัน
ในระหว่างการรอคอยนี้ภายในสาคองเกรสก็มีการทำโพลสอบถามความเห็นของสมาชิกเรียกว่า
"Insider's Poll" โดยถามความเห็นของวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน
12 คน,ส.ส.รีพับลิกัน
46 คน,วุฒิสมาชิกเดโมแครต
6 คนและส.ส.ดีโมแครต
46 คน รวมทั้งวุฒิสมาชิกอิสระ
1 คน รวม 117 คน
และผลการสำรวจตีพิมพ์เมื่อวันที่
28 เมษายน 2006 พบว่า
ครึ่งหนึ่งของรีพับลิกันเห็นว่าปัญหาผู้อพยพอยู่ในใจมากที่สุด 34 % เห็นว่าปัญหาพลังงาน(น้ำมัน)สำคัญที่สุด
และสงครามในอิรักเพียง
5 %
ทางด้านความเห็นของเดโมแครต
55 % เห็นว่าเรื่องพลังงานสำคัญที่สุด
ตามด้วย 24 % ปัญหาอิรักและปัญหาโรบินฮู้ดเพียง
3 % เท่านั้นที่อยู่ในเขตเลือกตั้งของตน
ไม่ว่าจะชอบหรือจะชัง
สภาคองเกรสจะต้องพิจารณาร่างกฎหมายนี้บางคนคาดว่าภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ก็จะน่าจะเสร็จหรือไม่เช่นนั้นอย่างไรก็จะต้องเสร็จก่อนเดือนพฤศจิกายนเพราะช่วงนั้นเป็นการเลือกตั้งกลางเทอม ประธานาธิบดีจอร์จ
บุช มีความหวังว่าหากร่างกฎหมายนี้ผ่านจะทำให้พรรครีพับลิกันได้คะแนนนิยมจากพลเมืองเชื้อสายฮิสแปนิกเพิ่มขึ้น
เรามาดูกันว่าการมีใบเขียว(Green Card)จะได้รับสิทธิอย่างไรบ้าง
แน่นอนสามารถอยู่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย,ทำงานได้อย่างถูกต้อง,ไปโรงเรียนก็เสียค่าเล่าเรียนถูก,เดินทางเข้า-ออกสหรัฐได้,อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายสหรัฐ,สิทธิประโยชน์ต่างๆจะได้รับเหมือนพลเมืองอเมริกัน(ยกเว้นการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่อนุญาตให้พลเมืองเมริกันเท่านั้นที่มีสิทธิ)
แต่ก่อนจะไปถึงใบเขียว หากเป็นคนงานที่ทำงานในไร่จะได้รับใบน้ำเงินหรือ a blue card เสียก่อนเป็นการเสนอโดยวุฒิสมาชิไดแอน
ไฟน์สไตน์
รัฐแคลิฟอร์เนียพรรคเดโมแครต เมื่อทำงานในไร่ได้ระยะหนึ่งจึงจะยื่นแอพพลายขอใบเขียวได้
ก็คงเหมือนใบน้ำตาลที่ออกให้โรบินฮู้ดยุคก่อน
1986 ถือก่อนที่จะแอพพลายไปสู่ใบเขียว
โดยทั่วไปแล้วคนที่จะได้รับใบเขียวมีพื้นฐานอยู่
3 ประการโดยให้ครอบครัวเป็นสปอนเซอร์,ให้นายจ้างเป็นสปอนเซอร์และมาจากล็อตโต้ใบเขียวที่เรียกว่า a
diversity lottery
ในกรณีของครอบครัว(Family-based) ในแต่ละปีสหรัฐจะมอบใบเขียวให้226,000 ใบแก่ผู้ยื่นแอพพลายตามครอบครัว
โดยแบ่งเป็น
5 ลักษณะดังนี้
1.ครอบครัวโดยตรง(Immediate family) ประ กอบด้วยพ่อแม่,คู่สมรสและลูกของพลเมืองเมริกันอายุไม่เกิน
21 ปีและยังไม่ได้แต่งงาน
ประเภทนี้มีให้แบบไม่จำกัด
2.ลูกของพลเมืองอเมริกัน(พวกนี้ถือเป็นFirst preference) ประกอบด้วยลูกสาว,ลูกชายพลเมืองอเมริกันที่ยังไม่ได้แต่งงานวีซ่าแบบนี้สหรัฐให้ปีละ
23,400 ใบ 3.คู่สมรสของผู้ถือใบเขียว
(Second preference) จะมอบแก่คู่สมรสของผู้ถือใบเขียว,ลูกสาวและลุกชายของผู้ถือใบเขียวที่ยังไม่ได้แต่งงานและอายุยังไม่ถึง
21 ปี จะมอบให้ปีละ
114,000-226,000 ใบขึ้นอยู่กับจำนวนวีซ่าว่าได้ใช้ในแต่ละปีมากน้อยแค่ไหน
4.ลูกของพลเมืองอเมริกัน
(Third preference
)ประเภทนี้มอบแก่ลูกชายหรือลูกสาวของพลเมืองอเมริกันที่แต่งงานแล้วให้ปีละ
23,400 ใบ 5.พี่น้องพลเมืองอเมริกัน(Fourth preference)มอบแก่พี่น้องของพลเมืองอเมริกันที่พลเมือง
อเมริกันยื่นแอพพลายให้พี่น้องของตนโควต้านี้ปีละ 65,000 ใบ
ในกรณีการว่าจ้าง
(Employment-based) แต่ละปีสหรัฐจะให้วีซ่าประเภทนี้
140,000 ใบ โดยมีบริษัทนายจ้างเป็นสปอนเซอร์แก่พนักงานที่ระบุว่าในสหรัฐไม่มีพลเมืองอเมริกันคนใดสามารถทำงานแทนได้และเป็นที่ต้องการของบริษัท โดยแยกออกเป็นลักษณะต่างๆดังนี้
1.บุคคลผู้มีความต้องการเป็นพิเศษ(Priority workers) มอบแก่ชาวต่างชาติที่มีความสามารถพิเศษในด้านวิทยาศาสตร์,ศิลปะ,ธุรกิจ,นักกีฬา,ศาสตราจารย์หรือนักวิจัยที่โดดเด่น
ประเภทนี้จะได้รับ
28.6 % ของ 140,000 ใบ 2. นักวิชาชีพความรู้ไม่ต่ำกว่าปริญญาโท (Professionals advanced-degree)
ชาวต่างชาติที่มีความรู้สูงกว่าปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์,ศิลปะหรือธุรกิจ,นายแพทย์ผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในเขตกันดารของสหรัฐ
มอบให้ 28.6 % ของ
140,000 ใบ
3.นักวิชาชีพและคนงานอื่นๆ(Professional and other workers)นักวิชาชีพต่างชาติที่มีความรู้อย่างน้อยปริญญาตรีหรือได้รับการฝึกงานไม่ต่ำกว่า 2 ปีหรือมีประสบการณ์ในงานนั้น
รวมทั้งคนงานประเภทไร้ทักษะฝีมือ
มอบให้ 28.6 % ของจำนวน
140,000 ใบ 4.ผู้อพยพเข้าเมืองแบบพิเศษ(Special immigrants)บุคคลประเภทนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในฝ่ายศาสนาหรือเคยเป็นลูกจ้างของหน่วยงานสหรัฐในต่างประเทศมาก่อน
ได้ปีละ 7.1 % ของ
140,000 ใบ และ 5.ประเภทนักลงทุน(Immigrant investors)จะได้รับ 7.1 % ของจำนวน
140,000 ใบ
กรณีใบเขียวล็อตโต้
(Diversity
Lottery ) สหรัฐจะมอบใบเขียวผ่านล็อตเตอรี่ปีละ
50,000 ใบ โดยแยกไปให้กับ
6 ภูมิภาคทั่วโลกและจะไม่มอบให้ประเทศที่พลเมืองของตนได้รับวีซ่าเดินทางเข้ามาอยู่ในสหรัฐมากกว่า
50,000 ใบในรอบ 5
ปีที่ผ่านมา
โดยจะมีการออกประกาศให้ยื่นใบสมัครทุกปี
กรณีที่ยื่นตามครอบครัวจะต้องกรอกแบบฟอร์ม
I-485 หรือแอพพลายใบเขียวผู้ใหญ่เสียค่าธรรมเนียม
325 ดอลลาร์บวกค่าพิมพ์ลายนิ้วมือ
70 ดอลลาร์ ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า
14 ปี ค่าธรรมเนียม
225 ดอลลาร์ กรณียื่นแบบนายจ้างเป็นสปอนเซอร์ให้ต้องกรอกแบบฟอร์ม I-40 ค่าธรรมเนียม
195 ดอลลาร์ ( เมื่ออยู่ครบ
2 ปีหรือก่อนหน้านั้นอาจยื่นแอพพลายใบเขียวต้องทำตามขั้นตอนแรกคือกรอกแบบฟอร์ม
I-485)
เมื่อยื่นแล้วแล้วจะใช้เวลานานเท่าใด
คำตอบก็คือขึ้นอยู่กับประเทศที่ท่านยื่น
สหรัฐมีโควต้าของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่นคนถือใบเขียวที่ต้องการนำคู่สมรสและลูกเดินทางมาอยู่สหรัฐจากประเทศจีนหรืออินเดียจะต้องรอประมาณ
4 ปี หรือหากพลเมืองอเมริกันต้องการนำพี่น้องของตนจากฟิลิปปินส์มาอยู่ด้วยอาจใช้เวลารอคอย
23 ปี(ยี่สิบสามปี)
นอกจากนี้หากบางคนยื่นแอพพลายใบเขียวในลอส
แอนเจลิส อาจใช้เวลาประมาณ
6 เดือน แต่ถ้าอยู่ส่วนอื่นของประเทศอาจใช้เวลาเป็นปี
กรณีนี้กระทรวงความมั่นคงภายใน
(the Department of Homeland Security) เป็นคนวางขั้นตอน
หากร่างกฎหมายปฏิรูปคนเข้าเมืองมีผลบังคับใช้และให้โรบินฮู้ดอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายจะต้องมีระเบียบวิธีหรือขั้นตอนให้ปฏิบัติรวมทั้งหาหลักฐานเอกสารมา
Back up เหมือนเช่นปี
1986 เมื่อถึงเวลานั้นแล้วค่อยติดตามกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบว่ากฎหมายจะผ่านหรือไม่
....อ่านต่อ
|