ประธานาธิบดีจอร์จ บุช กำลังกล่าวถึงการปฏิรูปเรื่องคนเข้าเมือง ที่ the Hyatt Regency Irvine เมืองเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2006 ( REUTERS/Larry Downing)

สมมติว่าเนรเทศโรบินฮู้ด 12 ล้านคน
จะต้องใช้ระยะเวลาขนย้าย 5 ปี

 เป็นเรื่องน่าสนใจที่ประธานาธิบดีจอร์จ บุช ออกมาพูดเมื่อวันที่ 24 เมษายนต่อที่ประชุม the Orange County Business Council เมืองเออร์ไวน์ว่าการเนรเทศคนต่างชาติที่อยู่ผิดกฎหมายในสหรัฐประมาณ 12 ล้านคนให้พ้นจากแผ่นดินอเมริกานั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริงหรือในทางปฏิบัติก็ทำไม่ได้

  จอร์จ บุช บอกกับผู้ฟังว่านโยบายของเขาที่เคยเสนอว่าด้วยโครงการคนงานชั่วคราวหรือ temporary workers รวมทั้งการเข้มงวดทางชายแดนยังยืนยันที่จะกระทำเช่นนี้

 ส่วนความคืบหน้าเรื่องการพิจารณากฎหมายปฏิรูปอิมมิเกรชั่นนั้นวุฒิสภาสหรัฐจะเริ่มประชุมอีกครั้งตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป หลังจากหยุดพักไป 2 สัปดาห์เพราะเป็นช่วงเทศกาลอีสเตอร์ 

ประกอบกับวันที่ 1 พฤษภาคมนี้กลุ่มสนับสนุนคนต่างชาตินัดหยุดงานเพื่อประท้วงทั่วประเทศ จึงกลายเป็นปัญหาที่ต้องถกเถียงกันอย่างหนักเพราะเรื่องนี้มีทั้งผู้สนับสนุนและกลุ่มคัดค้าน 

สนับสนุนให้ร่างกฎหมายของวุฒิสภาผ่านไปบังคับใช้ ทั้งนี้นายบิล เฟิร์สต์ ผู้นำเสียงข้างมากวุฒิสภาก็ต้องการให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านเสร็จสิ้นก่อนวัน Memorial Day หรือวันจันทร์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม การเสนอให้เสร็จสิ้นก็ยังไม่ทราบว่าจะออกหัวหรือก้อยเพราะจะต้องมีการแปรญัตติเพิ่มเติมในหมู่สมาชิกอีก

 และคัดค้านร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรที่ให้มีการลงโทษทางอาญาแก่ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายรวมทั้งทำกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก

   ฝ่ายต้องการขับโรบินฮู้ดเห็นว่าคนเหล่านี้มาเป็นภาระเงินภาษีอากรของคนอเมริกันเพราะจะต้องช่วยจัดการเรื่องการศึกษา การสาธารณสุขและสวัสดิการต่างๆซึ่งควรจะเป็นเฉพาะของคนอเมริกัน

สำหรับเรื่องการสร้างกำแพง 700 ไมล์ทางชายแดนนั้นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย อาร์โนลด์ ชวาเซนเนกเกอร์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 23 เมษายนว่าเป็นวิธีการที่กลับไปสู่ยุคหิน(going back to the Stone Ages)แทนที่จะสร้างระบบเทคโนโลยี่สมัยใหม่เพิ่มขึ้นรวมทั้งใช้เจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนมากขึ้น เพราะปัจจุบันเราสามารถส่งคนไปลงบนดวงจันทร์ด้วยอากาศยาน จึงน่าจะใช้เทคโนโลยี่ให้เกิดประสิทธิภาพ

 ผู้ว่าฯอาร์โนลด์เห็นว่าหากสร้างกำแพงขึ้นมาแล้วมีอะไรรับประกันว่าผู้ลักลอบเข้าประเทศจะไม่สร้างอุโมงลอดเข้ามาเพราะเท่าที่จับได้ก็มีการขุดอุโมงให้รถบรรทุกแล่นเข้ามาได้ เขาเห็นว่ากำแพงอาจจะใช้ได้เฉพาะบางเขตเท่านั้น แต่ไม่ใช่ทุกเขต

 เหนือสิ่งอื่นใดเขาเห็นว่าเป็นภาพไม่น่าดูแม้แต่น้อยเพราะเม็กซิโกคือประเทศเพื่อนบ้านและเป็นประเทศ คู่ค้าของสหรัฐ จะทำให้เสียความรู้สึกกัน และยิ่งไปกว่านั้นต้องใช้เงินถึง 500 ,000 ล้านดอลลาร์ ใครจะเป็นคนออกเงินจำนวนนี้ ? เขาตั้งคำถาม

 คราวนี้เรามาดูเรื่องวิธีการขับโรบินฮู้ดออกจากสหรัฐ เรื่องนี้เคยมีความคิดมานานแล้ว คิดโดยสถาบันแห่งหนึ่งชื่อ The National Policy Institute (NPI) แห่งเมืองแมคลีน รัฐเวอร์จิเนีย เคยศึกษาไว้พบว่าการขับโรบินฮู้ดออกนอกสหรัฐจะทำให้สหรัฐประหยัดเงินงบประมาณได้หลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี โดยเฉพาะภาษีที่คนอเมริกันต้องเสียไป

 เรื่องนี้นายเอ็ดวิน รูเบนสไตน์ (Edwin Rubenstein)เคยเขียนรายงานไว้เรื่อง The Economics of Immigration Enforcement: Assessing the Costs and Benefits of Mass Deportation โดยนำเสนอเมื่อเดือนกรกฎาคม 2005 โดยอ้างอิงถึงงานของ The Center for American Progress ระบุว่าการขับโรบินฮู้ดจำนวนมากให้พ้นสหรัฐต้องใช้เวลา 5 ปีและใช้เงินงบประมาณ 230,000 ล้านดอลลาร์

 แต่รายงานนี้ก็ไม่ได้บอกว่าสหรัฐจะต้องสูญเสียเงินเท่าใดอาทิเช่นค่าการศึกษา,การรักษาพยาบาล,สวัสดิการอื่นๆและค่าที่พักอาศัยซึ่งรัฐบาลอเมริกันต้องให้การสนับสนุน 

 ส่วนการศึกษาของ NPI พบว่ารัฐบาลกลางสหรัฐต้องใช้เงินงบประมาณให้กับโรบินฮู้ดตกปีละ 26,000 ล้านดอลลาร์ ไม่นับรวมรัฐบาลมลรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นที่ต้องจ่ายอีกจำนวนหนึ่ง

 ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่าการใช้แรงงานราคาถูกของคนต่างชาติจะทำให้คนอเมริกันมีรายได้ลดลงกล่าวคือ หากมีแรงงานผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น 10 % จะทำให้ค่าจ้างของคนที่เกิดในสหรัฐลดลง 3.5 % ขณะเดียวกันสำนักงานสำรวจประชากรสหรัฐ(the U.S. Census)ประเมินไว้ว่าในปี 2025 จะมีแรงงานผิดกฎหมายในตลาดแรงงานสหรัฐมากถึง 34 %

  การศึกษาของนายรูเบนสไตน์ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐมีทางเดียวคือการเนรเทศคนต่างชาติให้พ้นสหรัฐแม้ว่าจะใช้เงินจำนวนมากก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับการประหยัดงบประมาณแล้วรัฐบาลสหรัฐคุ้ม กว่า  ผู้ต้องการรายละเอียดของการศึกษาสามารถโทร.ไปขอได้ที่ NPI โทร.703-442-0558. 

 ขู่ฆ่ารองผู้ว่าฯแลคิฟอร์เนีย-นายกเทศมนตรีแอล.เอ.

 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2005 นายอาร์โนลด์ ชวาเซนเนกเกอร์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียเปิดเผยระหว่างการแถลงต่อสื่อมวลชนที่ซานคราเมนโต้ว่าภายหลังจากมีการถกเถียงการปฏิรูปคนเข้าเมืองส่งผลให้นักการเมืองระดับสูงเชื้อสายฮิสแปนิก 2 คนถูกขู่ฆ่า ประกอบด้วยนายครูซ บัสตาเมนตี้ รองผู้ว่าการรัฐและนายแอนโทนี่ วิลลาเรโกซ่า นายกเทศมนตรีแอล.เอ.

  นายสตีฟ กรีน โฆษกของรองผู้ว่าฯเปิดเผยว่าเมื่อเดือนมีนาคมทั้ง 2 คนออกไปร่วมประท้วงหลังจากนั้นก็ได้รับอีเมลที่ข่มขู่รวมทั้งไปรษณีย์บัตรที่เขียนไว้ว่า คนแม็กซิกันดีๆก็คือคนแม็กซิกันที่ตายแล้ว (The only good Mexican is a dead Mexican) 

 การประท้วงของนักการเมืองทั้งสองไม่เห็นด้วยกรณีร่างกฎหมายให้เอาผิดทางอาญาแก่ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งสนับสนุนให้คนอยู่ผิดกฎหมายได้รับสิทธิจนถึงขั้นเป็นพลเมืองอเมริกัน

 ชวาเซนเนกเกอร์ยังเป็นห่วงเรื่องการนำสีไปพ่นภัตตาคารของคนแม็กซิกันที่ซาน ดิเอโก้เมื่อวันที่ 10 เมษายนถือว่าเป็นการรังเกียจผิวโดยตรง เรื่องนี้เขาสั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายในรัฐให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดกับการรังเกียจผิว( hate crime)

 ผู้ว่าฯแคลิฟอร์เนียเปิดเผยว่าตนไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการนิรโทษกรรมผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่จะมีการเนรเทศคน 11 ล้านคนออกนอกสหรัฐเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

  ขณะที่นายวิลลาเรโกซ่าให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 เมษายนว่าเขาไม่สนใจกับคำขู่และไม่มีการเพิ่มกำลังอารักแต่อย่างใด ไม่มีอะไรน่าวิตก คุณมองดูหน้าผมสิ ผมไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยกับเรื่องนี้เลย วิลลาเรโกซ่ากล่าว

เขาเป็นลูกผู้อพยพชาวแม็กซิกัน ส่วนตัวเขาเองเกิดที่แอล.เอ.ในชุมชนฮิสแปนิกตั้งอยู่ไม่ไกลจากฟรีเวย์สาย 10 อีสต์ตรงข้ามกับแคลสเตท แอล.เอ.....ÍèÒ¹µèÍ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping