ภาพถ่ายทางอากาศที่แบ่งแยกให้เห็นด้านซ้ายมือเป็นเมืองซาน ดิเอโก้ เขตแดนสหรัฐ ด้านขวามือเขตแดนเมืองติฮวนนา (Alfonso Caraveo Castro) 

เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงศพผู้เสียชีวิตจากการดวลปืนกันระหว่างแก๊งค้ายาเสพติดเมื่อวันที่ 26 เมษายน  (Associated Press)

 
 
 
 
 
หนึ่งในแก๊งยาเสพติดที่เสียชีวิตคารถยนต์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายนที่  Tijuana (AP Photo/Agencia AprisFoto/Frontera Newspaper)
 
 
 

----------------------------------------------คลิกที่รูปเพือดูรูปใหญ่------------------------------------------

สงครามยาเสพติดที่ติฮวนนา เม็กซิโก
แก๊งสังหารกันเอง 15 ศพบาดเจ็บ 7  

                เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดก่อนรุ่งสางของวันที่ 26 เมษายนที่ถนนในชุมชนเมืองติฮวนนา ตรงข้ามกับซาน ดิเอโก้ ปรากฎว่าแก๊งค้ายาเสพติดดวลปืนกันยิ่งกว่าในสงคราม แต่เป็นสงครามยาเสพติด( narco-war) หลังควันปืนจางหายเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่พบว่ามีสมาชิกแก๊งเสียชีวิต 15 คนและบาดเจ็บอีก 7 คนตายแต่ละคนใบหน้าถูกทำลายเพื่อไม่ให้จำได้

                รอมเมล มอรีโน อัยการสูงสุดของรัฐ Baja California กล่าวว่าเจ้าหน้าที่สงสัยว่าจะเป็นการล้างกันในหมู่แก๊งค้ายาเสพติดเดียวกันเพื่อที่จะทำคะแนนให้กับตัวเองมากกว่าการสังหารกันระหว่างแก๊ง

                ผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดและเจ้าหน้าที่ตำรวจจากรัฐบาลกลาง 1 นายได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมดถูกควบคุมตัวไว้ในฐานะผู้ต้องสงสัยคุ้มครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย

                ตำรวจยังเก็บหลักฐานในการดวลปืนกันครั้งนี้มีรถยนต์ 21 คัน บางคันปิดป้ายทะเบียนสหรัฐ แต่ละคันถูกกระสุนปืนหลายแห่ง รวบปืนได้ 54 กระบอกทั้งปืนสั้น,ปืนยาวและปืนกลและยังพบปลอกกระสุนเกลื่อนกลาดตามท้องถนนไม่น้อยกว่า 1,500 ปลอก

                จากการพิสูจน์ยังพบว่ามีการไล่ยิงกันบนท้องถนนโดยใช้รถ SUV แล่นบนถนน 6 เลนในตัวเมืองผ่านภัตตาคาร,ร้านซ่อมรถ,คลีนิกแพทย์และมอล  รูกระสุนที่ยิงออกไปสามารถพบได้ตามกำแพงของตึกตลอดจนบ้านพักที่ตั้งอยู่ติดถนน  แต่ไม่มีชาวบ้านได้รับอันตรายหรือถูกยิงเสียชีวิต

                ตำรวจระบุว่าการปะทะกันระลอกแรกของแก๊งทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน การดวลกันในระลอกสองไม่ห่างจากโรงพยาบาลทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และ 3 คนสุดท้ายที่เสียชีวิตระหว่างถูกนำส่งโรงพยาบาล

ตำรวจยังพบว่าคนตาย 2 คนน่าจะเป็นสมาชิกระดับอาวุโสของแก๊งเพราะสวมแหวนทองขนาดใหญ่ โดยทำเครื่องหมาย Saint Death ไว้ หนึ่งในจำนวนนั้นน่าจะชื่อ"Crutches"หรือเป็นชื่อเรียกของนายหลุยส์ อัลฟอนโซ วีลาร์เด้( Luis Alfonso Velarde) บุคคลผู้นี้ขึ้นระดับในระดับเป็น drug lord ในท้องถิ่น

หนังสือพิมพ์ El Sol de Tijuana รายงานว่าผู้เสียชีวิตยังมีชื่อเล่นว่า"Mr. Three Letters" เป็นตัวใหญ่อีกคนหนึ่งของแก๊งและ "La Perra"  สำหรับ "El Cholo."ระดับหัวหน้าอีกคนน่าจะเป็นแก๊งเดียวกันแต่สังหารกันเองในครั้งนี้

นอกจากนี้ยังพบหมวกเหล็กของตำรวจและเสื้อเกราะกันกระสุนที่แก๊งมีไว้เพื่อป้องกันอันตรายจากกระสุนปืนอีกด้วย

 เมืองติฮวนนา(Tijuana)เป็นเขตนครหลวงตั้งอยู่ตรงข้ามซาน ดิเอโก้ ทางใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองนี้เกิดความรุนแรงตลอดมา ส่วนใหญ่เกิดเพราะแก๊งค้ายาเสพติดเข้าควบคุมเส้นทางลำเลียงยาเสพติด เมืองนี้เป็นเขตควบคุมของแก๊งค้ายาเสพติดที่ชื่อ  the Arellano-Felix เมื่อเร็วๆนี้แก๊งดังกล่าวถูกอีกแก๊งเข้าโจตีคือแก๊ง Joaquin "Shorty" Guzman ซึ่งคุมพื้นที่อยู่รัฐ Sinaloa ติดมหาสมุทรแปซิฟิก 

                เดือนมกราคม 2008 มีผู้เสียชีวิต 8 คนที่ติฮวนน่าเหตุเกิดในเซฟเฮ้าส์ของกลุ่มค้ายาเสพติดที่จับกุมแก๊งตรงข้ามไว้  หลังจากตำรวจและทหารบุกเข้าไปถึงรังเกิดการยิงต่อสู้กันนานถึง 3 ชั่วโมง

                ปัญหาที่ตามมาก็คือหลังจากเกิดการดวลกันในระหว่างแก๊งแล้ว ไม่มีข่าวจากตำรวจที่จะแถลงรายละเอียดในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน ทำให้เกิดความสงสัยกันว่ารัฐบาลเม็กซิกันปราบปรามหรือได้รับชัยชนะแล้วหรือ?  หรือว่าการดวลปืนเป็นอาการอย่างหนึ่งที่ถลำลึกลงไปโดยบ้านเมืองปราศจากกฎหมาย

                นักวิเคราะห์เชื่อว่าสงครามยาเสพติดที่ผ่านมาคงเกิดขึ้นเพราะปัญหาที่ตกลงกันไม่ได้ระหว่างแก๊งยาเสพติดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามที่คอร์รัปชั่น บ่อยครั้งเมื่อเกิดการยิงกันตายเพราะยาเสพติดและมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องแต่ไม่มีข่าวออกมา กลายเป็นเรื่องลึกลับดำมืดที่ไม่มีใครล่วงรู้

                สาเหตุที่ไม่มีการแถลงข่าวนักวิเคราะห์ยังเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ในรัฐ Baja California และรัฐอื่นมีการคอร์รัปชั่นเปิดทางให้แก๊งค้ายาเสพติดดำเนินกิจการของตัวเองได้ตามสบาย   

                ก่อนหน้าเกิดเหตุเมื่อวันอังคารที่ 22 เมษายนพลเอกเซอร์จิโอ อาปองเต้ โปลิโต ผู้บัญชาการกองทัพในภาคบาฮาลุกขึ้นเขียนบทความและส่งตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นพร้อมกับระบุชื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษากฎหมายหลายคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งยาเสพติด

                จดหมายยังประนามเจ้าหน้าที่ผู้ให้การคุ้มครองผู้ค้ายาเสพติด พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นการคอร์รัปชั่นหรอกหรือ? จดหมายตั้งคำถามพร้อมกับยอมรับว่าเป็นความน่าอัปยศอย่างยิ่งในสังคมของ Baja California!

                รัฐบาลกลางพยายามอย่างยิ่งที่จะปราบปรามเจ้าหน้าที่คอร์รัปชั่น อาทิเช่น Genaro Garcia Luna ผู้บัญชาการตำรวจของติฮวนนาถูกสำนักสอบสวนกลาง(the Federal Investigative Agency )ระบุว่าเป็นตำรวจที่คอร์รัปชั่น นอกจากนี้ทหารยังเข้าปลดอาวุธตำรวจติฮวนนา และนักค้ายาเสพติดหลายรายถูกส่งตัวเข้ามาดำเนินคดีในสหรัฐ

                 นอกจากนี้เมื่อวันที่ 17 เมษายน Juan Jose Muniz Salinas หัวหน้าตำรวจเมือง Reynosa (เมืองนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามเมืองแอแลน รัฐเท็กซัส) ถูกทหารควบคุมตัวเข้าไปเม็กซิโก ซิตี้ เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ FIA สอบสวนหลังจากพบหลักฐานว่ามีส่วนช่วยเหลือขบวนการค้ายาเสพติด โดยทหารจะทำหน้าที่ตรวจ สอบอาวุธปืนของตำรวจเพื่อจะได้ทราบว่ากระบอกไหนบ้างที่นำไปใช้ในการประกอบอาชญากรรม

                เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางอาจตั้งข้อหานาย Muniz Salinas หรือปล่อยตัวออกมาหรือยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกคำสั่งให้ควบคุมตัวในบ้าน( house arrest)โดยไม่แจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการ

                เมื่อเดือนมีนาคม 2008 ทหารยังจับกุมตำรวจจากเมือง Ciudad Juarez(อยู่ตรงข้ามสหรัฐบริเวณเมือง El Paso รัฐเท็กซัส)เหตุเพราะในรถของเขามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่

 ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2006 ประธานาธิบดีฟิลิปเป้ คาล์ดีรอน ได้ส่งทหารและตำรวจจากรัฐบาลกลางประมาณ 25,000 นายเข้าประจำการในเขตชายแดนเม็กซิโกติดกับสหรัฐเพื่อปราบปรามแก๊งค้ายาเสพติด และเชื่อว่าสุดสัปดาห์นี้กองกำลังเจ้าหน้าที่จะระดมเพิ่มเข้ามาเพื่อป้องกันเหตุอีก รวมทั้งป้องกันแก๊งที่จะเข้ามาแก้แค้นเจ้าหน้าที่

                จากบันทึกของตำรวจพบว่าตั้งแต่ต้นปี 2008 มามีผู้เสียชีวิตจากแก๊งยาเสพติด 850 คน ส่วนปี 2007 ทั้งปีเสียชีวิต 2,500 คน 

                สหรัฐเคยมอบเงิน 500 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยรัฐบาลเม็กซิกันปราบปรามยาเสพติดทั้งด้านการเงิน,อาวุธและการฝึกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม หลังจากแก๊งยาเสพติดลำเลียงโคเคน,เฮโรอีนและยาเสพติดอื่นๆเข้ามาจำหน่ายในสหรัฐ

จากศูนย์ข่าวกรองยาเสพติดพบว่าโคเคนจากเทือกเขา Andean ลำเลียงมายังเม็กซิโกก่อนแจกจ่ายออกไปในปี 2000 มีประมาณ 220 ตัน และเมื่อถึงปี 2006 มีถึง 380 ตัน ก่อนจะกระจายไปยังทั่วโลก ส่วนเฮโรอีนที่ผลิตจากเม็กซิโกส่งเข้ามายังสหรัฐในปี 2000 ประมาณ 9 ตันและปี 2006 เพิ่มเป็น 19 ตัน    

ยาเสพติดคือผลประโยชน์และเงินมหาศาล  ดังนั้นการฆ่ากันตายในเม็กซิโกก็จะยังคงมีอีกต่อไป ตราบใดที่ยังมีผู้ผลิต,เจ้าหน้าที่คอร์รัปชั่นและมี”ตลาด”รองรับเพื่อส่งจำหน่ายไปยังผู้เสพ....อ่านต่อ

 

 
 
 
 
 

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy Editor USA How to Laws&Immigrations American Ways Interview Columns Once upon the times tupna Society&Business Business Society Special Reports Sports Decoded destiny Letter to Editor Leter From Thailand Cartoon Shopping