กฎหมายโรบินฮู้ดกับผลกระทบ
ต่อชาวต่างชาติด้านเศรษฐกิจ
ร่างกฎหมายที่สภาคองเกรสกำลังถกเถียงกันเกี่ยวกับโรบินฮู้ดหรือกลุ่มที่ไม่มีเอกสารใดๆติดตัวหรือผู้มีเอกสารแต่อยู่อย่างผิดกฎหมายนั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากพอสมควร
โดยเฉพาะคนแม็กซิกัน
Miguel Cervantes Jimenez นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Mexico's National Autonomous University ให้ความเห็นว่าหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา
จะทำให้คนแม็กซิกันจำนวนมากอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายรวมทั้งสามารถนำญาติของตนเข้ามาอยู่ในสหรัฐได้ ดังนั้นเมื่อมีครอบครัวมาอยู่ด้วยก็ไม่มีเหตุผลที่คนแม็กซิกันเหล่านี้จะส่งเงินกลับประเทศเพื่อช่วยญาติของตน
เงินส่งกลับไปช่วยเหลือญาติพี่น้องรู้จักกันในนาม
Remittances นักวิชาการผู้นี้ระบุว่าการส่งเงินกลับเม็กซิโกจะลดลงทันที
40 % โดยยกตัวอย่างว่าสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นกับประเทศตุรกีในปี
2001 หลังจากประเทศเยอรมนีออกกฎหมายให้คนตุรกี(ซึ่งส่วนใหญ่อพยพไปอยู่เยอรมนี)อยู่อย่างถูกต้อง ทำให้เงินส่งกลับเข้าตุรกีหมดหรือแทบหมดไป
เมื่อปี
2005 คนต่างชาติที่ทำงานในสหรัฐและส่งเงินกลับประเทศของตนรวมแล้วเป็นเงิน
39 พันล้านดอลลาร์
ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งส่งกลับประเทศเม็กซิโก ซึ่งประเทศเม็กซิโกมีรายได้เข้าประเทศจากเงินจำนวนนี้เป็นอันดับสองรองจากการส่งออกน้ำมันดิบ
เช่นเดียวกับประเทศเอล
ซัลวาดอร์และกัวเตมาลา
เงิน Remittances จากต่างประเทศที่คนชาติ
เหล่าานี้ส่งกลับไปให้ญาติพี่น้องถือเป็นรายได้หลักของเงินตราต่างประเทศที่ได้รับและเป็นอันดับ
1 มากกว่าการส่งสินค้าออกไปจำหน่ายต่างประเทศ
อย่างไรก็ตามนักวิชาการท่านนี้ไม่ทราบว่าหลังจากสหรัฐออกกฎหมายปฏิรูปคนเข้าเมืองปี
1986 ซึ่งมีคนแม็กซิกันได้รับสิทธิอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
2.6 ล้านคน(จาก
3.2 ล้านคน) เกิดผลกระทบต่อเงินส่งเข้าจากสหรัฐลดลงมากเท่าใด
เพราะไม่มีการจัดเก็บข้อมูล
จากข้อมูลของรัฐบาลเม็กซิโกทราบว่าในปี
1987 เงิน Remittances จากสหรัฐกลับก้าวกระโดดขึ้นไปเป็น
39 % ต่อมาในปี
1988 เงินเข้าลดลง
13 % ซึ่งธนาคารกลางแจ้งเช่นกันว่าตัวเลขนี้
ไม่อาจยืนยันได้
ผลกระทบจากกฎหมายไม่อาจเกิดขึ้นทันตาเห็น
จะต้องรอระยะเวลาหนึ่งเพื่อที่จะให้ทราบว่าเงินเข้าลดลงหรือเพิ่มขึ้น
สำหรับเมืองที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเมือง
Santa
Ana del Valle รัฐ Oaxaca สาเหตุเพราะรายได้หลักของเมืองนี้
46 % มาจากเงินของญาติในสหรัฐส่งไปช่วยเหลือ
เรื่องนี้นายเรย์นัลโด
บัวติสต้า
สมาชิกสภาเมืองแห่งนี้ยอมรับว่าเป็นความจริง โดยยกตัวอย่างตัวเขาเอง
ขณะทำงานในสหรัฐได้ส่งเงินกลับมาช่วยญาติพี่น้อง
จนกระทั่งเขาต้องกลับมารับตำแหน่งสมาชิกสภาเมือง
2 เทอม ตามประเพณีของชนพื้นเมืองอินเดียน หลังจากทำหน้าที่เสร็จเขาก็จะกลับมาอยู่สหรัฐเพราะมีใบเขียวแล้ว
ตัวเลขจากธนาคารโลกทราบว่าในปี
2004 เงินที่ส่งไปช่วยเหลือญาติ(remittances) ทั่วโลก หมุนเวียน
226 พันล้านดอลลาร์
ในจำนวนนี้
145 พันล้านดอลลาร์ส่งไปยังประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเช่นอินเดีย,จีนและเม็กซิโก
รายงานของธนาคารโลกยังประเมินว่าในปี
2006 เงินที่ส่งไปช่วยเหลือญาติจะมีหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากโครงการเงินช่วยเหลือระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเกิดผลดีต่อสถาบันการเงินระหว่างประเทศเพราะ
1.เมื่อมีเงินตราต่างประเทศเข้าไปหมุนเวียนมากจะทำให้เครดิตการกู้เงินของประเทศนั้นๆดีขึ้น
2.ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาขยายทุนและลดการกู้ยืมลงได้
ธนาคารโลกยังเสนอว่าการแก้ปัญหาเรื่องคนอพยพจะต้องใช้ระบบการจัดการเข้ามาช่วยเหลือ
เช่นจัดทำโครงการให้คนงานไร้ทักษะอพยพไปทำงานประเทศอื่นในห้วงระยะหนึ่งแล้วกลับประเทศตน
ข้อเสนอดังกล่าวก็เข้ามาตรงเป้าหมายของร่างกฎหมายสหรัฐโดยเฉพาะนโยบายของประธา
นาธิบดีจอร์จ
บุชที่เสนอโครงการ
a guest worker program เพื่อให้มีคนงานในภาคต่างๆเข้ามาทำงาน
ในสหรัฐรวมทั้งจะอนุญาตให้ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายได้รับสิทธิอยู่อย่างถูกต้องต่อไป
ในขณะที่รัฐบาลเม็กซิโกไม่ได้สนใจมากนักกับเงินที่จะส่งกลับเข้าไปช่วยเหลือประเทศ
โดยเห็นว่าเศรษฐกิจโดยทั่วไปสามารถพัฒนาได้ แต่ประชากรของเม็กซิโกในสหรัฐควรจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี
คนคุมโรบินฮู้ดคือตลาดแรงงานไม่ใช่รัฐบาลอเมริกัน
เรื่องนี้น่าสนใจ นาย Pedro Lopez Vazquez เดินทางเข้าสหรัฐมาอย่างผิดกฎหมายเพื่อมาทำงาน
เป็นงานที่มีรออยู่แล้ว
กล่าวคือนายจ้างของเขาจ่ายเงิน
1,000 ดอลลาร์ให้กับกลุ่มที่นำคนผิดกฎหมายเข้าเมืองเพื่อนำเขาจากเมือง
Puebla ซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศเม็กซิโก
เข้ามาทางชายแดนสหรัฐและตรงไปยังเมือง
Aspen รัฐโคโลราโด้ ที่นั่นมีงานช่างไม้ของนายจ้างรออยู่ก่อนแล้ว
นายวาสเควซ
อายุ 41 ปี เคยถูกขับออกทางชายแดนมาแล้ว
2 ครั้ง แต่เขาก็มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะกลับเข้ามาทำงานในสหรัฐ
ดังนั้นจึงเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าคนที่ควบคุมโรบินฮู้ดไม่ใช่รัฐบาลอเมริกัน
แต่เป็น”ตลาดงาน”หรือความต้องการแรงงานจากนายจ้างในสหรัฐมากกว่าอื่นใด
เพราะแรงงานเหล่านี้เป็นแรงงานราคาถูก
อีกทั้งงานบางประเภทหาคนอเมริกัน(ผมทองผิวขาวและผิวดำ)มาทำเป็นไปอย่างยากยิ่ง ดังนั้นจึงเกิดเครือข่ายการนำเข้าคนงานแบบผิดกฎหมายหรือเรียกว่า”ระบบการจัดหางานแบบใต้ดิน”
วิธีการจ้างงานของบริษัทบางแห่งเช่นโรงงานบรรจุหีบห่อเนื้อสัตว์ต่างๆ(meatpacking) จะประกาศรับสมัครตามสื่อในประเทศเม็กซิโกโดยตรง จากนั้นเมื่อเล็ดรอดเข้าสหรัฐได้ก็จะบรรทุกเป็นคันรถบัสสู่โรงงานทันที ดังเช่นที่เกิดขึ้นในรัฐอาร์คันซอส์และที่อื่นๆมาแล้ว
จากการศึกษายังพบว่ากลุ่มนำเข้าบางกลุ่มสามารถทำเงินได้จากนายจ้างถึง
9 แสนดอลลาร์จากการนำคนจีน
6,000 คนเข้าประเทศในระยะเวลา
15 เดือนเพื่อมาทำงานภัตตาคารอาหารจีนในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐ
เมื่อธันวาคม
2005 Shan Wei Yu อายุ 51 ปีคนจีน-อเมริกันถูกศาลพิพากษาจำคุก
9 ปี ในข้อหานำคนจีน
40 คนเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย
ขณะนี้การสอบสวนเพิ่มเติมยังคงดำเนินการต่อไปโดยเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ยังพบว่านายหยูมีส่วนเกี่ยวพันกับการลักลอบนำคนอพยพประมาณ
6,000คน จากประเทศละตินอเมริกาเพื่อเข้ามาทำงานในภัตตาคารจีนตามรัฐต่างๆดังนี้
Illinois, Michigan, North Dakota, South Dakota และ
Wisconsin
นายหยูตั้งสำนักงานจัดหาชื่อ the Great Texas Employment Agency ขึ้นที่เมืองแมคคินนี่ย์
รัฐเท็กซัส
จากนั้นลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ภาษาจีนที่ชิคาโก้โดยสื่อสารไปยังภัตตาคารจีนต่างๆว่าบริษัทจัดหางานของตนมีแรงงานราคาถูกจากละตินอเมริกา อีกด้านหนึ่งเขาจ้างล่ามที่พูดสแปนิชได้ไประดมโรบินฮู้ดที่ต้องการทำงานในภัตตาคารเช่นตำแหน่งผัดหรือล้างจาน
เพื่อลำเลียงส่งไปซัพพลายภัตตาคารจีนในเขตมิดเวสต์
นายหยูจะได้รับเงินหัวละ
150 ดอลลาร์เมื่อส่งคนงาน
1คนไปทำในภัตตาคาร ส่วนคนขับที่นำคนงานไปส่งมอบจะได้หัวละ
300 ดอลลาร์ สำหรับภัตตาคารที่จ่ายค่าจ้างคนงานเดือนละ
1,000 ดอลลาร์จะหักไว้
450 ดอลลาร์ในเดือนแรกที่เช็คเงินเดือนของโรบินฮู้ดออกมา
สรุปแล้วทุกคนได้แต่คนเสียค่านายหน้าก็คือโรบินฮู้ดที่ต้องการทำงาน
การทำงานของคนงานเหล่านี้ถือว่าอยู่ในสหภาพที่ย่ำแย่กล่าวคือทำงานวันละ
14 ชั่วโมง ไม่อาจติดต่อกับโลกภายนอกได้มากนัก ทำให้เกิดการหลบหนีจากงาน
เหตุเกิดเมื่อเดือนสิงหาคม
2004 ชาวเม็กซิกัน
2 คน หลบออกจาภัตตาคารBuffet House ในเมือง Grand Forks เรื่องจึงแดงขึ้น
ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจัดการ
เจ้าหน้าที่ยังจับกุมได้แก๊งที่ร่วมมือกับนายหยูนำมาลงโทษอีกหลายคน
และไม่เพียงติดคุกเท่านั้น
หลังจากรับโทษเสร็จพวกนี้จะถูกเนรเทศออกนอกสหรัฐ
....ÍèÒ¹µèÍ
|