10 วิชาเอกที่นักศึกษาอเมริกันเลือกเรียน

          บทความนี้นำมาจาก The Princeton Review ในหัวข้อTop 10 College Majors ซึ่งเป็นวิชาที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยสหรัฐนิยมเลือกเรียนกันมากที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ว่าเมื่อเรียนจบแล้ว หน่วยงานจะมีให้ทำมากเหมือนความนิยมในการเลือกวิชาเรียน อย่างไรก็ตามบางวิชาก็เป็นที่ต้องการมากของตลาดงานและหมายถึงเงินเดือนที่จะได้รับด้วย 10 อันดับเรียงตามลำดับมีดังนี้

          1.ภาควิชาจิตวิทยา(Psychology) เป็นวิชาที่ศึกษาพฤติกรรมและการตอบสนองของมนุษย์และสัตว์ต่างๆที่มีต่อสภาพแวดล้อม วิชานี้อย่าหวังว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะได้งานทำชั่วโมงละ 95 ดอลลาร์ และหากจะได้ถึงขั้นนี้ท่านจะต้องเรียนต่ออีก 5-7 ปีเพื่อที่จะให้ได้ปริญญาเอก ไม่ว่าจะเป็น Ph.D. หรือ Psy.D. แต่นักศึกษาก็นิยมเรียนมากเป็นอันดับหนึ่ง

         2.ภาษาอังกฤษ(English) วิชานี้เหมาะสำหรับอาชีพงานด้านการสื่อสารมวลชนไม่ว่าจะเป็นนักประพันธ์,ผู้สื่อข่าว,นักหนังสือพิมพ์,บรรณาธิการ,ผู้สื่อข่าววิทยุและทีวี.,งานด้านโฆษณาการประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ผู้เรียนด้านภาษาอังกฤษยังออกมาทำอาชีพเป็นครู นักกฎหมาย(หลังจากเรียนต่อโรงเรียนกฎหมาย),นักการเมือง,นักแสดง,ศิลปิน แน่นอนผู้เรียนวิชาภาษาอังกฤษยังเกี่ยวเนื่องไปถึงวรรณคดี เตรียมที่จะเป็นนักอ่าน นักคิด นักเขียน นักอภิปรายและต้องอ่านมาก

         3.คณิตศาสตร์(Mathematics)วิชาคณิตศาสตร์บางแห่งจะนำไปรวมเรียนกับวิชาธุรกิจ,เศรษฐศาสตร์,จิตวิทยาหรือวิทยาการคอมพิวเตอร์ นักคณิตศาสตร์ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์,นักธุรกิจ,อาจารย์สอน,นักสถิติ,นักตรวจสอบบัญชี เพราะจะเป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูล ฝรั่งถือว่าบุคคลเหล่านี้มีสมองที่น่าทึ่ง(amazing brain )

         4.วิชาบริหารและการจัดการธุรกิจ (Business Administration and Management) บุคคลที่เรียนด้านนี้มักจะไต่บันไดทางธุรกิจไปสู่ความสำเร็จอาทิเช่นไปทำงานเป็นผู้บริหารบริษัท ,ผู้จัดการและรองประธานบริษัท การบริหารธุรกิจวิชาเรียนจะเน้นหนักไปทางด้านบัญชี,การเงิน,การตลาด,เศรษฐศาสตร์,ทรัพยากรบุคคลและการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังเรียนด้านการจัดทำงบดุล,การจัดองค์กร,การวางแผน,การจ้างงาน,การควบคุมดูแลองค์กร หากจะให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้นจะต้องเรียนให้จบ MBA

            5.ภาควิชาชีววิทยา (Biology) วิชานี้จะพูดถึงการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ สนใจตั้งแต่สิ่งเล็กๆไปจนถึงร่างกายของมนุษย์ เป็นวิชาที่จะก้าวไปสู่โรงเรียนแพทย์ แต่งานส่วนหนึ่งก็จะสามารถต่อเชื่อมไปยังวิชาว่าด้วยพันธุกรรม,เทคโนโลยี่ชีวภาพ,การค้นคว้าและวิจัยทางการแพทย์ ฯลฯ

            6.ภาควิชาเคมี(Chemistry)วิชานี้ค่อนข้างจะครอบจักรวาลและกว้างขวาง สามารถเข้าไปทำงานได้ในโรงงานผลิตยารักษาโรค,ผลิตเครื่องสำอาง ,เทคโนโลยี่ชีวภาพ,สภาพแวดล้อม ผู้เรียนจะมีพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ดี และมีการเข้าห้องทดลองมาก บุคคลเหล่านี้มักจะไปเป็นนักเคมีหรือวิศวกรเคมี เป็นต้น

        7.ภาควิชาประวัติศาสตร์(History) เป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่การมีอาชีพเป็นนักการเมือง,แอคทิวิสต์ในสังคม,นักกฎหมายหรือนักหนังสือพิมพ์ ต้องศึกษาด้านประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน เป็นนักคิดและนักวิจารณ์ แน่นอนจะต้องอ่านมากและเขียนมากด้วย เรียนจบวิชานี้แล้วยังจะเป็นครูหรือเป็นนักค้นคว้าวิจัยเพราะเป็นคนชอบขุดค้นหาข้อมูล

        8.ภาควิชารัฐศาสตร์(Political Science) เป็นการศึกษาด้านการเมืองและการปกครอง ศึกษาตั้งแต่การปฏิวัติสังคมมาถึงเรื่องพรรคการเมือง พฤติกรรมทางการเมือง การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ต้องเป็นนักอ่าน นักเขียนและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย วิชานี้อาจศึกษาร่วมในเรื่องของการเมืองเปรียบเทียบ ระบบการเมืองอเมริกัน หลังจากจบปริญญาตรีแล้วอาจไปเรียนต่อแยกแขนงออกไปโดยตรงเช่นวิชาการเมือง,การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง,นักหนังสือพิมพ์,วิชาการทูต,นักล้อบบี้การเมืองไปจนถึงเรียนต่อโรงเรียนกฎหมาย

         9.ภาควิชาบัญชี (Accounting) วิชาที่รวมเอาเศรษฐศาสตร์,การอธิบายข้อมูลทางการเงินและการบริหารจัดการมารวมไว้ด้วยกัน อาชีพของวิชานี้มักจะเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี,ภาษีหรือตั้งบริษัทที่ปรึกษา หลังจากเรียนจบแล้วท่านอาจจะสอบรับอนุญาตเป็น ผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่เรียกว่า CPA (certified public accountant), CMA (certified management accountant) หรือ CIA (certified internal auditor) จะต้องเป็นคนที่ชอบคณิตศาสตร์และธุรกิจ ปัจจุบันต้องพ่วงวิชาคอมพิวเตอร์เข้าไปด้วย

        10.ภาควิชาสังคมวิทยา(Sociology)เป็นการศึกษารวมพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งเรื่องพลังของสังคมที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเหล่านั้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะไปทำงานเกี่ยวกับสังคม,องค์กรไม่แสวงหากำไร งานด้านประชากรศาสตร์ แต่ก็ยังสามารถไปทำอาชีพอื่นๆได้อีก เช่นครูสอน,ที่ปรึกษา,นักเขียน,นักการเมือง เป็นต้น วิชานี้ยังเรียนรวมไปถึงด้านความรุนแรงในสังคม,อาชญาวิทยา,ปัญหาด้านเพศศึกษา,ครอบครัว,เชื้อชาติ,สุขภาพ,ชนชั้นในสังคม,ศาสนา,นโยบายสาธารณะ เป็นต้น

            คราวนี้จากการศึกษาของสมาคมวิทยาลัยและนายจ้างแห่งชาติ (the National Association of Colleges and Employers =NACE)พบว่าในปี 2004 มีการจ้างงานผู้เรียนจบปริญญาตรีในสหรัฐเพิ่ม 11.2 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้ของผู้เรียนจบทุกสาขาก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในบรรดาผู้เรียนจบปริญญาตรีเหล่านี้ถือว่าอาชีพวิศวกรเคมี (Chemical engineers)เมื่อเริ่มทำงานจะได้ค่าจ้างมากที่สุดเฉลี่ยปีละ 52,189 ดอลลาร์ รองลงไปเป็นนักบัญชี ปีละ 41,110 ดอลลาร์ ส่วนผู้จบวิชาบริหารและการจัดการธุรกิจจะได้ปีละ 38,188 ดอลลาร์ ผู้ที่เรียนจบ MBA และมีประสบการณ์ 3-5 ปีขึ้นไปจะมีรายได้ปีละ 140,000 ดอลลาร์ (รวมทั้งเงินโบนัสที่เซ็นกับบริษัท)

          ส่วนรายได้ของผู้เขียนเว็บไซท์ที่จบวิชาคอมพิวเตอร์อยู่ระหว่าง 33,250-45,500 ดอลลาร์ ผู้เรียนจบวิทยาการหรือวิศวกรคอมพิวเตอร์ รายได้จะอยู่ที่ 49,691 ดอลลาร์

          ดังนั้นการเลือกวิชาเรียนก็มักจะเกี่ยวเนื่องกับสาขาอาชีพที่ทุกคนจะออกมาทำงาน จึงจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าด้วยเช่นกัน หน่วยงานที่จะจ่ายเงินได้ดีประกอบด้วยงานด้านบัญชี,ธนาคารพาณิชย์และองค์กรรัฐบาล ส่วนหน่วยงานด้านทีวี.ถือว่าจ่ายน้อยเริ่มจากปีละ 22,000 ดอลลาร์

รายได้ขั้นต้นต่อวิชาเรียนที่จบในปี 2004 ดังนี้

Electrical Engineering         $51,372

Accounting                        $41,110

Economics/Finance            $40,906

Business Admin./Management $38,188

Marketing                         $35,321

Political Science                $32,999

English                             $31,169

Biology                             $29,750

Psychology                        $27,791

Journalism                        $27,646

( ที่มา : NACE Summer 2004 Salary Survey )....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy