¡Òýҡà§Ô¹áºº
CD à¾×èÍ·Óà§Ô¹
ในอดีตที่ผ่านมาดอกเบี้ยต่ำเป็นเหตุให้มีผู้นำบ้านไปรีไฟแนนซ์เพื่อนำเงินออกมาใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่าเช่นดอกเบี้ยเครดิต
คาร์ดซึ่งเป็นต้นเหตุให้คนบยื่นฟ้องล้มละลายกันมากกว่าเป็นหนี้อื่นๆ
เพราะรูดเสียเพลิดเพลินจำเริญใจ ไม่เช่นนั้นก็นำมาจ่ายเงินกู้เดิมที่ซื้อบ้านไว้แต่ดอกเบี้ยสูง
ถือเป้นความชาญฉลาดของผู้คน
แต่กับคนที่ต้องอยู่ได้ด้วยดอกเบี้ยเงินฝาก
ก็ต้องไส้แห้งเป็นธรรมดาเพราะดอกเบี้ยต่ำๆเช่นนั้นฝากทั้งปีได้
1 % ยังงี้ก็แย่ทีเดียว
ต่อมาดอกเบี้ยเริ่มขยับและขยับมาแล้ว
13 ครั้งรวมทั้งวันอังคารที่
13 ธันวาคม พอดอกเบี้ยขยับ
ก็ทำให้คนไม่รีไฟแนนซ์
คราวนี้พวกที่ถือเครดิต
คาร์ด เริ่มกลับเข้าไปสู่วงจรที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงอีก เรียกว่าเป็นวัฎจักรในระบบทุนนิยม
รายละเอียดมีดังนี้วันที่
13 ธันวาคม 2005 ธนาคารกลางสหรัฐ( The Federal Reserve)ซึ่งมีนายแอแลน
กรีนสแปน เป็นประธานและจะพ้นตำแหน่งในไม่นานนี้ประชุมและประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคารอีก
0.25 % เป็น 4.25 % ถือว่าเป็นการขึ้นครั้งที่
13 ติดต่อกัน
เฟดระบุว่าภาวะเศรษฐกิจยังแข้งตัวดีอยู่รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อก็ยังไม่เพิ่มมากนัก
แม้ว่าค่าพลังงานจะเพิ่มบวกกับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนแคทรีน่าก็ตาม
การขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมแบบไพรมเรท(prime lending rate) เพิ่มจาก 7 เป็น
7.25 % ทันที โดยบริษัท
KeyCorp และธนาคาร
Wells Fargo ประกาศขึ้นตามไปด้วย
หลายฝ่ายเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก
โดยเฟดจะประชุมอีกครั้งวันที่
31 มกราคม 2006
เมื่อดอกเบี้ยแพงคนที่มีเงินฝากก็เริ่มจะแฮปปี้เพราะได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากเงินต้นที่นำไปฝาก แต่มีอีกวิธีหนึ่งน่าแนะนำสำหรับคนที่มีเงินเหลือใช้ ขอให้ไปซื้อ
CD
ไม่ใช่ CD ที่เล่นกับคอมพิวเตอร์นะครับเป็นพันธบัตรเงินฝาก(Certificate
of Deposit )ซึ่งธนาคารหลายแห่งเปิดจำหน่ายให้กับผู้ต้องการฝากเงินด้วยวิธีนี้
วิธีการหาดอกเบี้ยราคาดีๆให้กับตัวเองขอแนะนำให้เข้าไปดูที่เว็บไซท์ของ
Bankrate.com
ไม่เช่นนั้นก็เข้าไปคลิกดูเว็บไซท์ของธนาคารต่างๆที่เสนอจำหน่าย
CD
ให้กับท่านไม่ว่าจะเป็นธนาคาร
Wells Fargo, Capital One,
E*Trade , Washington Mutual,Wachovia
และ Countrywide Financial
ซึ่งท่านอาจจะพบอัตราดอกเบี้ยที่ตัวเองประทับใจก็ได้
หากท่านพบอัตราดอกเบี้ยที่ดีซึ่งเสนอผ่านออนไลน์เข้าก็ก็น่าสนใจ
ไม่จำเป็นต้องไปหมกอยู่กับธนาคารใกล้บ้านก็ได้ แต่อย่าลืมว่าเงินที่ท่านจะนำไปซื้อ
CD
จากออน์ไลน์เหล่านั้นต้องดูให้ดีว่ามีประกันจากบริษัทประกันเงินกู้ของรัฐบาลกลาง(FDIC
insurance)หรือไม่
หากท่านเห็นอัตราดอกเบี้ยสูงๆก็อย่าเพิ่งตะครุบเสียล่ะ
เพราะต้องดูรายละเอียดด้วย
นิตยสาร
BusinessWeek ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าไม่ควรจะซื้อ
CD เกิน 2 ปี
เพราะส่วนต่างของดอกเบี้ยระหว่าง
2 ปีกับ 3 ปีมีเพียง
0.17 จุดเท่านั้น
อัตราเฉลี่ยทั่วประเทศจาก
Bankrate.com
พบว่า CD ประเภท
6 เดือนท่านจะได้
3.36% ส่วนประเภท
1 ปีท่านจะได้
3.88% และประเภท
5 ปีจะได้ 4.33% แต่หากท่านเลือกหาไปเรื่อยๆอาจจะพบ
CD ประเภท
18 เดือน(หรือปีครึ่ง)ที่ให้ดอกเบี้ยถึง
4.35 % ท่านอย่ามัวรีรอ
จัดการกับประเภทนี้ก่อน
อีกประเภทหนึ่งที่ท่านจะฝากได้ก็ต้องเสาะหา
money
market account แม้ว่าจะได้ดอกเบี้ยต่ำกว่า
CD บ้าง (ประมาณ
3.5 %) แต่หากท่านต้องการใช้เงินก็จะไม่ถูกทำโทษเหมือนฝากกับ
CD ดังนั้นท่านจะต้องพิจารณาถึงความต้องการของตัวเองให้ดี
สิ่งหนึ่งที่ท่านจะต้องไม่ทำก็คือไปมัดตัวเองไว้กับ
CD
ประเภท 5 ปีเพราะนอกจากท่านจะนำเงินออกมาไม่ได้จนกว่าจะครบอายุของซีดีแล้ว ดอกเบี้ยก็ได้มากไม่ต่างกันนัก อย่างไรก็ตามข้อแนะนำของคอลัมน์นี้ขอให้ท่านจับตาดูการประชุมวันที่
31 มกราคม 2006 เสียก่อน
หากมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก
ท่านควรจะไปซื้อ
CD เอาประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์
2006 จะได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
0000000000000000
อัตราดอกเบี้ย consumer ณ วันที่
7 ธันวาคม 2005 รวบรวมโดย
Bankrate.com มีดังนี้
ดอกเบี้ยเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์
อยู่ที่
6.39 %(30 ปีแบบตายตัว)พ้อยท์โดยเฉลี่ยทั่วประเทศ
:
0.32
อัตราดอกเบี้ยเพื่อซื้อบ้านแบบตายตัว
30 ปีอยู่ที่
6.39 % โดยมีพ้อยท์ที่จะซื้อบ้านเฉลี่ยไม่เกิน
1 % ส่วนแบบ
15 ปีตายตัวเฉลี่ยอยู่ที่
5.95 % ดอกเบี้ยแบบปีเดียว(ARM)เฉลี่ย
5.56 ส่วนประเภท
5 ปีอยู่ที่
5.89 % โดยเฉลี่ย
ดอกเบี้ยจาก
equity
บ้าน
อัตราเฉลี่ยอยู่ที่
7.13 %(line
of credit) และ 7.41 % (เงินกู้)
เมื่อเฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ส่งผลให้ไพรมเรทขึ้นตามไปด้วย
และแน่นอนทั้ง
line
of credit และ Home equity loan ซึ่งผูกติดอยู่กับไพรม
เรทจะต้องขยับขึ้นตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามช่วงห่างของดอกเบี้ยระหว่างเครดิต
ไลน์กับเงินกู้จาก
equity จะแคบเข้า
ดอกเบี้ยซื้อรถยนต์(Auto loans)
เฉลี่ย
7.89 % (48 เดือนรถใหม่)และ
8.44 % (36 เดือนรถใช้แล้ว)
ดอกเบี้ยเพื่อซื้อรถยนต์เฉลี่ย
7.89 % แบบ 4 ปี ในขณะที่แบบ
3 ปีเฉลี่ยอยู่ที่
7.84 % และแบบ 5 ปีขึ้นไปที่
7.92 % อัตราดอกเบี้ยเพื่อซื้อรถยนต์ยังแตกต่างกันระหว่างธนาคารตลอดจนพื้นที่ซึ่งผู้กู้ไปขอกู้ยืม
กล่าวได้ว่าอาจถูกแพงแตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนกู้ยืมควรจะมีการเปรียบเทียบระหว่างธนาคารด้วย
พันธบัตรแบบ
CD
(Certificates of deposit)
ประเภท
1 ปีเฉลี่ย 3.26
% และ 3.91 % ประเภท
5 ปี
เมื่อเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีกจะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่ฝากกับ
CD
เพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ณ วันที่ 7 ธันวาคมอัตราเฉลี่ยแบบ
1 ปีอยู่ที่
3.26 % หรือมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์
11 กันยายน 2001 ส่วน Certificate
of deposit แบบ 3 ปีเฉลี่ย
3.62 % และแบบ 5 ปีอยู่ที่
3.91 %
ดอกเบี้ยเครดิต
คาร์ด
อัตราเฉลี่ย
13.03 %
(standard fixed) และ 13.4
percent (standard variable)
ท่านที่ถือคาร์ดแบบ
Variable-rate
จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะภายหลังจากอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
สถาบันการเงินหรือผู้ออกคาร์ดมักจะปรับตาม
prime rate ไปด้วย
ส่วนประเภทที่เรียกว่า standard fixed rate มักจะคงที่ ขอให้ท่านจับตาดูสเตทเมนต์จากแบงก์ให้ดี....ÍèÒ¹µèÍ
|