จอร์จ บุชสั่งหั่นงบประมาณสังคม
แต่ไปเพิ่มงบด้านความมั่นคงแทน
เมื่อวันที่
6 มกราคม สำนักบริหารงบประมาณสหรัฐได้เสนอรายละเอียดตามนโยบายของรัฐบาลจอร์จ
บุช เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ
2007 ซึ่งจะมีผลวันที่
1 ตุลาคม 2006 เป็นต้นไป
เป็นงบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้น
2.77 ล้านล้านดอลลาร์(trillion) การจัดสรรงบประมาณดังกล่าวจะทำให้ประเทศมีหนี้สาธารณะ
จากปีปัจจุบัน
8.6 ล้านล้านดอลลาร์เพิ่มเป็น
11.5 ล้านล้านดอลลาร์
ในปี 2011
งบประมาณนี้ยังจะมีผลกระทบต่อการรักษาพยาบาล
โดยจะให้ประหยัด
36 พันล้านดอลลาร์ในรอบ
5 ปีข้างหน้า
วิธีการก็คือลดอัตราการเติบโตของค่าใช้จ่ายด้านนี้ลงจากอัตราเพิ่ม
7.8 % เป็น 7.5 % (คือกดไว้ไม่ให้เพิ่มและยังลดอีกต่างหาก)โดยมุ่งไปลดที่ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลอื่นๆ
รัฐบาลเสนอเพิ่มเงินค่าใช้จ่ายในสงคราม
439.3 พันล้านดอลลาร์หรือเพิ่ม
4.8 % นอกจากนี้ยังขอเงินสำรองอีก
70 พันล้านดอลลาร์เป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน
เงิน 70 พันล้านนี้เป็นการขอเพิ่ม
หลังจากที่สภาคองเกรสได้อนุมัติให้ไปแล้ว
50 พันล้านดอลลาร์เพื่อการฉุกเฉิน
(ในปี 2006 รัฐบาลใช้เงินเพื่อทำสงครามในอิรักและอัฟกานิสถานรวม
120 พันล้านดอลลาร์)
งบทางด้านกระทรวงเกษตร
ฝ่ายบริหารจะจำกัดเงินช่วยเหลือเกษตรกรรายละไม่เกิน
250,000 ดอลลาร์ต่อไป
ซึ่งจะทำให้รัฐบาลประหยัดได้
10 พันล้านดอลลาร์ในรอบ
10 ปีข้างหน้า
สำหรับงบช่วยเหลือต่างประเทศ(U.S. foreign assistance)เพิ่ม 14 % (ไม่รวมการช่วยด้านอาหาร)
การช่วยเหลือต่างประเทศเริ่มตั้งแต่เรื่องสาธารณสุขของเด็กไปจนถึงช่วยด้านการทหาร การช่วยจ่ายหนี้แก่ประเทศยากจนบางประเทศในปีงบประมาณ
2007 ตั้งไว้ 23.7
พันล้านดอลลาร์ พร้อมกันนั้นรัฐบาลสหรัฐยังจะช่วยอีก
4 พันล้านดอลลาร์ในการต่อสู้กับโรค
AIDS และ HIV ทั่วโลก
มองทางด้านนโยบายพลังงาน
ฝ่ายบริหารไม่ได้ของบเพื่อเพิ่มการสำรองน้ำมันแก่สำนักยุทธศาสตร์สำรองปิโตรเลียม( the
Strategic Petroleum Reserve) แต่สภาคองเกรสต้องการให้รัฐบาลเพิ่มการสำรองน้ำมันดิบไว้
300 ล้านบาเรลเพื่อป้องกันภาวะฉุกเฉิน
แต่ได้มีการของบประมาณ
250 ล้านดอลลาร์เพื่อเป็นเงินทุนวิจัยโครงการที่จะหันไปใช้พลังงานนิวเคลียร์ทดแทนน้ำมันมากขึ้น รัฐบาลยังเสนอให้มีการขุดเจาะน้ำมันในเขตอลาสก้าหรือ
Arctic National Wildlife Refuge โดยใช้เงินจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในสัญญาเช่าขุดเจาะที่จะให้บริษัทพลังงานเอกชนเป็นผู้รับผิดชอบ
งบประมาณด้านการศึกษาจะถูกตัด
3.8 % แต่การศึกษาบางรายการก็จะเพิ่มเช่นการแข่งขันในด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้มีครูมากขึ้นรวมทั้งในระดับไฮเทค รวมทั้งจะไม่ตัดเงินการศึกษาด้านวิชาชีพหรือสถานศึกษาอาชีวะศึกษา
ตลอดจนโครงการศึกษาในวิทยาลัยสำหรับครอบครัวที่ยากจน
ข้อเสนอจัดงบประมาณครั้งนี้ยังมีที่น่าสนใจอีกเกี่ยวกับเรื่องเงิน
Social Security กล่าวคือจะส่งผลกระทบถึงผู้ได้รับมรดกเงินบำนาญจากผู้เสียชีวิต
โดยจะถูกตัด
255 ดอลลาร์รวมทั้งให้ตัดเงินตกทอดโซเชี่ยลจากเด็กอายุ
16-17 ปีที่ทิ้งการเรียนไฮสคูล(high school dropouts) หากข้อเสนอนี้ผ่านจะทำให้รัฐประหยัดเงินได้
3.4 พันล้านดอลลาร์ในรอบ
10 ปีข้างหน้า
ข้อเสนอนี้ดูเหมือนจะถูกคัดค้านแน่นอน
วุฒิสมาชิกชัค
ชูเมอร์ ประกาศออกมาแล้วว่าไม่มีใครที่จะไปตัดสิทธิประโยชน์ของคนเป็นหม้ายได้
สำหรับเงิน
255 ดอลลาร์นี้ตั้งจ่ายในปี
1952 จนถึงปี 1981
เพื่อให้ผู้มีชีวิตอยู่นำไปทำศพแก่ผู้เสียชีวิต
ซึ่งโดยปกติแล้วเงินจำนวนนี้จะส่งตรงไปยังสุสานไม่ผ่านมีญาติหรือผู้ยังมีชีวิตอยู่
ข้อเสนอประการที่สองให้ตัดสิทธิประโยชน์ของผู้รับเงินโซเชี่ยลรายเดือนที่อายุ
16-17 ปีโดยไม่ยอมเข้าเรียนเต็มเวลา กฎหมายปัจจุบันจะจ่ายให้บุคคลผู้นั้นจนถึงอายุ
18 ปีตราบใดที่ยังเรียนหนังสืออยู่ในกรณีที่พ่อแม่เสียชีวิต(รับโซเชี่ยลของพ่อหรือแม่ผู้เสียชีวิต)
ข้อเสนอประการที่สามเสนอให้เปลี่ยนแปลงการคำนวณเงินโซเชี่ยลช่วยเหลือแก่บุคคลทุพพลภาพ
รวมทั้งการวางระบบใหม่เงินบำนาญผู้ปลดเกษียณ หากจัดการสองประการนี้ได้เรียบร้อยจะทำให้ประหยัดได้อีก
2.8 พันล้านดอลลาร์ในรอบ
10 ปีข้างหน้า
กล่าวได้ว่าการจัดงบประมาณแบบประหยัดนี้กระทรวงต่างๆถูกตัดทั่วหน้าอาทิเช่นกระทรวงเกษตร,กระทรวงศึกษาธิการ,กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรม ส่วนกระทรวงที่ได้รับเพิ่มคืองบประมาณทางทหารเพิ่ม
6.9 % และงบประมาณกระทรวงความมั่นคงภายในเพิ่ม
3.3 % นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการตัดโครงการต่างๆอีก
141 โครงการที่ทำงานไม่เหมาะสม ซึ่งปีที่แล้วรัฐบาลเสนอให้ตัด
154 โครงการแต่สภาคองเกรสหั่นไปเพียง
89 โครงการ
การจัดสรรงบประมาณในปี
2006 รัฐบาลขาดดุลอยู่
423 พันล้านดอลลาร์หรือคิดเป็น
3.2 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ
(gross domestic product) ในปีงบประมาณ
2007 ฝ่ายบริหารระบุว่าจะทำให้การขาดดุลงบประมาณลดลงเหลือ
354 พันล้านดอลลาร์หรือ
2.6 % ของ GDP และจะลดลงเหลือ
1 % ของ จีดีพีเมื่อสิ้นทศวรรษนี้หรือประมาณปี
2011 หรือขาดดุลงบประมาณ
205 พันล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์งบประมาณอิสระเห็นว่าในปีงบประมาณ
2006 ที่รัฐบาลขาดดุล
120 พันล้านดอลลาร์นั้นเป็นเพราะนำไปทำสงครามในอีรักและอัฟกานิสถาน แต่รัฐบาลจอร์จ
บุช ยังไม่ได้นำค่าใช้จ่ายในสงครามอิรักและปากีสถานเข้าไปรวมในงบประมาณปี
2007
นี่คือตัวเลขงบประมาณที่น่าสนใจและมีผลกระทบต่อทุกคนในสังคมอเมริกัน....ÍèÒ¹µèÍ
|