Daniela Alabez วัย 17 ปีกำลังตะโกนระหว่างประท้วงที่ดาวน์ทาวน์เมืองปอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอนเมื่อวันที่ 14 เมษายน เพื่อต่อต้านการลงโทษทางอาญาแก่ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมาย  (AP Photo/Rick Bowmer)

 

กฎหมายโรบินฮู้ดกับผลกระทบ
ต่อชาวต่างชาติด้านเศรษฐกิจ

 ร่างกฎหมายที่สภาคองเกรสกำลังถกเถียงกันเกี่ยวกับโรบินฮู้ดหรือกลุ่มที่ไม่มีเอกสารใดๆติดตัวหรือผู้มีเอกสารแต่อยู่อย่างผิดกฎหมายนั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากพอสมควร โดยเฉพาะคนแม็กซิกัน 

Miguel Cervantes Jimenez นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Mexico's National Autonomous University ให้ความเห็นว่าหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา จะทำให้คนแม็กซิกันจำนวนมากอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายรวมทั้งสามารถนำญาติของตนเข้ามาอยู่ในสหรัฐได้ ดังนั้นเมื่อมีครอบครัวมาอยู่ด้วยก็ไม่มีเหตุผลที่คนแม็กซิกันเหล่านี้จะส่งเงินกลับประเทศเพื่อช่วยญาติของตน

เงินส่งกลับไปช่วยเหลือญาติพี่น้องรู้จักกันในนาม Remittances นักวิชาการผู้นี้ระบุว่าการส่งเงินกลับเม็กซิโกจะลดลงทันที 40 % โดยยกตัวอย่างว่าสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นกับประเทศตุรกีในปี 2001 หลังจากประเทศเยอรมนีออกกฎหมายให้คนตุรกี(ซึ่งส่วนใหญ่อพยพไปอยู่เยอรมนี)อยู่อย่างถูกต้อง ทำให้เงินส่งกลับเข้าตุรกีหมดหรือแทบหมดไป

  เมื่อปี 2005 คนต่างชาติที่ทำงานในสหรัฐและส่งเงินกลับประเทศของตนรวมแล้วเป็นเงิน 39 พันล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งส่งกลับประเทศเม็กซิโก ซึ่งประเทศเม็กซิโกมีรายได้เข้าประเทศจากเงินจำนวนนี้เป็นอันดับสองรองจากการส่งออกน้ำมันดิบ

 เช่นเดียวกับประเทศเอล ซัลวาดอร์และกัวเตมาลา เงิน Remittances จากต่างประเทศที่คนชาติ เหล่าานี้ส่งกลับไปให้ญาติพี่น้องถือเป็นรายได้หลักของเงินตราต่างประเทศที่ได้รับและเป็นอันดับ 1 มากกว่าการส่งสินค้าออกไปจำหน่ายต่างประเทศ

  อย่างไรก็ตามนักวิชาการท่านนี้ไม่ทราบว่าหลังจากสหรัฐออกกฎหมายปฏิรูปคนเข้าเมืองปี 1986 ซึ่งมีคนแม็กซิกันได้รับสิทธิอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 2.6 ล้านคน(จาก 3.2 ล้านคน) เกิดผลกระทบต่อเงินส่งเข้าจากสหรัฐลดลงมากเท่าใด เพราะไม่มีการจัดเก็บข้อมูล

 จากข้อมูลของรัฐบาลเม็กซิโกทราบว่าในปี 1987 เงิน Remittances จากสหรัฐกลับก้าวกระโดดขึ้นไปเป็น 39 % ต่อมาในปี 1988 เงินเข้าลดลง 13 % ซึ่งธนาคารกลางแจ้งเช่นกันว่าตัวเลขนี้ ไม่อาจยืนยันได้

  ผลกระทบจากกฎหมายไม่อาจเกิดขึ้นทันตาเห็น จะต้องรอระยะเวลาหนึ่งเพื่อที่จะให้ทราบว่าเงินเข้าลดลงหรือเพิ่มขึ้น

  สำหรับเมืองที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเมือง Santa Ana del Valle รัฐ Oaxaca สาเหตุเพราะรายได้หลักของเมืองนี้ 46 % มาจากเงินของญาติในสหรัฐส่งไปช่วยเหลือ เรื่องนี้นายเรย์นัลโด บัวติสต้า สมาชิกสภาเมืองแห่งนี้ยอมรับว่าเป็นความจริง โดยยกตัวอย่างตัวเขาเอง ขณะทำงานในสหรัฐได้ส่งเงินกลับมาช่วยญาติพี่น้อง จนกระทั่งเขาต้องกลับมารับตำแหน่งสมาชิกสภาเมือง 2 เทอม ตามประเพณีของชนพื้นเมืองอินเดียน หลังจากทำหน้าที่เสร็จเขาก็จะกลับมาอยู่สหรัฐเพราะมีใบเขียวแล้ว

 ตัวเลขจากธนาคารโลกทราบว่าในปี 2004 เงินที่ส่งไปช่วยเหลือญาติ(remittances) ทั่วโลก หมุนเวียน 226 พันล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้ 145 พันล้านดอลลาร์ส่งไปยังประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเช่นอินเดีย,จีนและเม็กซิโก  

  รายงานของธนาคารโลกยังประเมินว่าในปี 2006 เงินที่ส่งไปช่วยเหลือญาติจะมีหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากโครงการเงินช่วยเหลือระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเกิดผลดีต่อสถาบันการเงินระหว่างประเทศเพราะ 1.เมื่อมีเงินตราต่างประเทศเข้าไปหมุนเวียนมากจะทำให้เครดิตการกู้เงินของประเทศนั้นๆดีขึ้น 2.ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาขยายทุนและลดการกู้ยืมลงได้

  ธนาคารโลกยังเสนอว่าการแก้ปัญหาเรื่องคนอพยพจะต้องใช้ระบบการจัดการเข้ามาช่วยเหลือ เช่นจัดทำโครงการให้คนงานไร้ทักษะอพยพไปทำงานประเทศอื่นในห้วงระยะหนึ่งแล้วกลับประเทศตน

  ข้อเสนอดังกล่าวก็เข้ามาตรงเป้าหมายของร่างกฎหมายสหรัฐโดยเฉพาะนโยบายของประธา นาธิบดีจอร์จ บุชที่เสนอโครงการ a guest worker program เพื่อให้มีคนงานในภาคต่างๆเข้ามาทำงาน ในสหรัฐรวมทั้งจะอนุญาตให้ผู้อยู่อย่างผิดกฎหมายได้รับสิทธิอยู่อย่างถูกต้องต่อไป

  ในขณะที่รัฐบาลเม็กซิโกไม่ได้สนใจมากนักกับเงินที่จะส่งกลับเข้าไปช่วยเหลือประเทศ โดยเห็นว่าเศรษฐกิจโดยทั่วไปสามารถพัฒนาได้ แต่ประชากรของเม็กซิโกในสหรัฐควรจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี

คนคุมโรบินฮู้ดคือตลาดแรงงานไม่ใช่รัฐบาลอเมริกัน

 เรื่องนี้น่าสนใจ นาย Pedro Lopez Vazquez เดินทางเข้าสหรัฐมาอย่างผิดกฎหมายเพื่อมาทำงาน เป็นงานที่มีรออยู่แล้ว กล่าวคือนายจ้างของเขาจ่ายเงิน 1,000 ดอลลาร์ให้กับกลุ่มที่นำคนผิดกฎหมายเข้าเมืองเพื่อนำเขาจากเมือง Puebla ซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศเม็กซิโก เข้ามาทางชายแดนสหรัฐและตรงไปยังเมือง Aspen รัฐโคโลราโด้ ที่นั่นมีงานช่างไม้ของนายจ้างรออยู่ก่อนแล้ว

  นายวาสเควซ อายุ 41 ปี เคยถูกขับออกทางชายแดนมาแล้ว 2 ครั้ง แต่เขาก็มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะกลับเข้ามาทำงานในสหรัฐ

  ดังนั้นจึงเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าคนที่ควบคุมโรบินฮู้ดไม่ใช่รัฐบาลอเมริกัน แต่เป็นตลาดงานหรือความต้องการแรงงานจากนายจ้างในสหรัฐมากกว่าอื่นใด เพราะแรงงานเหล่านี้เป็นแรงงานราคาถูก อีกทั้งงานบางประเภทหาคนอเมริกัน(ผมทองผิวขาวและผิวดำ)มาทำเป็นไปอย่างยากยิ่ง ดังนั้นจึงเกิดเครือข่ายการนำเข้าคนงานแบบผิดกฎหมายหรือเรียกว่าระบบการจัดหางานแบบใต้ดิน

  วิธีการจ้างงานของบริษัทบางแห่งเช่นโรงงานบรรจุหีบห่อเนื้อสัตว์ต่างๆ(meatpacking) จะประกาศรับสมัครตามสื่อในประเทศเม็กซิโกโดยตรง จากนั้นเมื่อเล็ดรอดเข้าสหรัฐได้ก็จะบรรทุกเป็นคันรถบัสสู่โรงงานทันที ดังเช่นที่เกิดขึ้นในรัฐอาร์คันซอส์และที่อื่นๆมาแล้ว

  จากการศึกษายังพบว่ากลุ่มนำเข้าบางกลุ่มสามารถทำเงินได้จากนายจ้างถึง 9 แสนดอลลาร์จากการนำคนจีน 6,000 คนเข้าประเทศในระยะเวลา 15 เดือนเพื่อมาทำงานภัตตาคารอาหารจีนในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐ

  เมื่อธันวาคม 2005 Shan Wei Yu อายุ 51 ปีคนจีน-อเมริกันถูกศาลพิพากษาจำคุก 9 ปี ในข้อหานำคนจีน 40 คนเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ขณะนี้การสอบสวนเพิ่มเติมยังคงดำเนินการต่อไปโดยเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ยังพบว่านายหยูมีส่วนเกี่ยวพันกับการลักลอบนำคนอพยพประมาณ 6,000คน จากประเทศละตินอเมริกาเพื่อเข้ามาทำงานในภัตตาคารจีนตามรัฐต่างๆดังนี้ Illinois, Michigan, North Dakota, South Dakota และ Wisconsin

นายหยูตั้งสำนักงานจัดหาชื่อ the Great Texas Employment Agency ขึ้นที่เมืองแมคคินนี่ย์ รัฐเท็กซัส จากนั้นลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ภาษาจีนที่ชิคาโก้โดยสื่อสารไปยังภัตตาคารจีนต่างๆว่าบริษัทจัดหางานของตนมีแรงงานราคาถูกจากละตินอเมริกา อีกด้านหนึ่งเขาจ้างล่ามที่พูดสแปนิชได้ไประดมโรบินฮู้ดที่ต้องการทำงานในภัตตาคารเช่นตำแหน่งผัดหรือล้างจาน เพื่อลำเลียงส่งไปซัพพลายภัตตาคารจีนในเขตมิดเวสต์ 

 นายหยูจะได้รับเงินหัวละ 150 ดอลลาร์เมื่อส่งคนงาน 1คนไปทำในภัตตาคาร ส่วนคนขับที่นำคนงานไปส่งมอบจะได้หัวละ 300 ดอลลาร์ สำหรับภัตตาคารที่จ่ายค่าจ้างคนงานเดือนละ 1,000 ดอลลาร์จะหักไว้ 450 ดอลลาร์ในเดือนแรกที่เช็คเงินเดือนของโรบินฮู้ดออกมา  สรุปแล้วทุกคนได้แต่คนเสียค่านายหน้าก็คือโรบินฮู้ดที่ต้องการทำงาน

  การทำงานของคนงานเหล่านี้ถือว่าอยู่ในสหภาพที่ย่ำแย่กล่าวคือทำงานวันละ 14 ชั่วโมง ไม่อาจติดต่อกับโลกภายนอกได้มากนัก ทำให้เกิดการหลบหนีจากงาน เหตุเกิดเมื่อเดือนสิงหาคม 2004 ชาวเม็กซิกัน 2 คน หลบออกจาภัตตาคารBuffet House ในเมือง Grand Forks เรื่องจึงแดงขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจัดการ

เจ้าหน้าที่ยังจับกุมได้แก๊งที่ร่วมมือกับนายหยูนำมาลงโทษอีกหลายคน และไม่เพียงติดคุกเท่านั้น หลังจากรับโทษเสร็จพวกนี้จะถูกเนรเทศออกนอกสหรัฐ ....ÍèÒ¹µèÍ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping